อาชีพเสริมในสวนยาง
คุณภัชรวดี เจริญฤทธิ์ อยู่บ้านเลขที่ 49/3 หมู่ที่ 5 ตำบลตะเสะ อำเภอหาดสำราญ จังหวัดตรัง ได้ปรับเปลี่ยนพื้นที่สวนยางพารา พื้นที่เกือบ 3 ไร่ ในช่วงราคายางพาราตกต่ำ หันมาปลูกขึ้นฉ่ายไร้ดิน เป็นรายแรกของอำเภอหาดสำราญ สร้างรายได้เป็นอย่างดีในช่วงราคายางพาราตกต่ำ โดยมีรายได้มากกว่า 100,000 บาทต่อเดือน และสามารถสร้างงาน สร้างรายได้ให้แก่คนในชุมชนได้อีกทางหนึ่งด้วย คุณภัชรวดีเป็นคุณนายสารวัตร แต่คิดต่างโดยการปรับเปลี่ยนพื้นที่สวนยางพารา หันมาปลูกผักขึ้นฉ่ายแบบไร้ดิน ซึ่งเกษตรกรรายอื่นๆ ในอำเภอหาดสำราญ ยังไม่มีใครทำ และส่วนใหญ่จะปลูกพืชผักอายุสั้น เช่น แตงกวาหรือถั่วฝักยาว เพราะคิดว่าการปลูกพืชแบบนี้จะดูแลยุ่งยากและเสียค่าใช้จ่ายมากกว่า แต่ความจริงแล้วเป็นการลงทุนแค่ครั้งเดียวสำหรับค่าวัสดุอุปกรณ์ โดยคุณภัชรวดี เล่าว่า เริ่มต้นทดลองปรับเปลี่ยนพื้นที่สวนยางพาราจำนวน 2 งาน และได้ศึกษาข้อมูลจากอินเตอร์เน็ตและสอบถามเพื่อนๆ ก่อนที่จะลงมือทำ เริ่มจากการนำเมล็ดผักขึ้นฉ่ายมาลงแปลงเพาะปลูก ขนาด 1.5×4 เมตร โดยใช้ท่อพีวีซีเจาะหลุม ทดลองผิดทดลองถูกอยู่หลายครั้งจนประสบความสำเร็จ จากนั้นก็ทำต่อมาเรื่อยๆ
การทำสวนยางพารา มีข้อดีหลายประการ เนื่องจากเป็นพืชที่เปิดกรีดน้ำยางได้เกือบทุกวัน สร้างรายได้สม่ำเสมอ มีตลาดรองรับที่แน่นอนเพราะเป็นวัตถุดิบสำคัญในอุตสาหกรรมแปรรูปยาง เมื่อครบอายุการตัดโค่น เกษตรกรมีรายได้จากการขายไม้ยางอีกด้วย แม้ว่าไทยจะเป็นประเทศผู้ผลิตยางพาราอันดับหนึ่งของโลก แต่ไม่สามารถกำหนดราคายางพาราเองได้ ทำให้เกษตรกรต้องเผชิญกับความผันผวนของราคา ส่งผลให้รายได้ไม่แน่นอน ดังนั้น หากใครทำสวนยางพาราในลักษณะพืชเชิงเดี่ยว ถือว่ามีความเสี่ยงสูงมาก การยางแห่งประเทศไทย (กยท.) จึงพยายามปรับแนวคิดเกษตรกรจากการทำเกษตรเชิงเดี่ยว สู่การทำเกษตรผสมผสาน ตามหลักแนวคิดเศรษฐกิจพอเพียง โดยเลี้ยงสัตว์และมีพืชอื่นปลูกร่วมและปลูกแซมในสวนยางพารา ช่วยให้เกษตรกรมีผลผลิตทั้งพืชและสัตว์หมุนเวียนเข้าตลาดได้ตลอดปี ทำให้ชีวิตมีความมั่นคงและเกิดรายได้อย่างยั่งยืน แนะปลูกพืชผสมผสานตามหลักเศรษฐกิจพอเพียง ดร.สุรศักดิ์ ชูทอง อาจารย์ประจำสาขาเทคโนโลยีภูมิทัศน์ คณะเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล (มทร.) ศรีวิชัย วิทยาเขตนครศรีธรรมราช กล่าวในฐานะนักวิชาการ และเป็นเกษตรกรชาวสวนยางพาราในช่วงวันหยุดว่า ปัจจุบัน
