อุตสาหกรรมอ้อยและน้ำตาลทราย
กลุ่มมิตรผล ผู้นำด้านการพัฒนาเพื่อสร้างความยั่งยืนจากภาคเกษตร ตอกย้ำความเป็นผู้นำระดับโลกด้านความยั่งยืน จากผลการประเมิน Corporate Sustainability Assessment (CSA) ประจำปี 2025 ด้วยการครองตำแหน่งผู้ผลิตน้ำตาลอย่างยั่งยืนอันดับ 1 ของโลก โดยได้รับคะแนนสูงสุดในกลุ่มผู้ผลิตน้ำตาลทั่วโลกที่เข้าร่วมการประเมิน และยังเป็นคะแนนสูงสุดเป็นประวัติการณ์ของกลุ่มมิตรผลนับตั้งแต่เริ่มเข้าร่วมการประเมินในปี 2018 นอกจากนี้ยังได้รับการจัดอันดับผู้นำด้านความยั่งยืนระดับโลก ในกลุ่ม Top 5% ของอุตสาหกรรมผลิตภัณฑ์อาหาร (Food Products Industry) จากบริษัทที่เข้าร่วมการประเมินกว่า 9,200 แห่ง ครอบคลุม 59 อุตสาหกรรมทั่วโลกในปี 2025 สะท้อนถึงการดำเนินธุรกิจตามหลักการพัฒนาอย่างยั่งยืนอย่างต่อเนื่องในทุกมิติ ที่มุ่งยกระดับ “ระบบการเกษตรและอาหารที่มั่นคง” ควบคู่การส่งเสริมเกษตรกรให้ร่วมดูแลสิ่งแวดล้อมอย่างเป็นรูปธรรม เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นของผู้คนในประเทศไทยและทั่วโลก นายบรรเทิง ว่องกุศลกิจ ประธานกรรมการ กลุ่มมิตรผล กล่าวว่า “การพัฒนาองค์กรด้วยมาตรฐานระดับโลกอย่างต่อเนื่อง เพื่อยกระดับประสิทธิภาพการดำเนินงานของ
กรุงเทพฯ 26 พฤศจิกายน 2562 – ประเทศไทยกำลังเดินหน้าเต็มกำลังเพื่อเพิ่มขีดความสามารถทางการแข่งขันและก้าวสู่ประเทศเศรษฐกิจฐานชีวภาพ ที่สอดรับกับกรอบการพัฒนาอย่างยั่งยืน (Sustainable Development Goals – SDGs) ของสหประชาชาติ ภายใต้วิสัยทัศน์ดังกล่าวนี้ การส่งเสริมการวิจัยและพัฒนา (R&D) เพื่อให้ได้มาซึ่งองค์ความรู้ที่สามารถ ต่อยอดไปสู่นวัตกรรมและเทคโนโลยีที่ตอบสนองกับความต้องการของภาคอุตสาหกรรมฯ จึงสำคัญอย่างยิ่ง ข้อมูลจากสำนักงานคณะกรรมการนโยบายวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรมแห่งชาติ (สวทน.) พบว่าในปี 2561 ที่ผ่านมาประเทศไทยมีสถิติการลงทุนด้านการวิจัยและพัฒนาของประเทศเพิ่มขึ้นเป็น 1% ของ GDP และคาดว่าจะขยับสู่ 1.5% ภายในปี 2564 โดยมีสัดส่วนการลงทุนของภาคเอกชน 80% และภาครัฐ 20% สะท้อนถึงความตื่นตัวของสองภาคส่วนสำคัญในการพยายามผลักดันให้ประเทศไทยสามารถแข่งขันกับนานาชาติได้อย่างมีเสถียรภาพมากขึ้น ด้วยการวิจัยและพัฒนา ซึ่งยั่งยืนกว่าการแข่งขันด้วยราคาวัตถุดิบและแรงงานเป็นหลัก ในฐานะภาคเอกชนที่ตระหนักถึงความสำคัญของการวิจัยเพื่อค้นหาองค์ความรู้ใหม่ๆ ที่ตอบโจทย์การพัฒนาของประเทศ
