อุทัยธานี
“ไก่แสมดำ” เป็นสัตว์เลี้ยงพื้นบ้าน เป็นหนึ่งในของดีของจังหวัดอุทัยธานี ความจริงแล้ว ไก่แสมดำเป็นไก่สายพันธุ์เก่าแก่มาตั้งแต่สมัยสุโขทัย เนื่องจากพ่อขุนบางกลางหาวและพ่อขุนรามคำแหงมหาราชทรงโปรดไก่แสมดำมาก จนได้ชื่อว่า “ไก่พ่อขุน” ต่อมาในสมัยกรุงศรีอยุธยา สมเด็จพระพุทธเจ้าเสือก็ทรงโปรดเช่นกัน ซึ่งก็เป็นหลักฐานว่า ไก่แสมดำมีมาแต่โบราณกาลนั้น มีถิ่นกำเนิดทางภาคกลาง ตั้งแต่ อยุธยา อ่างทอง สิงห์บุรี อุทัยธานี และจังหวัดใกล้เคียง จังหวัดอุทัยธานีเห็นคุณค่า ของ ไก่แสมดำ จึงส่งเสริมการเลี้ยงเป็นสัตว์เศรษฐกิจของจังหวัด เพื่ออนุรักษ์สายพันธุ์ และมีเกษตรกรที่สนใจนำมาเลี้ยง เพาะจำหน่ายสร้างรายได้เป็นกอบเป็นกำ ไก่แสมดำเป็น 1 ใน 4 เฉดสีใหญ่ๆ ของไก่พันธุ์ประดู่หางดำ อันได้แก่ ประดู่มะขามไหม้ ตาไพล ประดู่แข้งเขียว ตาลาย ประดู่แดง และ ประดู่แสมดำ ตาดำ ที่นิยมเรียกสั้นๆ ว่า ไก่แสมดำ ซึ่งถือได้ว่าเป็นสายพันธุ์ที่เหลือน้อยลง จนใกล้จะสูญพันธุ์ ซึ่งลักษณะเด่นของประดู่แสมดำหรือไก่แสมดำ คือ ปาก แข้ง เล็บ ขนปีก หาง มีสีดำสนิท ยกเว้นสร้อยปีก สร้อยคอ สร้อยหลัง และสร้อยระย้
จังหวัดอุทัยธานี เป็นจังหวัดที่ประสบผลสำเร็จในการดำเนินโครงการจัดที่ดินทำกินให้กับชุมชนตามนโยบายรัฐบาล เพื่อแก้ไขปัญหาบุกรุกที่ป่าสงวนหวงห้ามของรัฐ โดยนำที่ดินในเขตพื้นที่ตำบลระบำ อำเภอลานสัก 3,239-2-39 ไร่ มาจัดสรรแบ่งให้ชาวบ้าน 486 ราย เข้าอยู่อาศัย และจัดเป็นแปลงเกษตรให้รายละ 4.5 ไร่ และส่งเสริมให้เกษตรกร ในพื้นที่รวมกลุ่มจดทะเบียนจัดตั้งเป็นสหกรณ์ปฏิรูปที่ดินระบำ จำกัด เมื่อวันที่ 11 พฤศจิกายน 2558 ซึ่งทาง คทช. จังหวัดอุทัยธานี ได้อนุญาตให้สหกรณ์ปฏิรูปที่ดินระบำ จำกัด เช่าที่ดินดังกล่าว พร้อมทั้งยกเว้นค่าเช่า 3 ปี เพื่อให้สหกรณ์บริหารจัดการ ในรูปแบบแปลงรวม ใช้ระบบสหกรณ์เข้ามาแก้ไขปัญหาด้านเศรษฐกิจและสังคมของเกษตรกรที่ได้รับการจัดสรรที่ดิน โดย พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้เดินทางมามอบหนังสือสัญญาเช่าที่ดินให้กับสหกรณ์ปฏิรูปที่ดินระบำ จำกัด เมื่อวันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2559 ปัจจุบัน พื้นที่ คทช. ตำบลระบำ เปลี่ยนแปลงไปจากเดิม พื้นที่ที่เคยเป็นดินลูกรัง แห้งแล้ง กลับพลิกฟื้นกลายเป็นพื้นที่เกษตรกรรมที่อุดมสมบูรณ์ และเป็นแหล่งสร้างรายได้ให้กับเกษตรกร โดยมีสหกรณ์ปฏิรูปที่ดินระบำ
