อำเภอขุนยวม
เมื่อวันที่ 7 มีนาคม 2565 ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ เป็นประธาน เปิดศูนย์ประสานงาน “พิพิธภัณฑ์มีชีวิตขุนยวมสู่การพัฒนาที่ยั่งยืน” พร้อมด้วยผู้ทรงคุณวุฒิ วช. รองผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน ผู้นำชุมชนท้องถิ่นในอำเภอขุนยวม เครือข่ายนักวิจัยมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ มหาวิทยาลัยแม่โจ้ และมหาวิทยาลัยราชภัฏลำปาง ให้เกียรติเข้าร่วมในพิธีเปิดศูนย์ฯ ณ วัดคำใน อำเภอขุนยวม จังหวัดแม่ฮ่องสอน เพื่อนำองค์ความรู้จากการวิจัยมาบูรณาการกิจกรรมของพิพิธภัณฑ์มีชีวิตขุนยวม พร้อมส่งมอบบัญชีศิลปวัตถุแก่วัดม่วยต่อและวัดคำใน เพื่อการอนุรักษ์เก็บรักษามรดกทางวัฒนธรรมของชาติต่อไป ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ ประธานเปิดศูนย์ประสานงาน “พิพิธภัณฑ์มีชีวิตขุนยวมสู่การพัฒนาที่ยั่งยืน” กล่าวภายหลังการเยี่ยมชมศิลปวัฒนธรรมที่เป็นอัตลักษณ์ของอำเภอขุนยวม ว่าพิพิธภัณฑ์มีชีวิตขุนยวมสู่การพัฒนาที่ยั่งยืน เป็นโครงการที่ วช. ให้การสนับสนุนนักวิจัยมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ มหาวิทยาลัยแม่โจ้ และมหาวิทยาลัยราชภัฏลำปาง ดำเนินการเป็นโครงการที่สร้างกลไกความยั่งยืนในการนำองค์ความรู้จากงานวิ
แนวโน้มความนิยมเลี้ยงไก่พื้นเมืองเพื่อบริโภคเชิงพาณิชย์ในขณะนี้นับว่ามาแรงมาก เนื่องจากไก่กินแต่อาหารจากธรรมชาติล้วน จึงทำให้มีรสชาติอร่อย คุณภาพเนื้อปลอดไขมัน แล้วมั่นใจว่าปลอดภัยต่อสุขภาพ แล้วถ้ายิ่งนำระบบการเลี้ยงและบริหารจัดการแบบอินทรีย์มาใช้ด้วยคงส่งผลให้จำนวนไก่พื้นเมืองอาจไม่เพียงพอต่อความต้องการของผู้บริโภค ขณะนี้หน่วยงานภาครัฐ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกรมปศุสัตว์เข้ามามีบทบาทต่อการส่งเสริมให้ชาวบ้านหันมาเลี้ยงไก่พื้นบ้านเชิงพาณิชย์มากขึ้น ซึ่งไม่เพียงเข้ามาแนะนำวิธีเลี้ยงที่ถูกต้องเหมาะสม แต่ยังสนับสนุนส่งเสริมทางด้านอุปกรณ์เครื่องใช้ ตลอดจนเทคนิคต่างๆ รวมถึงยังหาตลาดแหล่งจำหน่ายให้ด้วย อย่างที่อำเภอขุนยวม จังหวัดแม่ฮ่องสอน ทางปศุสัตว์จังหวัดได้เปิดยุทธศาสตร์ชักชวนชาวบ้านในพื้นที่ให้ฟื้นฟูการเลี้ยงพันธุ์พื้นเมืองไก่แม่ฮ่องสอน ทั้งนี้ เพื่อต้องการอนุรักษ์แล้วกระตุ้นจิตสำนึกให้ผู้คนในท้องถิ่นเห็นคุณค่าและความสำคัญของไก่พันธุ์นี้ทางด้านอาหารเพื่อสร้างชื่อเสียงให้เป็นที่รู้จักทั่วไปของคนทั้งประเทศ พร้อมกับยังรับซื้อหรือหาตลาดรองรับ ช่วยให้ชาวบ้านในจังหวัดมีรายได้เพิ่มขึ้นด้วย คุณอารีย์ พ
