อาหารแช่แข็ง
ผู้บริโภคยุคใหม่ที่ต้องใช้ชีวิตแข่งกับเวลา จึงหันมารับประทานอาหารสำเร็จรูปที่มีความสะดวกเพิ่มมากขึ้น แต่ปฏิเสธไม่ได้ว่า ผู้บริโภคบางคนยังคงเข้าใจผิดว่าการบริโภคอาหารสำเร็จรูปทำให้เกิดความเสี่ยงจากโรคภัยไข้เจ็บต่างๆ ดร.วนะพร ทองโฉม นักสุขศึกษา (นักกำหนดอาหารวิชาชีพ) งานสร้างเสริมสุขภาพ คณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล ให้สัมภาษณ์มุมมองเกี่ยวกับอาหารแปรรูปในหลายประเด็นที่คนยังเข้าใจผิด อาหารแช่เย็น แช่แข็ง มีสารกันบูดหรือไม่? ยกตัวอย่างเช่นเรื่องสารกันเสีย ในอาหารแช่เย็นและแช่แข็ง ที่ผลิตด้วยระบบอุตสาหกรรมอาจทำให้คนเข้าใจผิดว่าจะต้องใช้สารกันเสีย แต่ความจริงแล้วในปัจจุบัน กระบวนการผลิตอาหารแปรรูป แช่เย็นและแช่แข็ง “ไม่จำเป็นต้องใส่สารกันเสีย” เสมอไป ด้วยเหตุที่การพัฒนานวัตกรรมการผลิตอาหารไปไกลมาก ผู้ผลิตสามารถจะใช้เทคโนโลยีอื่นในการคงสภาพอาหารแทน เช่น การควบคุมอุณหภูมิ การแช่แข็งที่อุณหภูมิต่ำกว่า -18 องศาเซลเซียส เพื่อยับยั้งการเจริญเติบโตของจุลินทรีย์ก่อโรค หรือจากเทคโนโลยีบรรจุภัณฑ์ การใช้ถุง “รีทอร์ตเพาซ์” (Retort Pouch) ซึ่งสามารถทนความร้อนสูงและมีการไล่
ภาควิชาเทคโนโลยีทางอาหาร จุฬาฯ ชี้ อาหารแปรรูป-อาหารแช่แข็ง ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์การบริโภคของคนรุ่นใหม่ที่ต้องการความสะดวก ประหยัดเวลา สะอาด ปลอดภัย มีคุณค่าทางโภชนาการใกล้เคียงกับอาหารปรุงสด แนะบริโภคในปริมาณที่เหมาะสม อ่านฉลากบนผลิตภัณฑ์และเลือกซื้อจากผู้ผลิตที่ได้มาตรฐาน รศ.ดร.กิติพงศ์ อัศตรกุล หัวหน้าภาควิชาเทคโนโลยีทางอาหาร คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า ขณะนี้เปิดภาคเรียนแล้ว เด็กๆ ต้องตื่นเช้าไปโรงเรียนและเป็นช่วงเวลาที่เร่งรีบ ผลิตภัณฑ์อาหารแปรรูปและอาหารแช่แข็ง จึงตอบโจทย์ผู้ปกครองที่ไม่มีเวลาทำอาหาร เพียงนำมาอุ่นร้อนด้วยเตาไมโครเวฟก็พร้อมกินได้ในทันที ช่วยให้ประหยัดเวลา อีกทั้งยังสะอาด ปลอดภัย และได้คุณค่าทางโภชนาการใกล้เคียงกับอาหารปรุงสดอีกด้วย “ขอยืนยัน อาหารแปรรูปหรืออาหารแช่แข็งสามารถกินได้อย่างปลอดภัย เพียงบริโภคให้อยู่ในปริมาณที่เหมาะสม โดยใช้หลักการเดินทางสายกลาง ไม่กินอาหารบางประเภทซ้ำๆ มากจนเกินไปหรือกินเป็นระยะเวลานาน เพราะอาจทำให้ขาดสารอาหารอื่น ๆ จึงควรกินอาหารให้ถูกสุขลักษณะ หลากหลายและครบ 5 หมู่ รวมทั้งอ่านฉลากโภชนาการเพื่อให้ได้รับสารอาหารและพลั
