อำเภอสอยดาว
ยังอยู่กันที่นี่ หมู่บ้านชายแดนไทย-เขมร ที่มีผู้คนหลากหลาย หมู่บ้านนี้มีชื่อเสียงด้านการทำงานช่าง งานไม้ ทำเฟอร์นิเจอร์ ของที่ระลึก ควบคู่ไปกับงานด้านการเกษตร ชื่อหมู่บ้านสวนส้ม บ้านสวนส้มในวันนี้ เป็นหมู่บ้านกล้วยไข่ มีการปลูกกล้วยไข่ถึงสามสี่พันไร่ ส่งออกประเทศจีนเป็นพืชเศรษฐกิจ กล้วยไข่ ที่นี่ลูกใหญ่มาก จนพูดได้ว่าไม่เคยเห็นกล้วยไข่ที่ไหนลูกใหญ่ได้เท่านี้ ใครมาที่นี่ได้กินกล้วยไข่ หรือได้กล้วยไข่เป็นของฝาก เห็นกล้วยไข่ที่นี่แล้วอยากกลับไปปลูกกล้วยไข่ที่บ้าน เพราะราคาดีมากด้วย กล้วยไข่ จะให้ผลผลิตในช่วงแปดเดือน นานถึงสามปี คือหน่อมันจะขึ้นมาเรื่อยๆ และตัดแต่งหน่อ สามปีก็ปลูกใหม่คัดเลือกหน่อพันธุ์ ดินที่นี่เหมาะกับการปลูกกล้วยไข่และทำการเกษตร “ราคากล้วยไข่หน้าสวนกิโลละ 70 บาท ตัดส่งไปตอนเขียวๆ เกือบจะสุก ถ้ารอให้สุกมันจะแตก เราจะตัดกล้วยแบบ 80 เปอร์เซ็นต์” แม่บ้านบอก “แรงงานส่วนหนึ่งมาจากเพื่อนบ้าน ชายแดนกัมพูชา เป็นเพื่อนบ้าน เป็นแรงงาน และทำธุรกิจกันด้วย” แม่บ้านอีกคนเล่า บ้านสวนส้ม สอยดาว จันทบุรี เป็นอีกหมู่บ้านหนึ่งที่พร้อมเปิดประตูสู่การท่องเที่ยวในวิถีชุมชน ทั้งเส้นทางท่องเที่ย
เดี๋ยวนี้เขามีตลาดออนไลน์ขายกันอยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์ แต่ถ้าเป็นผักสดๆ ผักพื้นถิ่น ขายอยู่หน้าจอคงไม่ได้ หรือถึงได้ส่งของไปถึงก็ต้องเหี่ยวต้องเฉา ต้องแปรรูปกันก่อน แต่ที่หมู่บ้านนี้ เขามีตลาดหน้าบ้านขาย ผัก ผลไม้ ของที่มีอยู่ในบ้าน เอามาขายที่หน้าบ้านตัวเอง ใครมีอะไรก็เอามาขาย ยามเช้าปั่นจักรยานหรือเดินไปดูว่าบ้านไหนเอาอะไรมาวางขายบ้าง วิถีชีวิตธรรมดาที่อบอุ่นและมีความมั่นคงทางอาหารของหมู่บ้าน สำหรับนักท่องเที่ยวอย่างเราๆ ก็สนุกดี เดินไปซื้อกินไป สิ่งหนึ่งที่นักเดินทางนักท่องเที่ยวต้องการคือ การได้กินอาหารพื้นถิ่นที่อร่อย สะอาด ปลอดภัย และมีความสุข ความสบายในขณะที่กิน ความสบายคืออะไร…เช่น สบายใจว่าอาหารจะไม่แพงเกินไป สบายใจที่ได้นั่งในบรรยากาศที่ดี รื่นรมย์ จนบางครั้งยังคิดถึงอาหารจานอร่อย หลายครั้งที่การเดินทางท่องเที่ยวสิ้นสุดแล้วแต่เรายังคิดถึงอาหารนั้นอยู่ ที่สำคัญคือเป็นมิตร มีรอยยิ้ม และเสียงหัวเราะ นี่เป็นสิ่งพิเศษสุด และนี่เป็นฉบับที่สี่ ที่กินที่สอยดาว เป็นหมู่บ้านที่สี่ หมู่บ้านนี้ชื่อ บ้านเตาถ่าน อยู่ที่อำเภอสอยดาว จันทบุรี นอกจากมีวิวทิวทัศน์ มีธารน้ำที่สวยงามแล้ว ยังเ
ตอนนี้ยังอยู่กับเรื่องท่องเที่ยวแบบกินอาหารพื้นถิ่น กินอาหารตามฤดูกาลกันต่อนะคะ ว่าด้วยอาหารพื้นถิ่นเป็นอาหารมาจากบรรพบุรุษ เรียกว่าตกทอดกันมาจากรุ่นสู่รุ่น อาจมีการดัดแปลงการพัฒนาสูตรและวิธีทำบ้างตามสภาพชีวิตที่เปลี่ยนไปแต่ยังคงเป็นอาหารพื้นถิ่น ที่นี่ชื่อบ้านปะตงล่าง เป็นชุมชนของผู้คนหลากหลายโดยเฉพาะจากเขมร ดังนั้น ของกินก็มีหลากหลายเช่นกัน เรียกเล่นๆ ว่านานาชาติ ชื่อหมู่บ้านก็เพี้ยนมาจากภาษาเขมร มีความหมายว่าเที่ยงตรง หรือตอนเที่ยงพอดี เล่าเป็นตำนานว่า มีพระภิกษุเดินทางมาที่นี่มาถึงตอนเที่ยงตรง (ออกเสียงเขมรและเขียนไม่ถูกค่ะ) บ้านปะตงล่างฉันเรียกเล่นๆ ว่า บ้านช้าง เพราะผู้คนที่นี่บอกว่า มีช้างลงมาจากป่ามาหากินในหมู่บ้านเสมอ เขาต้องมีวิธีการอยู่ร่วมกับช้าง มีเวรยามดูแล เมื่อช้างเข้ามาในหมู่บ้านก็ต้องผลักดันช้างออกไป แต่ไม่ได้ทำร้ายช้าง เราคุยกันว่าทำไมช้างถึงลงมาหากินในหมู่บ้าน น่าจะเป็นเพราะว่าไม่มีแหล่งอาหารในป่า หญิงสาวคนหนึ่งที่มาด้วย เธอเสนอโครงการ ปลูกอาหารบนภูเขาให้ช้างกินกันเถอะ ช้างจะได้ไม่ต้องลงมา เธออยากจะนัดแนะเพื่อนฝูงช่วยกันปลูกต้นไม้ที่เป็นอาหารช้าง นับว่าเป็นแนวคิดที่
