เกษตรกรผู้ปลูกปาล์มน้ำมัน
ชุมชนคลองน้อย ตำบลคลองน้อย อำเภอเมือง จังหวัดสุราษฎร์ธานี เป็นชุมชนที่ใช้ชีวิตริมสองฝั่งคลอง เพราะเป็นพื้นที่ราบลุ่มริมฝั่งแม่น้ำ มีแม่น้ำและลำคลองตามธรรมชาติล้อมรอบหลายสาย “สวนมะพร้าว” คืออาชีพหลักของชาวชุมชนคลองน้อย ชาวบ้านส่วนใหญ่จะปลูกมะพร้าวกันแทบทุกครัวเรือน อาชีพรองคือ การปลูกไม้ผล ได้แก่ กระท้อน มังคุด ส้มโอ มะนาว ชมพู่ทูลเกล้า กล้วย พืชผักต่างๆ และสวนปาล์มน้ำมัน ปี 2560 ชาวสวนปาล์มน้ำมันตำบลคลองน้อย จำนวน 68 ราย รวมตัวกันเป็นแปลงใหญ่ปาล์มน้ำมันตำบลคลองน้อย เนื้อที่ 771 ไร่ ภายใต้การนำของ คุณสุมาตร อินทรมณี ในฐานะผู้จัดการเกษตรแปลงใหญ่ปาล์มน้ำมันตำบลคลองน้อยและเป็นนายกสมาคมชาวสวนปาล์ม จังหวัดสุราษฎร์ธานี คุณสุมาตร อินทรมณี เนื่องจากในอดีตชาวชุมชนคลองน้อย ทำสวนมะพร้าวเป็นอาชีพหลัก หลังประสบปัญหาราคามะพร้าวตกต่ำก็หันมาทำสวนปาล์มน้ำมันกันมากขึ้น แต่เกษตรกรส่วนใหญ่ขาดความรู้เรื่องการปลูก การบำรุงรักษาสวนปาล์มน้ำมันอย่างมีประสิทธิภาพ เมื่อเกิดการรวมกลุ่มแปลงใหญ่มีการสนับสนุนให้สมาชิกเรียนรู้วิธีการลดต้นทุน เพิ่มผลผลิตปาล์มน้ำมัน ผสมปุ๋ยใช้เอง และใช้ปุ๋ยหมักจากทะลายปาล์ม และแนะนำให้ส
ระยะนี้จะมีฝนตกต่อเนื่องและฝนตกหนักบางพื้นที่ กรมวิชาการเกษตรเตือนเกษตรกรผู้ปลูกปาล์มน้ำมัน เฝ้าระวังหนอนหน้าแมวระบาด สามารถพบหนอนหน้าแมวเข้าทำลายได้ในทุกระยะการเจริญเติบโตของต้นปาล์มน้ำมัน ตัวหนอนหน้าแมวจะกัดทำลายใบปาล์มน้ำมัน หนอนตัวเล็กจะกัดกินผิวใบ เมื่อตัวหนอนโตขึ้นจะกัดกินจนใบขาด หากระบาดรุนแรง ใบจะถูกกัดกินจนเหลือแต่ก้านใบ ทำให้ผลผลิตลดลง ต้นปาล์มน้ำมันชะงักการเจริญเติบโต และต้นปาล์มน้ำมันจะใช้เวลาในการฟื้นตัวนาน การระบาดของหนอนหน้าแมวในแต่ละครั้งจะต้องใช้เวลาการกำจัดนาน เนื่องจากหนอนหน้าแมวมีหลายระยะในเวลาเดียวกัน เช่น ระยะหนอนและระยะดักแด้ ทำให้ไม่สามารถกำจัดให้หมดในเวลาเดียวกันได้ หากพบการเข้าทำลายของหนอนหน้าแมว เกษตรกรควรใช้วิธีป้องกันกำจัดแบบผสมผสานคือ การใช้วิธีกล การใช้ชีววิธี และการใช้สารเคมี สำหรับการใช้วิธีกล ให้เกษตรกรตัดทางใบปาล์มน้ำมันที่มีหนอน หรือจับผีเสื้อที่เกาะนิ่งในเวลากลางวันตามใต้ทางใบ หรือเก็บดักแด้ตามซอกโคนทางใบรอบต้นมาทำลายทิ้งนอกแปลงปลูก จากนั้นให้ใช้กับดักแสงไฟ black light หรือหลอดนีออนธรรมดาวางบนกะละมังพลาสติกที่บรรจุน้ำผสมผงซักฟอก โดยให้หลอดไฟอยู่เหนื
ชาวสวนปาล์มน้ำมัน 4 ภาคประสานเสียงชู “น้าสน” ขวัญใจเกษตรกรคนจน ชี้ผลักดันนโยบายส่งเสริมน้ำมันดีเซล B10 ส่งผลดีต่อราคาปาล์มน้ำมันไต่ระดับขึ้นทุกวัน 10-20 สตางค์ ได้ใจชาวสวนไปเต็มๆ พร้อมฝากรัฐบาลดูแลเสถียรภาพราคาให้สดใสตลอดฤดูใหม่ช่วงเดือน ก.พ.-เม.ย.นี้ และเข้มงวดตรวจสอบสต็อกหวั่นพ่อค้าหัวหมอกักตุนแล้วอ้างเหตุนำเข้าทุบราคาร่วง ส่วนระยะยาวขอให้คุมเข้มพื้นที่เพาะปลูก เพราะเกรงว่าเกษตรกรจะโค่นพืชเกษตรชนิดอื่นทิ้งแล้วเฮโลมาปลูกปาล์มกันทั้งประเทศ นางจุติมา เจือกโว้น ผู้ช่วยฝ่ายประชาสัมพันธ์ สมาคมชาวสวนปาล์มน้ำมันจังหวัดตรัง เปิดเผยว่า ขณะนี้ราคาปาล์มน้ำมันในจังหวัดตรังได้ปรับสูงขึ้นเช่นเดียวกับพื้นที่อื่นๆ ทั่วประเทศ ซึ่งในสวนปาล์มของตนที่มีอยู่จำนวน 100 ไร่ ก็ยังพอมีปาล์มขายอยู่บ้างนิดหน่อย ไม่มาก ตัดขายอยู่ที่ 7 บาทกว่าต่อกิโลกรัม เพิ่มสูงขึ้นจาก 1- 2 เดือนก่อนอยู่ 2 บาทต่อกิโลกรัม แต่เมื่อเทียบกับต้นทุนของเกษตรกรอยู่ที่ 3.80 บาทต่อกิโลกรัม ก็ถือว่าเกษตรกรชาวสวนปาล์มมีรายได้เพิ่มขึ้นไม่มากนัก แต่ก็ดีกว่าช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมาที่ปาล์มราคาตกต่ำ ทำให้ชาวสวนปาล์มต่างประสบปัญหาขาดทุนกันถ้วนหน้า “ร
