เกษตรกรคอนแทรคฟาร์ม
“ปัจจุบันการทำฟาร์มปศุสัตว์ให้ความสำคัญกับเรื่องสิ่งแวดล้อมอย่างมาก เพราะปฏิเสธไม่ได้ว่าถึงแม้ในตอนแรกเราจะคัดเลือกสถานที่ตั้งฟาร์มเลี้ยงสัตว์ให้อยู่ห่างไกลจากชุมชนแล้วก็ตาม แต่ที่สุดแล้วในอนาคตชุมชนก็จะขยายตัวเข้ามาใกล้กับฟาร์มอย่างแน่นอน ดังนั้นการหาวิธีการจัดการวางแผนเพื่อป้องกันปัญหาที่อาจเกิดขึ้นจึงเป็นทางออกที่ดีที่สุด ซีพีเอฟจึงส่งเสริมให้เกษตรกรคอนแทรคฟาร์มทำ “ฟาร์มระบบปิด” ตามมาตรฐานของบริษัท มีระบบปรับอากาศด้วยการระเหยของน้ำ หรือ EVAP ที่ทำให้สัตว์อยู่สบาย และยังสามารถลดกลิ่นจากการเลี้ยงสัตว์ ลดก๊าซแอมโมเนีย รวมถึงก๊าซมีเทน สาเหตุสำคัญของภาวะโลกร้อน ควบคู่กับการใช้ระบบไบโอแก๊สเพื่อจัดการของเสีย ที่ช่วยลดสัตว์พาหะเช่นแมลงวัน ลดกลิ่น เป็นมิตรกับชุมชนและสิ่งแวดล้อม และยังได้ก๊าซชีวภาพนำมาปั่นเป็นไฟฟ้าใช้ในฟาร์มช่วยลดรายจ่ายค่าพลังงานไฟฟ้า ช่วยสร้างมูลค่าและเพิ่มคุณค่าให้กับของเสียได้ 100%” อภิรัตน์ แก้ววิเศษ วัย 39 ปี ผู้ที่ผันตัวเองจากสัตวบาล สู่อาชีพเกษตรกรเลี้ยงหมู เจ้าของ “อภิรัตน์ฟาร์ม” อำเภอพัฒนานิคม จังหวัดลพบุรี เล่าถึงแนวโน้มการทำฟาร์มยุคใหม่ไว้อย่างน่าสนใจ
วิกฤตโควิด -19 เปลี่ยนพฤติกรรมการบริโภค ใส่ใจความปลอดภัยของอาหาร ตลอดกระบวนการผลิตจนถึงมือผู้บริโภค เกษตรกรคอนแทรคฟาร์มของซีพีเอฟ นอกจากเป็นอาชีพที่ไม่มีความเสี่ยง สร้างหลักประกันความมั่นคงในอาชีพแล้ว ยังสร้างหลักประกันความปลอดภัยในอาหารที่จะส่งถึงมือผู้บริโภคอีกด้วย เกษตรกรที่ร่วมโครงการส่งเสริมอาชีพการเลี้ยงสัตว์ หรือคอนแทรคฟาร์ม กับ บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือซีพีเอฟ บอกเป็นเสียงเดียวกันว่า โควิด-19 ทำให้ยิ่งต้องเข้มข้นเรื่องมาตรการความปลอดภัยสูงกว่าเดิม นี่คือ สิ่งที่พวกเราต้องปรับตัวเช่นกัน ถึงแม้ว่าอาชีพที่ทำจะมั่นคง ยั่งยืน เป็นอาชีพที่สามารถส่งต่อสู่ลูกหลาน แต่ในสถานการณ์อย่างนี้ “ความปลอดภัย” เป็นเรื่องที่สำคัญที่สุด เวทย์ ผิวพิมพ์ หรือ ลุงเวทย์ เจ้าของรัตนะฟาร์ม ต.บ้านโข้ง อ.อู่ทอง จ.สุพรรณบุรี ที่ผันตัวเองจากอาชีพทำนา เพราะผลผลิตและราคาข้าวที่ไม่แน่นอน จึงตัดสินใจร่วมโครงการส่งเสริมอาชีพเลี้ยงสุุกรขุนกับซีพีเอฟ มาตั้งแต่ปี 2550 เป็นฟาร์มส่งเสริมแห่งแรกของอ.อู่ทอง ตลอด 14 ปีที่ผ่านมาจนถึงวันนี้ ลุงเวทย์มีโรงเรือนเลี้ยงสุกรขุน 9 หลัง ความจุรวม 6,000 ตัว ทั้ง