“เมืองพระชนกจักรี ปลาแรดรสดี ประเพณีเทโว ส้มโอบ้านน้ำตก มรดกโลกห้วยขาแข้ง แหล่งต้นน้ำสะแกกรัง ตลาดนัดดังโคกระบือ” คำขวัญ จังหวัดอุทัยธานี แสดงให้เห็นถึงประเพณีวัฒนธรรมของท้องถิ่น ที่ยังคงมายาวนาน และสังเกตได้ว่าในทุกคำขวัญ เรื่องของเกษตรกรรม อันเป็นรากฐานในการดำรงชีวิตจะแทรกอยู่ในคำขวัญนั้นๆ ด้วยเสมอ เกษตรกรรม จึงพบได้และมีอยู่ในทุกที่ของประเทศไทย โดยเฉพาะในโรงเรียน ที่มีเยาวชน ซึ่งควรได้รับการปลูกฝังเรื่องของเกษตรกรรมให้เป็นพื้นฐานสำหรับการดำรงชีวิต โรงเรียนอุทัยธานีวิทยาคม เป็นโรงเรียนระดับมัธยมศึกษา มีการเรียนการสอนในระดับมัธยมศึกษาตอนต้นและมัธยมศึกษาตอนปลาย ซึ่งโดยปกติทั่วไปเท่าที่ผู้เขียนทราบ โรงเรียนระดับมัธยมศึกษาจะมุ่งเน้นและให้ความสำคัญพุ่งตรงไปที่หลักการสอนในเชิงวิชาการ เพื่อส่งต่อนักเรียนไปยังระดับอุดมศึกษาที่มีคุณภาพ แต่สำหรับโรงเรียนอุทัยธานีวิทยาคมแห่งนี้ นอกเหนือจากหลักการสอนในเชิงวิชาการที่ละทิ้งไม่ได้แล้ว ยังน้อมนำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง มาแทรกเข้าไว้ในเนื้อหาของการเรียนการสอน เพื่อให้เด็กนักเรียนมีความรู้ในเชิงวิชาชีพ โดยเฉพาะเกษตรกรรม อันเป็นรากฐานของการดำรง
ปลาร้า อาหารพื้นบ้าน เป็นวิธีการถนอมอาหารทั้งในภาคอีสานและภาคกลาง นิยมกันมาตั้งแต่บรรพบุรุษ ส่วนใหญ่จะใช้ปลาน้ำจืดขนาดเล็ก เช่น ปลาสร้อย ปลากระดี่ ส่วนที่จังหวัดอุทัยธานี การทำปลาร้าที่ไม่เหมือนท้องถิ่นอื่น คือ ใช้ปลาแรด ซึ่งเป็นปลาในแม่น้ำสะแกกรังซึ่งเป็นปลาตัวใหญ่มาทำเป็นปลาร้า คิดนอกกรอบ เทคนิคทำเนื้อปลาฟู คุณธิรักษ์ โต๊ะทอง เล่าว่า เดิมทานปลาร้าที่ทำจากปลาสร้อย ปลากระดี่ มาตั้งแต่เด็กๆ ทุกครั้งที่รับประทานก็จะถูกกางปลาตำอยู่ตลอด คิดอยู่ตลอดเวลาจะทำอย่างไรดีกับการรับประทานปลาร้าให้อร่อยโดยไม่ถูกกางปลาตำ “กระทั่งโตเป็นสาวมีความคิดริเริ่มดัดแปลงสิ่งที่อยู่รอบตัว โดยเฉพาะปลาร้าของโปรดของป้า ประกอบกับแม่น้ำสะแกรังที่ผ่านจังหวัดอุทัยธานีมีปลาแรดจำนวนมากและขึ้นชื่อ จึงคิดทำปลาร้าจากปลาแรด ตอนทำครั้งแรกเพื่อนบ้านรู้ต่างแปลกใจว่าเพี้ยนหรือเปล่า เอาปลาแรดมาทำปลาร้า เพราะต้นทุนแพงกว่าปลากระดี่ ปลาสร้อย และลูกปลาต่างๆ แต่ก็ไม่สนใจเพราะมั่นใจว่าปลาแรดมาทำปลาร้าต้องอร่อยกว่าลูกปลา” คุณธิรักษ์ เล่าว่า ทำครั้งแรกรู้สึกพอใจ เพราะวิธีการทำเหมือนการทำปลาร้าทั่วไป ไม่แตกต่างกันมาก เพียงแต่ว่าใช้ปลาตัว
