อุตสาหกรรมยางพาราไทย
วันนี้ (13 มีนาคม 2568) ณ ห้องประชุมรัษฎา การยางแห่งประเทศไทย (กยท.) สำนักงานใหญ่ – กยท. โดย นายสุขทัศน์ ต่างวิริยกุล รักษาการแทนผู้ว่าการ กยท. ร่วมกับสมาคมการค้าส่งเสริมและพัฒนาเศรษฐกิจหกประเทศลุ่มแม่น้ำโขง โดย นายชุติวัต ชัยดรุณ นายกสมาคมฯ ลงนามบันทึกความเข้าใจความร่วมมือด้านธุรกิจยางพารา เป็นตัวแทนร่วมลงนามในพิธีครั้งนี้ มุ่งขับเคลื่อนการค้ายาง ไทย-จีน สร้างโอกาสทางธุรกิจ-เพิ่มขีดความสามารถทางการแข่งขัน ผลักดันอุตสาหกรรมยางพาราไทยอย่างยั่งยืน นายสุขทัศน์ กล่าวว่า การลงนามบันทึกความเข้าใจครั้งนี้ถือเป็นโอกาสสำคัญของทั้ง 2 ประเทศในการส่งเสริมการค้าการลงทุนระหว่างไทยและจีน ซึ่งความร่วมมือในครั้งนี้จะช่วยขับเคลื่อนการพัฒนาทางธุรกิจและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของยางพาราไทยในตลาดโลก โดยครอบคลุมการพัฒนาในหลายด้าน ทั้งการเสริมสร้างประสิทธิภาพด้านโลจิสติกส์เพื่อการขนส่ง การจัดหาวัตถุดิบยางพาราคุณภาพและยางพาราแปรรูปขั้นต้น รวมถึงการแลกเปลี่ยนความรู้ทางวิชาการและเทคโนโลยีการบำบัดน้ำเสีย การใช้พลังงานสะอาดเพื่อดูแลสิ่งแวดล้อม และการพัฒนาเทคโนโลยีการผลิตยางชนิดพิเศษให้ตรงตามความต้องกา
วันนี้ (26 กุมภาพันธ์ 2568) ณ ห้องราชไมตรี อาคาร 50 ปี การยางแห่งประเทศไทย (กยท.) สำนักงานใหญ่-กยท. ร่วมกับ บริษัท ฟาร์ม เอ็กซ์โป จำกัด ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ การขับเคลื่อนกิจกรรมสนับสนุนการดำเนินงานพัฒนาผลิตภัณฑ์และการตลาดมูลค่าสูงด้านยางพารา โดยมี นายสุขทัศน์ ต่างวิริยกุล รักษาการผู้ว่าการ กยท. และ นายนรบดี ผดุงเจริญ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ฟาร์ม เอ็กซ์โป จำกัด เป็นผู้ลงนามในครั้งนี้ พร้อมด้วย ดร.เพิก เลิศวังพง ประธานกรรมการ กยท. ร่วมเป็นพยานในการลงนาม มุ่งบูรณาการความร่วมมือภาคเอกชน ดันผลิตภัณฑ์ยางมูลค่าสูง ยกระดับอุตสาหกรรมยางพาราไทยสู่การแข่งขันในตลาดโลก ดร.เพิก กล่าวว่า การลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือครั้งนี้ เป็นก้าวสำคัญที่จะช่วยส่งเสริมและพัฒนาอุตสาหกรรมยางพาราของประเทศไทยรูปแบบใหม่อย่างเป็นระบบ เกิดความมั่นคงและยั่งยืน โดย กยท. ซึ่งเป็นองค์กรชั้นนำด้านยางพารา มุ่งมั่นที่จะผลักดันให้เกิดการพัฒนาผลิตภัณฑ์ยางที่มีมูลค่าสูง ตั้งแต่ต้นน้ำจนถึงปลายน้ำ เพื่อเพิ่มศักยภาพการแข่งขันทางด้านการตลาดในการสนับสนุนสินค้ายางพาราไทยสู่ตลาดโลก ซึ่งในครั้งนี้ กยท. ได้ร่วมมือกับภาค
