อาหารทะเลแปรรูป
เชื่อว่า หลายคนชอบกินปลากุเลาเค็ม โดยเฉพาะเมนูข้าวผัดปลากุเลาเค็ม ทอดมันปลากุเลาเค็ม สปาเกตตี้ปลากุเลาเค็ม หลนปลากุเลาเค็ม คะน้าปลากุเลาเค็ม ผัดผักบุ้งปลากุเลาเค็ม กุ้งสับผัดปลากุเลาเค็ม ยำปลากุเลาเค็มทอด หากมีเมนูอาหารเหล่านี้วางตรงหน้า มั่นใจว่าหลายคนคงขอเติมข้าวสวยอีกหลายๆ รอบ เพื่อลิ้มลองรสชาติความอร่อยของปลากุเลาให้สะใจกันสักมื้อ วิถีชีวิตปลากุเลา “กุเลา” เป็นปลาที่ชอบอยู่เป็นฝูง มักหากินหน้าดินโคลน ตั้งแต่ริมชายฝั่งทะเลไปจนถึงบริเวณห่างจากฝั่งประมาณ 5 กิโลเมตร พบมากบริเวณปากอ่าวปัตตานี ปากคลองต่างๆ กุเลาเป็นสัตว์น้ำที่ชอบล่าเหยื่อ โดยเฉพาะสัตว์น้ำตัวเล็กๆ เช่น ปลาหลังเขียว ปลากะตัก กุ้งเคย ฯลฯ นับเป็นความโชคดีที่ได้พบเห็นปลากุเลาในทะเลปัตตานี เพราะเป็นดัชนีชี้วัดว่า ท้องทะเลปัตตานียังคงมีความอุดมสมบูรณ์ ระบบห่วงโซ่อาหารในทะเลยังเป็นไปอย่างครบวงจร มีสัตว์น้ำขนาดเล็กที่เป็นแหล่งอาหารของปลากุเลาและปลาใหญ่ชนิดอื่นๆ ชาวประมงพื้นบ้านปัตตานียังคงใช้เครื่องมืออวนปลากุเลาในการจับปลากุเลา ซึ่งเป็นอวนที่ต้องพึ่งพาการไหลของกระแสน้ำเป็นหลัก ช่วงเวลาที่ชาวประมงพื้นบ้านมักจับปลากุเลาได้ คือช่ว
ร้านของฝากชื่อดัง “พรทิพย์ภูเก็ต” เผยต้นทุนอาหารทะเลเพิ่ม 30% วัตถุดิบไม่พอแปรรูป หันพึ่งนำเข้าปลาข้าวสารจากอินโดนีเซีย พร้อมฉีกตัวหนีคู่แข่งคัดโปรดักต์คุณภาพเจาะตลาดเอเชีย ปีนี้ตั้งเป้าโกยรายได้ 100 ล้านบาท นายวิรวัฒน์ เปี่ยมวิวัตติกุล ผู้บริหารร้านจำหน่ายของฝากพรทิพย์ภูเก็ต ภายใต้ บริษัท พรทิพย์ภูเก็ต จำกัด กล่าวว่า บริษัทเป็นผู้ผลิตและจำหน่ายอาหารทะเลแปรรูป ปลาข้าวสาร ปลาฉิ้งฉ้าง น้ำพริกกุ้งเสียบมากว่า 20 ปี ซึ่งตลาดตอบรับค่อนข้างดี โดยเฉพาะปลาข้าวสาร และน้ำพริกกุ้งเสียบ อย่างไรก็ตามต้นทุนการผลิตก็เพิ่มสูงขึ้นจากนโยบายค่าแรง 300 บาท และกฎหมายประมงฉบับใหม่ที่ทำให้การออกไปจับสัตว์ทะเลมีข้อจำกัด และสภาพดินฟ้าอากาศ ส่งผลให้วัตถุดิบไม่เพียงพอ “สำคัญที่สุดในทะเลบ้านเรา ในอ่าวไทยมีปัญหากุ้ง ปลาปนเปื้อนสารหนูสูงกว่ามาตรฐานที่กำหนดไว้ จึงไม่สามารถส่งออกไปต่างประเทศได้ ส่วนวัตถุดิบบางชนิดก็ต้องนำเข้าจากประเทศอินโดนีเซีย และเวียดนาม เช่น ปลาข้าวสาร โดยมีต้นทุนสูงขึ้นถึง 30% แต่ทางร้านก็ไม่ได้ปรับราคาสินค้าขึ้น ยังขายราคาเดิม แต่กำไรน้อยลงเพื่อความปลอดภัยผู้บริโภคและมาตรฐานการส่งออก รวมทั้งค่าม