อุตสาหกรรมเกษตร อาหาร สิ่งทอ ผนึกมือเกษตรกร ฉะสภาหอการค้าฯ และภาครัฐ เร่งรัดแบน 3 สาร เตรียมเผชิญ 4 วิบัติ เศรษฐกิจไทยปีหน้า สมาคมนักวิชาการอ้อยและน้ำตาลแห่งประเทศไทย กลุ่มผู้รวบรวมข้าวโพดหวานอุตสาหกรรม สมาพันธ์เกษตรปลอดภัย สมาคมผู้ผลิตอาหารสัตว์ไทย สมาคมพืชสวนแห่งประเทศไทย สมาคมผู้ผลิตน้ำมันถั่วเหลืองและรำข้าว สมาคมอุตสาหกรรมทูน่าไทย สมาคมผู้ผลิตอาหารสำเร็จรูป และอุตสาหกรรมสิ่งทอ สงสัยการทำงานของ 3 พรรค กระทรวงใหญ่ เหตุใดเร่งรีบ แบน 3 สารเคมีเกษตร พาราควอต ไกลโฟเซต คลอร์ไพรีฟอส แถมจัดเต็มงบประมาณซื้อเครื่องจักร งบทำลายสารเคมีเกษตร เอื้อกลุ่มทุนสารเคมีทดแทน เผยเศรษฐกิจไทยเตรียมพบ 4 วิบัติ จากผลพวงวิกฤตการเกษตร นายภมร ศรีประเสริฐ อุปนายกสมาคมโรงงานผู้ผลิตมันสำปะหลังภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เปิดเผยว่า การแบนสารกำจัดวัชพืชจะกระทบกับอุตสาหกรรมมันสำปะหลังเป็นมูลค่า 5.8 หมื่นล้านบาท ที่ผ่านมาไทยส่งออกมันสำปะหลังเพิ่มขึ้นมาโดยตลอด สร้างรายได้เข้าประเทศนับแสนล้านบาท และเป็นที่ยอมรับจากประเทศคู่ค้าไม่เคยพบปัญหาสารตกค้าง จึงมองว่ารัฐควรพิจารณาให้ถี่ถ้วนก่อนตัดสินใจทำอะไร ล่าสุด นายจุรินทร์ ลักษณวิศ
สมาคมอ้อย-อุตสาหกรรมอ้อย เรียกร้องรัฐบาลไทย อย่าซ้ำเติมอุตสาหกรรมเกษตรไทย กรณีแบนสารเคมี ตรงข้ามอเมริกา-ออสเตรเลีย-บราซิล ปกป้องสิทธิ์สินค้าของประเทศตนเอง สมาคมนักวิชาการอ้อยและน้ำตาลแห่งประเทศไทย หวั่นเดือดร้อนหนักในปีหน้า อุตสาหกรรมอ้อยคาดสูญเม็ดเงินปีหน้ากว่า 3 แสนล้านบาท เหตุแบนสารเคมีเกษตร กระทบต้นทุน กำลังการผลิตลด ร้องรัฐบาลควรช่วยภาคเกษตรของไทย เหมือนรัฐบาลต่างชาติ สหรัฐอเมริกา ออสเตรเลีย และบราซิล ที่ออกมาปกป้องสิทธิ์สินค้าเกษตร และเกษตรกรของตนเอง ดร. กิตติ ชุณหวงศ์ นายกสมาคมนักวิชาการอ้อยและน้ำตาลแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า “ขณะนี้มีการเรียกร้องจากต่างประเทศ เช่น สหรัฐ ออสเตรเลีย บราซิล เพื่อปกป้องสินค้าเกษตรถั่วเหลืองของตนเอง แต่รัฐบาลไทยกลับไม่ปกป้องสินค้าเกษตรไทย เช่น อ้อย ที่ทำเงินเข้าประเทศ และสร้างรายได้กว่า 3 แสนล้านบาท ต่อปี ทันทีที่มีข่าวแบน 3 สารเคมี ตลอดสองปีที่ผ่านมา สมาคมฯ ได้วิเคราะห์ตัวเลขความสูญเสียที่จะเกิดขึ้น โดยเฉพาะหากยกเลิกพาราควอต ซึ่งเป็นสารเคมีที่จำเป็นต่ออุตสาหกรรมการผลิตอ้อย เพราะเป็นสารตัวเดียวในกลุ่ม non selective ที่ไม่เป็นสารดูดซึม ปลอดภัยต่ออ้อย ร