“ธรรมนัส” นำทัพ กยท. ผนึกเอกชน เกษตรกร Kick off เร่งแก้ปัญหาโรคใบร่วงชนิดใหม่ในยางพารา พร้อมประเดิมการซื้อ–ขายน้ำยางสด EUDR ครั้งแรก ทำราคาพุ่งสูงสุดที่ 78 บาทต่อกิโลกรัม คิดเป็นมูลค่ารวมกว่า 10.5 ล้านบาท ตอกย้ำความแกร่งอุตสาหกรรมยางพาราไทย เมื่อวันที่ 26 มิถุนายน 2567 ร้อยเอก ธรรมนัส พรหมเผ่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานเปิดงานสัมมนาเชิงปฏิบัติการ Kick off โครงการบูรณาการทดลองร่วมกันระหว่างภาคเอกชนกับเกษตรกร เพื่อแก้ไขปัญหาโรคใบร่วงชนิดใหม่ในยางพารา ปัญหาสำคัญที่ส่งผลกระทบต่อพื้นที่สวนยางในหลายจังหวัดภาคใต้ของไทย พร้อมนำร่องมาตรการการซื้อขายน้ำยางสด EUDR (EU Deforestation-free Products Regulation) ณ โรงงานน้ำยางข้นสหกรณ์การเกษตรจะนะ จำกัด ตำบลตลิ่งชัน อำเภอจะนะ จังหวัดสงขลา ร้อยเอก ธรรมนัส กล่าวว่า กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ มีนโยบายพัฒนาทรัพยากรเกษตรให้ยั่งยืน เพื่อสร้างความแข็งแกร่งให้กับห่วงโซ่ยางพาราไทย จึงได้มอบหมายให้ กยท. เร่งแก้ปัญหาโรคใบร่วงชนิดใหม่ในยางพาราอย่างจริงจัง อาทิ การให้ความรู้ การแจกจ่ายชีวภัณฑ์เพื่อลดความรุนแรงของโรค ตลอดจนการพัฒนาอาชีพเกษตรกรช
ท่ามกลางความผันผวนของสถานการณ์โลก ทั้งการแพร่ระบาดของโควิด-19 สงครามรัสเซีย-ยูเครน ที่ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจภาพรวมทั่วโลก รวมทั้งประเทศไทย ถึงอย่างนั้นก็ยังมีข่าวดี เมื่อ การยางแห่งประเทศไทย (กยท.) เผยว่า ช่วง 6 เดือนแรกของปี 2565 ไทยยังครองตำแหน่งประเทศผู้ส่งออกยางอันดับ 1 ของโลก ด้วยการส่งออกยางธรรมชาติและผลิตภัณฑ์ยาง ปริมาณรวม 2,190,065 ตัน คิดเป็นมูลค่ารวม 2.4 แสนล้านบาท หนึ่งในกลุ่มที่มีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมยางพาราไทยให้ยืนหนึ่งในระดับโลกก็คือ เกษตรกรชาวสวนยาง ซึ่ง กยท. ได้ดูแล ส่งเสริม และสนับสนุนมาตลอด ด้วยการออกมาตรการต่างๆ ช่วยให้เกษตรกรชาวสวนยางมีคุณภาพชีวิตและมีความมั่นคงมากขึ้น นายณกรณ์ ตรรกวิรพัท ผู้ว่าการการยางแห่งประเทศไทย (กยท.) เผยถึงบทบาทขององค์กรว่า โดยทั่วไปประชาชนจะให้ความสำคัญกับ กยท. 2 เรื่อง เรื่องแรก คือ การรักษาเสถียรภาพราคายาง และเรื่องที่สอง คือ การสงเคราะห์ปลูกแทน ซึ่งเป็นพันธกิจที่ กยท. ทำอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ ยังให้คำแนะนำและให้ความรู้แก่เกษตรกรชาวสวนยาง ทั้งเรื่องการปรับยางหรือปลูกยาง ปรับยางและปลูกไม้ยืนต้นชนิดอื่น หรืออาจปรับแล้วทำเกษตร
