อาหารกลางวัน
บริษัท ซีพีแรม จำกัด (CPRAM) ผู้นำอุตสาหกรรมอาหารพร้อมรับประทาน ผนึกกำลังบริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) และบริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) เดินหน้าโครงการเพื่อสังคม “ซีพีแรม – ซีพี ออลล์ – ทรู ปันสุข” ลงพื้นที่โรงเรียนบ้านสว่างโนนสูง อำเภอภูผาม่าน จังหวัดขอนแก่น ส่งมอบอาหารคุณภาพแก่เด็กนักเรียนและกลุ่มเปราะบาง พร้อมขยายขอบเขตโครงการด้วยกิจกรรมพิเศษแต่งหน้าคัพเค้กเปิดประสบการณ์ใหม่ให้เยาวชนในพื้นที่ห่างไกล เพื่อเป็นพื้นที่ให้เด็ก ๆ ได้ทดลอง เรียนรู้ และปลุกพลังสร้างสรรค์ถ่ายทอดจินตนาการ ซึ่งเป็นทักษะสำคัญต่อพัฒนาการด้านความคิดและอารมณ์ในระยะยาว ควบคู่กับการให้ความรู้ด้านโภชนาการ พร้อมกับการบำเพ็ญสาธารณประโยชน์ และการปลูกต้นไม้รอบโรงเรียน ขยายขอบเขตของการแบ่งปันจากการเติมเต็มมื้ออาหาร สู่การเติมเต็มโอกาส จินตนาการ และพื้นที่แห่งการเรียนรู้สร้างสรรค์แก่เยาวชนไทย สอดคล้องกับแนวทางของบริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) และหลัก 3 ประโยชน์ของเครือเจริญโภคภัณฑ์ ที่มุ่งสร้างสรรค์ประโยชน์แก่ประเทศชาติ ประชาชน และองค์กร “ซีพีแรม – ซีพี ออลล์ – ทรู ปันสุข” ครั้งนี้ จิตสา
ไม่ง้อ งบรัฐ โรงเรียนในอำเภอชุมพวง ให้นักเรียนทำสวนเกษตร เลี้ยงสัตว์ และปลูกผักนานาชนิด ประกอบอาหารกลางวันรับประทานเอง เมื่อวันที่ 19 มิถุนายน นายทรงศิลป์ ธรรมวิภารัตน์ ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านหนองหว้าตาดำ ตำบลสาหร่าย อำเภอชุมพวง จังหวัดนครราชสีมา ได้เปิดศูนย์เรียนรู้ภายในโรงเรียน นำพื้นที่ว่างเปล่าหลังโรงเรียน จำนวน 2 ไร่ ปลูกผัก เลี้ยงปลา เลี้ยงไก่ เลี้ยงหมู เพาะเห็ด ปลูกกล้วยและผลไม้ชนิดต่างๆ มากมาย ตามแนวพระราชดำริในหลวง รัชกาลที่ 9 เพื่อนำผลผลิตที่ได้มาประกอบอาหารกลางวันให้กับเด็กนักเรียนรับประทานครบ 5 หมู่ จำนวน 250 คน โดยไม่ต้องรอคอยงบประมาณจากทางราชการ เป็นการแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายของทางราชการด้วย อีกทั้งเด็กนักเรียนยังสามารถเลือกที่จะรับประทานอาหารกลางวันตามใจชอบได้ เนื่องจากให้เด็กนักเรียน คณะครูในโรงเรียน มีส่วนร่วม ในการปลูกผักที่ตนเองชอบ แล้วนำผลผลิตที่ได้มาประกอบอาหารกลางวันรับประทาน โดยมีแม่ครัว 2 คน ช่วยกันประกอบอาหารเอง โดยอาหารในแต่ละวันจะไม่ซ้ำกัน เพื่อให้เด็กนักเรียนรับประทานแบบไม่เบื่อ นับว่าเป็นโรงเรียนต้นแบบ ของอำเภอชุมพวง จังหวัดนครราชสีมา ที่ทางโรงเรียนมีเงินกองท