เมื่อวันที่ 11 ธันวาคม ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่สำรวจสถานการณ์ในแม่น้ำสะแกกรัง อำเภอเมือง จังหวัดอุทัยธานี ตั้งแต่บริเวณบ้านน้ำตก ผ่านวัดอุโปสถาราม หรือวัดโบสถ์ โบราณสถานและสถานที่ท่องที่สำคัญของจังหวัดอุทัยธานี ไปจนถึงบริเวณพญาไม้รีสอร์ท พบระดับน้ำในแม่น้ำสะแกกรังลดระดับลงอย่างรวดเร็วผิดปกติ ส่งผลให้ชุมชนชาวแพ 2 ริมฝั่งแม่น้ำสะแกกรัง ตั้งตัวแทบไม่ทันและกำลังได้รับความเดือดร้อนอย่างหนัก เนื่องจากแพที่อยู่อาศัยของชุมชนชาวแพหลายหลัง มีลูกบวบไม้ไผ่ที่ใช้พยุงแพให้ลอยน้ำเริ่มติดค้างบนเนินดินจนได้รับความเสียหาย ส่วนเรือนแพหลังอื่นๆ อีกนับร้อยหลังต้องเร่งชักลากลงร่องน้ำลึก เพื่อป้องกันลูกบวบไม้ไผ่ทุ่นลอยน้ำของแพได้รับความเสียหายกันอย่างเร่งด่วน ตามที่ได้รับร้องเรียน สาเหตุที่ทำให้ระดับน้ำในแม่น้ำสะแกกรังแห้งหนักครั้งนี้ คาดว่าเกิดจากผลพวงของการระบายน้ำของเขื่อนเจ้าพระยา อยู่ต่ำลงไปใน จ.ชัยนาท รวมทั้งแหล่งต้นน้ำแม่น้ำสะแกกรังจากอุทยานแห่งชาติแม่วงก์ ที่ไหลผ่านเขื่อนวังร่มเกล้า ตำบลทุ่งใหญ่ อำเภอเมืองอุทัยธานี ก่อนไหลลงสู่แม่น้ำสะแกกรังนั้นแห้งลง ไม่มีไหลลงมาเติมในแม่น้ำสะแกกรังได้ และหากสถานการณ์ยั
ที่สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดอุทัยธานี ไมตรี ไตรติลานันท์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดอุทัยธานี เป็นประธานเปิดศูนย์บันดาลไทย ต้นทุนสร้างสรรค์ สู่ผลิตภัณฑ์ชุมชนคุณธรรม ตามที่สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดอุทัยธานีจัดขึ้น เพื่อเป็นศูนย์กลางในการบริหารจัดการภูมิปัญญาและวัฒนธรรมในท้องถิ่นของแต่ละพื้นที่ในจังหวัด ให้ผู้ประกอบการหลากหลายระดับตั้งแต่อุตสาหกรรม การผลิตและบริการ จนถึงวิสาหกิจชุมชน และกลุ่มผู้ผลิตหน้าใหม่ ได้มีความเข้าใจในการใช้เสน่ห์ไทยสร้างสรรค์ ผลิตผลงานที่เกิดจากภูมิปัญญาท้องถิ่นอันมีคุณค่าและเพิ่มมูลค่าให้กับตนเอง ซึ่งสอดคล้องกับแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ที่มุ่งเน้นการพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืน ด้วยการใช้ทุนวัฒนธรรมเป็นแนวทางในการขับเคลื่อน และสามารถตอบโจทย์รัฐบาลในเรื่องการสร้างเศรษฐกิจชุมชนด้วย กิจกรรมภายในงาน มีการจัดนิทรรศการต้นแบบผลิตภัณฑ์จากกลุ่มผู้ผลิตสินค้าพื้นเมืองจากพื้นที่ต่างๆ ภายในจังหวัด โดยเฉพาะผ้าทอพื้นเมือง ผ้าทอลายโบราณ จากฝีมือชุมชนชาวกะเหรี่ยง ชาวลาวเวียง และชาวลาวครั่ง รวมไปถึงกลุ่มผู้ผลิตมีด หัวเข็มขัด และแหวนจากหินธรรมชาติ พร้อมทั้งกลุ่มจักสานและกลุ่มการผลิตอาหาร