“อาหารแปรรูป” (Processed Food) และ “อาหารแช่แข็ง” (Frozen Food) อาหารที่ครบด้วยสารอาหารและคุณค่าทางโภชนาการ ตอบโจทย์ชีวิตที่เร่งรีบและเวลาที่มีจำกัดให้ดีที่สุด ผศ.ดร.กนิฐพร วังใน ภาควิชาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีการอาหาร คณะอุตสาหกรรมเกษตร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ กล่าวว่า การแช่แข็งอาหารเป็นวิธีการถนอมอาหารอีกรูปแบบหนึ่ง โดยคัดเลือกวัตถุดิบสดคุณภาพดีหลายประเภท ทั้งผัก ผลไม้ เนื้อสัตว์ อาหารทะเล ฯลฯ นำมาล้างและทำความสะอาดอย่างดี นำไปแช่แข็งในลักษณะของสดหรือนำไปปรุงสุกเป็นอาหาร แล้วนำไปลดอุณหภูมิลงให้ต่ำกว่า -18 องศาเซลเซียส เพื่อทำให้น้ำในอาหารเปลี่ยนสถานะกลายเป็นของแข็ง ซึ่งเป็นการชะลอการเจริญเติบโตของจุลินทรีย์ ทำให้อาหารไม่เน่าเสีย เก็บเอาไว้ได้นานขึ้น ซึ่งกระบวนการนี้สามารถรักษาคุณภาพของอาหารให้ใกล้เคียงกับอาหารที่ปรุงสุกใหม่ โดยไม่ก่ออันตรายกับผู้บริโภค ทั้งนี้ หน่วยงานวิจัยและพัฒนาของบริษัทผู้ผลิตอาหารชั้นนำ จะพัฒนาอาหารให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาดในแต่ละช่วง โดยกำหนดสูตร ส่วนผสม-เครื่องปรุง เนื้อสัตว์ และปรุงรสชาติให้รองรับกลุ่มเป้าหมายในแต่ละกลุ่ม ตามข้อกำหนดและมาตรฐานของสำนักงา
การรับประทานอาหารแต่ละวันในคนปกติ มักจะยึดแนวทางตามหลักการบริโภคให้ได้สารอาหารครบ 5 หมู่ สัดส่วนมากหรือน้อย ขึ้นอยู่กับอายุ แต่ในผู้สูงอายุหรือผู้ป่วย สัดส่วนการบริโภคอาหาร 5 หมู่ จะแตกต่างออกไป อัตราความต้องการการบริโภคโปรตีนมีมากกว่าสารอาหารอื่น ยิ่งสภาวะปัจจุบัน มีโรคที่เกิดขึ้นมากมาย อาทิ โรคเบาหวาน โรคหลอดเลือดสมองและหัวใจ โรคถุงลมโป่งพอง โรคมะเร็ง โรคความดันโลหิตสูง โรคอ้วนลงพุง และเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้คนไทยเสียชีวิตในช่วงระยะเวลา 10 ปีที่ผ่านมา คิดเป็นมูลค่าความสูญเสียทางเศรษฐกิจมากถึง 200,000 ล้านบาท ต่อปี วิธีการรักษาที่ดีที่สุดคือ การป้องกันและลดความเสี่ยงให้เกิดโรคเหล่านี้ คณะอุตสาหกรรมเกษตร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ โดย รองศาสตราจารย์ ดร.ปาริฉัตร หงสประภาส เริ่มวิจัยด้านการออกแบบโครงสร้างของอาหาร เพื่อให้ประสิทธิผลด้านสุขภาพหลังการย่อยและการดูดซึมสำหรับกระบวนการผลิตอาหารในระดับอุตสาหกรรม ซึ่งงานวิจัยชิ้นนี้ ก่อให้เกิดอาหารพร้อมรับประทานที่เหมาะสำหรับผู้ป่วยและผู้สูงอายุ ในรูปแบบของอาหารแช่แข็ง และผ่านการแปรรูปด้วยความร้อนในภาชนะบรรจุปิดสนิท รองศาสตราจารย์ ดร.ปาริฉัตร มองว่า ป