ส่งออกอาหารทะเลแปรรูป โตสวนกระแสเศรษฐกิจ “ตรังผลิตภัณฑ์อาหารทะเล” โตพรวด 20% เร่งปั๊มสินค้าป้อนตลาดญี่ปุ่น จีน และยุโรป หลังความต้องการทะลักจนผลิตไม่ทัน ยันกฎหมายแรงงานใหม่ไม่กระทบ กลับส่งผลดีไม่ถูกแย่งงาน มั่นใจสิ้นปีมูลค่าส่งออกทะลุ 1,500 ล้านบาท นายบุญชู ศัยศักดิ์พงษ์ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ตรังผลิตภัณฑ์อาหารทะเล จำกัด (มหาชน) เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ขณะนี้สถานการณ์ส่งออกอาหารทะเลสำเร็จรูปแช่แข็ง ทั้งแบบสดและปิ้งย่าง กำลังมีการขยายตัวและเติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง แม้ว่าภาพรวมเศรษฐกิจทั่วไปจะดูชะลอตัวลงไปบ้าง แต่การส่งออกอาหารทะเลแช่แข็งยังเติบโตและมีทิศทางการขยายตัวไปในทางที่ดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ เนื่องจากความต้องการของตลาดต่างประเทศยังมีมาก โดยเฉพาะประเทศญี่ปุ่น ที่ส่งออกไปจำหน่ายถึง 80% เมื่อเทียบกับมูลค่าการส่งออกทั้งหมด รองลงมาประเทศจีน 15% ที่เหลืออีก 5% ส่งไปประเทศในยุโรป นายบุญชู กล่าวอีกว่า สำหรับวัตถุดิบที่นำมาป้อนโรงงานนั้น ถือว่ามีปริมาณที่เพียงพอ มีการนำเข้าจากทั้งในประเทศและต่างประเทศทั่วโลก โดยมีวัตถุดิบหลักๆ 3 ชนิด คือ ปลาแซลมอน ปลาซาบะ นำเข้าจากประเทศช
นายทวี ปิยะพัฒนา ประธานกรรมการบริหารกลุ่ม บริษัท พี.เอฟ.พี. ผู้ผลิตและแปรรูปอาหารทะเล เปิดเผยว่า สถานการณ์การส่งออกอาหารทะเลแปรรูปในภาพรวม ปี 2560 มีแนวโน้มขยายตัวเพิ่มขึ้นเป็น 2.74 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ หรือปรับตัวดีขึ้นประมาณ 4% เมื่อเทียบกับปีก่อน ที่การส่งออกไม่เติบโต เนื่องจากเศรษฐกิจโลกหดตัว อย่างไรก็ตาม ปีนี้คาดว่าภาพรวมจะสามารถขยายตัวได้ดีขึ้น จากปัจจัยเศรษฐกิจโลกที่ปรับตัวดีขึ้น ส่งผลให้กำลังซื้อกลับมา ซึ่งในส่วนของกลุ่มบริษัท ก็คาดว่าปีนี้จะมีรายได้เพิ่มขึ้นที่ 5,500 ล้านบาท แบ่งเป็น การส่งออก 1,700 ล้านบาท และภายในประเทศ 3,800 ล้านบาท หรือขยายตัวเพิ่มขึ้น 10-15% เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมาที่รายได้รวมทั้งสิ้น 5,000 ล้านบาท แบ่งเป็น การส่งออก 1,600 ล้านบาท และภายในประเทศ 3,400 ล้านบาท “ไตรมาสแรกบริษัทมีรายได้ภายในประเทศที่ 640 ล้านบาท ขยายตัว 8-9% ใกล้เคียบกับเป้าหมายที่ตั้งไว้ แสดงให้เห็นว่าการบริโภคในปีนี้น่าจะขยายตัวได้ดีกว่าปีที่ผ่านมา ทำให้บริษัทมั่นใจว่าทั้งปีน่าจะขยายตัวได้ตามเป้าหมายเช่นกัน โดยมีปัจจัยบวกมาจากจำนวนนักท่องเที่ยวต่างประเทศในประเทศไทยที่เพิ่มสูงถึง 34 ล้านคน