สุพรรณบุรีฯ – เมื่อเร็วๆ นี้ กลุ่มมิตรผล เปิดอุทยานมิตรผลด่านช้าง จังหวัดสุพรรณบุรี ต้อนรับคณะผู้เข้าร่วมประชุม “Bonsucro Global Week 2019” กว่า 140 คน จากนานาประเทศทั่วโลก เผยต้นแบบการพัฒนาอุตสาหกรรมอ้อยและน้ำตาลอย่างยั่งยืนจากต้นน้ำสู่ปลายน้ำ โดยเปิดให้เยี่ยมชมการจัดการ ไร่อ้อยสมัยใหม่แบบ “มิตรผล โมเดิร์นฟาร์ม” ซึ่งเป็นนวัตกรรมที่ให้ความสำคัญกับการบริหารจัดการไร่อ้อยด้วยเทคโนโลยีและเครื่องจักรกลการเกษตร รวมถึงเยี่ยมชมการบริหารจัดการโรงงานน้ำตาลและอุตสาหกรรมต่อเนื่องที่มีคุณภาพตามมาตรฐานสากล ครอบคลุมการจัดการด้านสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรอย่างยั่งยืนและมีประสิทธิภาพ รวมถึง “สุขยิ่งฟาร์ม” พื้นที่เกษตรกรรมของชาวไร่อ้อยต้นแบบที่นำแนวคิดเกษตรทฤษฎีใหม่มาปรับใช้ควบคู่กับการประกอบอาชีพการปลูกอ้อยเพื่อสร้างความยั่งยืน การศึกษาดูงานนี้เป็นส่วนหนึ่งของ Bonsucro Global Week 2019 การประชุมด้านความยั่งยืนในอุตสาหกรรมอ้อยและน้ำตาลระดับโลกประจำปี ซึ่งมีตัวแทนองค์กรชั้นนำจากนานาประเทศทั่วโลกเข้าร่วมงาน จัดโดย Bonsucro องค์กรไม่แสวงหาผลกำไร ที่มุ่งยกระดับการพัฒนาอุตสาหกรรมอ้อยและน้ำตาลทั่วโลกอย่างยั่งยืน
พลันที่คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ใช้อำนาจตามมาตรา 44 ออกคำสั่งที่ 1/2561 เรื่องการแก้ไขกฎหมายเพื่อรองรับการปรับโครงสร้างอุตสาหกรรมอ้อยและน้ำตาลทรายทั้งระบบ โดยยกเว้นการใช้บังคับ (18) ของมาตรา 17 แห่ง พ.ร.บ.อ้อยและน้ำตาลทรายเฉพาะในส่วนของการกำหนดราคาน้ำตาลทรายเพื่อใช้บริโภคในประเทศ มีผลช่วงกลางดึกของวันที่ 15 มกราคม 2561 ที่ผ่านมา มีคำถามตามมาในกลุ่มผู้บริโภคว่า นี่คือการลอยตัวราคาน้ำตาลทรายอย่างเป็นทางการใช่หรือไม่ เพราะด้วยเนื้อหาคำสั่งไม่ได้ระบุชัดถึงคำว่า “ลอยตัว” เมื่อวันที่ 16 มกราคม กระทรวงอุตสาหกรรมโดยนายอุตตม สาวนายน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม จึงเปิดแถลงข่าวด่วนถึงการใช้ ม.44 โดยระบุชัดว่านี่คือ “การลอยตัวราคาน้ำตาลทรายอย่างเป็นทางการ” และรวมถึงการปรับโครงสร้างอุตสาหกรรมอ้อยและน้ำตาลในส่วนที่เกี่ยวข้องด้วย มั่นใจราคาขายปลีกปรับลดลง นายอุตตมระบุว่า ม.44 ดังกล่าวถือเป็นการปลดล็อกการควบคุมราคาน้ำตาลทรายไปสู่การลอยตัว เพื่อให้ราคาอิงตลาดโลกตามที่กระทรวงอุตสาหกรรมได้วางไว้ในแผนการปรับโครงสร้างอุตสาหกรรมอ้อยและน้ำตาลทรายทั้งระบบ โดยราคาตามกลไกลอยตัวหลังจากนี้จะใช้สูตรการอิ
