อาหารสัตว์ลดต้นทุน
ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ เป็นพืชอายุสั้นใช้น้ำน้อย ที่ผ่านมาเกษตรกรจะเก็บเกี่ยวข้าวโพดฝักแก่ที่มีอายุการปลูก 120 วันไปขายให้กับโรงงานแปรรูปเป็นอาหารสัตว์ แต่ปัจจุบันนี้เกษตรกรได้ปรับเปลี่ยนมาตัดต้นข้าวโพดต้นสดที่มีอายุการปลูก 70 วันไปสับและหมัก เมื่อนำไปให้แพะและแกะกินจะได้รับโปรตีน วิตามินและแร่ธาตุ ทำให้แพะแกะ โตไวและแข็งแรง แล้วยังช่วยลดต้นทุนการผลิตและได้รับผลตอบแทนคุ้มทุน วันนี้จึงนำเรื่อง “เกษตรกรปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ตัดต้นสดมาสับและหมักให้แพะ-แกะ กินแล้วโตไว” มาบอกเล่าสู่กันครับ ในภาวะที่ต้นทุนค่าอาหารสัตว์มีราคาสูง ขอแนะนำทางเลือกให้เกษตรกรปลูกพืชอายุสั้นที่ใช้น้ำน้อย เช่น ปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์เพื่อตัดต้นสดอายุ 70 กว่าวันหลังปลูกแล้วนำมาสับและหมัก เมื่อให้แพะและแกะกินจะช่วยให้ตัวโตไวและแข็งแรง แล้วทำให้ต้นทุนการผลิตลดลงด้วย ที่ผ่านมา กรมส่งเสริมการเกษตรได้ส่งเสริมให้เกษตรกรรวมกลุ่มปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์แบบแปลงใหญ่เพื่อเป็นศูนย์กลางการรองรับองค์ความรู้เพื่อนำไปสู่พัฒนาการผลิต ส่งเสริมให้เกษตรกรปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์เพื่อตัดต้นสดไปสับและหมักซึ่งมีทั้งโปรตีน วิตามิน และแร่ธาตุ เมื่อใ
วว. แนะผลิตฟางปรุงแต่งทดแทนหญ้าสำหรับเลี้ยงสัตว์ ได้ปริมาณโปรตีนเพิ่มขึ้น กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) โดย ศูนย์เชี่ยวชาญนวัตกรรมเกษตรสร้างสรรค์ ประสบผลสำเร็จวิจัยและพัฒนา การผลิตฟางปรุงแต่งทดแทนหญ้า โดยเป็นสูตรที่ ลดปริมาณการใช้ยูเรียลง และเพิ่มปริมาณรำข้าวในส่วนผสม สามารถนำไปใช้เลี้ยงโคได้อย่างปลอดภัย รวมทั้งสร้างความมั่นใจให้แก่เกษตรกรในการเลี้ยงสัตว์ให้มีคุณภาพ สูตรการผลิตฟางปรุงแต่งทดแทนหญ้า มี 3 สูตร ดังนี้ 1. ฟางข้าวหมักกับน้ำ 100 กิโลกรัม กากน้ำตาล 10% และยูเรีย 1.5%2. ฟางข้าวราดด้วยส่วนผสมน้ำ 100 กิโลกรัม กากน้ำตาล 10% และยูเรีย 1.5%3. ฟางข้าวสูตรภูมิปัญญาท้องถิ่น ในอัตราส่วนกากน้ำตาล 14% ยูเรีย 1% รำข้าว 4% ต่อฟางข้าว 100 กิโลกรัม จุดเด่น “ฟางปรุงแต่งทดแทนหญ้า” 1. สูตรภูมิปัญญาท้องถิ่น เป็นสูตรที่ลดปริมาณการใช้ยูเรียลง และเพิ่มปริมาณรำข้าวในส่วนผสม2. ได้ปริมาณโปรตีนเพิ่มขึ้น 11%3. วัวกินมากขึ้นถึง 5 กิโลกรัมต่อ 1 วัน สามารถเพิ่มน้ำหนักวัวจากเดิมได้ถึง 3 ขีด4. สามารถนำไปใช้เลี้ยงโคได้อย่างปลอดภัย ร
“กล้วยน้ำว้า” เลี้ยงปลา ตัวโต เนื้อหวาน ขายได้ราคา คุณพะเยาว์ และ คุณประมวล รุ่งทอง สองสามีภรรยา อยู่ที่จังหวัดชัยนาท เป็นเกษตรกรที่อาศัยอยู่บริเวณริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา ทั้งสองเป็นเกษตรกรหัวไวใจสู้พร้อมที่จะเปิดรับความรู้ใหม่ๆ กล้าที่จะทดลองและรับแนวทางการส่งเสริมพัฒนาอาชีพที่เกี่ยวกับการเกษตร ปัจจุบันทั้งสองมีอาชีพเพาะเลี้ยงปลาในกระชังบริเวณริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา เจ้าของสูตรใช้กล้วยน้ำว้าเลี้ยงปลา “สำหรับอาหารที่ใช้เลี้ยงปลานั้นจะเป็นอาหารเม็ดทั่วๆ ไป โดยจะให้วันละ 3 เวลา (เช้า กลางวัน เย็น) บวกกับรำข้าวผสมกับกล้วยน้ำว้าสุกบด (เสริมเฉพาะปลานิล ส่วนปลากดหลวงจะหั่นเป็นชิ้นๆ ลักษณะกล้วยบวชชี) วันละ 1 เวลา ซึ่งเลือกในช่วงกลางวันเพราะช่วงนี้จะเป็นช่วงที่สะดวกที่สุดของผู้เพาะเลี้ยงที่จะมีเวลาเตรียมบดกล้วยในช่วงเช้า เช้า, กลางวัน, เย็น ตามความสะดวกของผู้เลี้ยง” คุณประมวล เล่าให้ฟังว่า จุดเริ่มต้นของการนำกล้วยน้ำว้ามาเลี้ยงปลานั้น มาจากการเพาะเลี้ยงปลาในช่วงนั้น มีต้นทุนในการผลิตสูงในเรื่องของอาหาร ทำให้ไม่คุ้มต่อผลตอบแทนที่ได้มาในแต่ละครั้ง ทุกฟาร์มเกิดปัญหาเดียวกันหมด ทำให้ตนเองต้องหาหนทาง