เช้าวันนี้ น้องเต้ย และ น้องฮาร์ท วัย 9 ขวบ ชั้น ป.2 รวมทั้งน้องปั๊บ ชั้น ป.1 นักเรียนโรงเรียนบ้านคลองแขยง จ.กำแพงเพชร ได้รับมอบหมายให้รับผิดชอบแหล่งเรียนรู้ “ผ.ผักสวนครัว” ทำหน้าที่เป็นผู้ช่วยคุณครู ลงมือปฏิบัติจริงเพื่อเรียนรู้ขั้นตอนการเพาะต้นอ่อนทานตะวัน กิจกรรมใหม่ที่เปิดโอกาสให้เด็กๆ เรียนรู้จากประสบการณ์นอกห้องเรียน ด้วยข้อจำกัดของพื้นที่ โรงเรียนมีขนาดเล็กทำให้ต้องจัดแบ่งพื้นที่เป็นสัดส่วนสำหรับกิจกรรมแหล่งเรียนรู้ต่างๆ อาทิ แหล่งเรียนรู้ “ผ.ผักสวนครัว”, “ข.ขยะขายได้”, “บ.บ้านอัญชัน”, “ร.เรือนนางฟ้า”, “น.น้ำหมักชีวภาพ”, “บ.ใบไม้ทับถม” และ “ป.ปลาตากลม” เป็นต้น สามหนุ่มน้อยขมีขมันช่วยกันตัดต้นอ่อนทานตะวันที่ปลูกไว้ในตะกร้า แบ่งใส่ถุงพลาสติกใส แล้วนำไปชั่งให้ได้ถุงละ 150 กรัม ฝากให้คุณครู ผู้อำนวยการ นำไปจำหน่าย ในราคาถุงละ 20 บาท กิจกรรมการเพาะต้นอ่อนทานตะวันของโรงเรียนบ้านคลองแขยง เริ่มมาตั้งแต่ต้นเดือนกุมภาพันธ์ 2561 เป็นการต่อยอดกิจกรรมภายใต้โครงการซีพีเอฟ อิ่ม สุข ปลูกอนาคต ที่ บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ ซีพีเอฟ เข้ามาส่งเสริมการผลิตอาหาร ให้ความรู้ด้านคุณภา
คอลัมน์ สตาร์ตอัพ ปัญหาทำเงิน โดย มัชฌิมา จันทร์สว่างภูวนะ ปัญหาอาหารโรงเรียนถกเถียงกันมายาวนานในอเมริกา โดยเฉพาะในยุค 80s-90s ที่มีการตัดงบฯสนับสนุนโครงการอาหารกลางวันทำให้โรงเรียนต้องเสิร์ฟอาหารแช่แข็งราคาถูกเต็มไปด้วยไขมันและโซเดียม ผลที่ตามมาคือ โรคอ้วนในเด็กพุ่งกระฉูด ต่อมาถึงออกกฎหมายใหม่กำหนดให้อาหารที่เสิร์ฟในโรงเรียนต้องมีสารอาหารครบถ้วนและมีโภชนาการสูง เช่น ขนมปังหรือโดนัทต้องทำจากธัญพืช และจำกัดโซเดียม, ไขมัน และทุกมื้อต้องมีผักผลไม้สด แต่ปัญหาคือ รสชาติไม่อร่อยจนอาหารเหลือทิ้งล้นถังขยะ สตาร์ตอัพที่เราจะพูดถึงในวันนี้เกิดมาเพื่อแก้ปัญหานี้โดยเฉพาะค่ะ Revolution Foods ก่อตั้งโดย “คริสติน ริชมอนด์” และ “เคอร์เซ็น โทบี้” ในปี 2006 สมัยที่ยังเป็นนักศึกษา MBA มหาวิทยาลัยเบิร์กเลย์ และต้องแก้โจทย์ว่าจะทำอย่างไรให้เด็กนักเรียนเข้าถึงอาหารที่มีโภชนาการสูง โปรเจ็กต์นั้นกลายเป็นแรงบันดาลใจให้ทั้งคู่เปิดบริษัท Revolution Foods เพื่อปฏิวัติอาหารในโรงเรียน เน้นผลิตอาหารที่ดีมีประโยชน์ในราคาไม่แพง (ชุดละราว 3 เหรียญ) ทำจากวัตถุดิบสดใหม่ ไม่ใส่สี ไม่แต่งกลิ่น ไม่ใช้สารกันบูด-เพิ่มความหวาน