นายวรวัฒน์ ศรียุกต์ ผู้อำนวยการด้านบริหารองค์กรเพื่อความยั่งยืน (กลาง) และ นางสาวกรรณิกา ว่องกุศลกิจ ผู้บริหารงานพัฒนาชุมชนอย่างยั่งยืน บริษัท น้ำตาลมิตรผล จำกัด (ที่สองจากซ้าย) รับรางวัลบริษัทที่มีการส่งเสริมการดูแลชุมชนยอดเยี่ยมแห่งเอเชีย ปี 2560 (Community Care Company of the Year 2017) ในงานมอบรางวัล องค์กรที่เป็นเลิศและยั่งยืนแห่งเอเชีย (Asia Corporate Excellence & Sustainability Awards 2017: ACES Awards 2017) เมื่อวันที่ 26 ตุลาคม พ.ศ. 2560 ณ โรงแรมอินเตอร์คอนติเนนตัล สิงคโปร์ โดยรางวัลดังกล่าวเป็นรางวัลที่มอบให้แก่ บริษัท น้ำตาลมิตรผล เพื่อยกย่องความสำเร็จของบริษัทฯ ในการจัดทำโครงการพัฒนาชุมชนเพื่อความยั่งยืนโดยสอดรับกับนโยบายและการดำเนินธุรกิจขององค์กร ภายใต้ปรัชญา “ร่วมอยู่ ร่วมเจริญ”
นายสิริวุทธิ์ เสียมภักดี ประธานคณะทำงานด้านประชาสัมพันธ์ 3 สมาคมโรงงานน้ำตาลทราย เปิดเผยว่า ขณะนี้อุตสาหกรรมอ้อยและน้ำตาลทรายอยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่านไปสู่การใช้โครงสร้างใหม่ โดยมีความกังวลในหลักการปฏิบัติในประเด็นการกำหนดราคาอ้อยขั้นต้น ซึ่งขณะนี้ยังไม่สามารถตกลงกันได้ อยากให้รัฐเร่งหาข้อยุติ หลังจากที่เสนอใช้ราคาน้ำตาลลอนดอนนัมเบอร์ไฟว์ บวกกับไทยพรีเมียม เป็นสูตรคำนวณเพื่อคำนวณราคาแนะนำในการใช้กำหนดราคาอ้อยขั้นต้น จากเดิมที่เคยใช้ราคาน้ำตาลทรายดิบ โควต้า ข. อัตราแลกเปลี่ยนเพื่อคำนวณราคาอ้อยขั้นต้น เนื่องจากปัจจุบันราคาน้ำตาลทรายในตลาดโลกอยู่ในระดับต่ำที่ 13.50-14.00 เซ็นต์ ต่อปอนด์ เท่านั้น และเมื่อบวกกับค่าไทยพรีเมียม จะทำให้ราคาอ้อยขั้นต้นในฤดูการผลิตปี 2560/61 เฉลี่ยอยู่ที่ประมาณตันละ 850 บาท ซึ่งต่ำจากปีก่อน ทำให้ชาวไร่ได้รับผลกระทบไม่คุ้ม ประกอบกับภายใต้โครงสร้างอุตสาหกรรมอ้อยและน้ำตาลทรายฉบับใหม่ จะไม่อุดหนุนราคาอ้อยที่ตันละ 160 บาท อีกต่อไป “กังวลว่าสำนักงานงานคณะกรรมการอ้อยและน้ำตาลทราย หรือ สอน. จะสรุปสูตรคำนวณราคาอ้อยขั้นต้นไม่ทันก่อนการเปิดหีบอ้อย หากมีความล่าช้า ย่อมส่งผลกระท