การแช่แข็งอาหารถือเป็นวิธีที่ดีสุดที่เราจะไม่ต้องออกไปซื้อบ่อยๆ และยังช่วยให้เราลดปริมาณของเสียจากอาหารได้อีกด้วย แต่หลายคนคงจะเป็นเหมือนกันคือ อาหารในช่องฟรีซออกมาละลาย แล้วก็ใช้เพียงนิดหน่อย จากนั้นก็นำกลับเข้าไปในช่องฟรีซอีกครั้ง ซึ่งจริงๆ แล้ว ไม่ใช่ว่าอาหารทุกอย่างจะทำแบบนั้นได้ เพราะการแช่แข็งจะไปทำลายผนังเซลล์ของอาหาร จึงเป็นเหตุผลว่า ทำไม อาหารแช่แข็ง จึงรสชาติไม่ดีเท่าอาหารสด ทำให้อาหารสดมักมีราคาแพงกว่า โดยเฉพาะอาหารในกลุ่มเนื้อและอาหารทะเล เมื่อเราแช่แข็ง นำออกมาละลาย และนำกลับไปแช่แข็งอีกครั้ง การละลาย ครั้งที่ 2 จะทำลายเซลล์มากกว่าเดิม และยังดึงความชุ่มชื้นออกจากโปรดักต์นั้นๆ ด้วย เหตุผลอื่นก็คือ แบคทีเรีย อาหารแช่แข็งและละลายจะพัฒนาแบคทีเรียที่เป็นอันตรายได้มากกว่าอาหารสด โดยเมื่อเกล็ดน้ำแข็งที่เกาะอาหารเริ่มละลาย เรียกได้ว่าพวกแบคทีเรียก็เริ่มขยายพันธุ์ทันที หนทางที่ดีที่สุดคือ เมื่อนำของแช่แข็งออกมาละลาย คุณควรปรุงสิ่งนั้นให้หมด แต่หากจำเป็นต้องแช่แข็งอีกครั้งและนำมาปรุง ก็ควรจะปรุงอย่างรวดเร็วและไม่นำกลับไปแช่แข็งอีก! คราวนี้ลองมาดูกันว่า 5 อาหาร ที่ไม่ควรนำไปแช่แข็งอี
สมาคมอุตฯทูน่าไทยคาดส่งออกปี”60 โต 5% มูลค่า 8.5 หมื่นล้านบาท ชี้กังวลค่าเงินเเข็งรัฐควรรักษาเสถียรภาพหวั่นกระทบส่งออกครึ่งหลัง อยากให้อยู่ในระดับ 35 บาท/เหรียญ พร้อมแสดงจุดยืนต้านไอยูยู-ค้ามนุษย์ นายชนินทร์ ชลิศราพงศ์ นายกสมาคมอุตสาหกรรมทูน่าไทย เปิดเผยถึงภาพรวมอุตสาหกรรมทูน่าและอาหารทะเลไทยว่า ภาพรวมการส่งออกอุตสาหกรรมทูน่าปีนี้ยังเติบโตได้ต่อเนื่องจากปีที่แล้ว 5% โดยปีนี้คาดว่าจะมีมูลค่าส่งออกประมาณ 8.5 หมื่นล้านบาท ปัจจัยบวกมาจากราคาน้ำมันที่ทรงตัวบวกกับดีมานด์ที่ไม่มากนักแต่ผู้บริโภคยังคงมีกำลังซื้อสูง ประกอบกับสถานการณ์ราคาสินค้าโภคภัณฑ์ที่ปรับตัวเพิ่มขึ้น รวมถึงกำลังซื้อที่เพิ่มขึ้นจากตลาดใหม่ที่ไม่ใช่ตลาดยุโรปเพียงอย่างเดียว โดยเฉพาะตลาดตะวันออกกลางและแอฟริกา ขณะที่สถานการณ์ค่าเงินบาทเเข็งในขณะนี้อาจส่งผลกระทบต่อสินค้าเกษตรและอาหารเนื่องจากค่าเงินบาทเป็นตัวแปรสำคัญหากรัฐบาลไม่รักษาเสถียรภาพอาจส่งผลกระทบต่อภาพรวมภาคเกษตร เนื่องจากอุตสาหกรรมประมงมีมูลค่าสูงมาก อย่างไรก็ดีสมาคมยังคงวางเป้าส่งออกปีนี้เพิ่ม 5% ซึ่งภาพรวม 4 เดือนแรกในปีนี้ดีขึ้นกว่าช่วงเวลาเดียวกันของปีที่แล้ว
