เกษตรกรพัทลุง
เมื่อราคายางพาราตกต่ำลงต่อเนื่องในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา เกษตรกรจังหวัดพัทลุงซึ่งส่วนใหญ่ทำสวนยางพารา ต้องเผชิญความท้าทายครั้งใหญ่ รายได้ลดลงจนไม่เพียงพอต่อค่าใช้จ่ายในครัวเรือน หลายครอบครัวจึงเริ่มมองหาพืชเศรษฐกิจตัวใหม่เพื่อเสริมรายได้ และหนึ่งในคำตอบที่ชัดเจนก็คือ “กล้วยหอมทอง” พืชที่สามารถปลูกแซมในสวนยางพาราได้ และที่สำคัญให้ผลตอบแทนเร็วภายใน 9 เดือน และมีตลาดรองรับ หนึ่งในตัวอย่างที่น่าสนใจคือ “แปลงใหญ่กล้วยหอมทองอำเภอบางแก้ว” ตำบลท่ามะเพื่อ อำเภอบางแก้ว จังหวัดพัทลุง ถือเป็นต้นแบบการรวมตัวกันของเกษตรกรที่ประสบความสำเร็จทั้งในด้านการลดต้นทุน การเพิ่มผลผลิต และการพัฒนาคุณภาพสินค้า โดยมีการปรับเปลี่ยนวิธีการผลิตอย่างเป็นระบบ เช่น เกษตรกรที่เป็นภาพสะท้อนชัดเจนของการปรับตัว คือ คุณอาคม ดิษฐ์สุวรรณ สมาชิกแปลงใหญ่กล้วยหอมทองอำเภอบางแก้ว ที่เคยปลูกยางพารา แต่เมื่อราคาตกต่ำจึงตัดสินใจโค่นต้นยางมาปลูกกล้วยหอมทองในพื้นที่รวม 8 ไร่ จำนวน 5,500 ต้น ปัจจุบันปลูกมาแล้วประมาณ 5 ปี และได้รับการสนับสนุนอย่างต่อเนื่องจากสำนักงานเกษตรอำเภอบางแก้ว จนทำให้การปลูกกล้วยหอมทองประสบความสำเร็จ คุณอาคม เล่าว
จังหวัดพัทุลง เป็นอีกหนึ่งจังหวัดทางภาคใต้ที่มีการทำสวนยางพาราด้วยเช่นกัน เมื่อไม่กี่ปีที่ผ่านมาเกษตรกรประสบปัญหาในเรื่องของราคาจำหน่ายผลผลิตยางพาราได้น้อยลง จึงทำให้เกษตรกรเกิดการปรับตัวและหาพืชชนิดอื่นเข้ามาปลูกทดแทน โดยมีการลดพื้นที่ยางพาราบางส่วน เพื่อเป็นการสร้างรายได้อีกหนึ่งช่องทางโดยไม่รอผลผลิตจากยางพาราเพียงอย่างเดียว คุณจิตรา รุ่งรัศมีวิริยะ เกษตรอำเภอบางแก้ว จังหวัดพัทลุง ให้ข้อมูลว่า เมื่อผลผลิตอย่างยางพารามีราคารับซื้อที่ถูกลง จึงทำให้สำนักงานเกษตรอำเภอบางแก้วเห็นถึงช่องทางการสร้างรายได้ของเกษตรกร โดยในพื้นที่ได้เกษตรกรปลูกกล้วยหอมทองที่ประสบผลสำเร็จและมีตลาดแน่นอนมั่นคง ต่อมาจึงได้มีการส่งเสริมให้รวมกลุ่มที่เข้มแข็ง เพื่อให้กลุ่มเกษตรกรผู้ปลูกกล้วยหอมทองผลิตกล้วยที่มีคุณภาพและถูกต้องตามมาตรฐาน GAP “เมื่อเกษตรกรผู้ปลูกกล้วยหอมทองมีความเข้มแข็งและสามารถกำหนดทิศทางตลาดได้ หรือที่เรียกว่า ตลาดนำการผลิต ทางสำนักงานเกษตรอำเภอบางแก้วจึงได้เข้ามาส่งเสริมและจัดตั้งเป็นแปลงใหญ่ เพื่อให้ผลผลิตที่จำหน่ายมีเพียงพอต่อความต้องการของผู้บริโภค ทั้งนี้ เราก็ได้ให้หน่วยงานอย่าง กยท. เข้ามาช
คุณอัญชลี สุวจิตตานนท์ รองอธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร กล่าวว่า กรมส่งเสริมการเกษตร ได้ดำเนินการระบบส่งเสริมเกษตรแบบแปลงใหญ่มาตั้งแต่ปีงบประมาณ พ.ศ. 2559 ซึ่งแปลงใหญ่กล้วยหอมทองอำเภอบางแก้ว ตำบลท่ามะเพื่อ อำเภอบางแก้ว จังหวัดพัทลุง ถือเป็นอีกกลุ่มที่มีศักยภาพสามารถเป็นต้นแบบให้เกษตรกรในพื้นที่หันมาปลูกกล้วยหอมทองคุณภาพเพื่อจำหน่ายสร้างรายได้ มีการบริหารจัดการกลุ่มที่เข้มแข็ง โดยยึดหลักตลาดนำการผลิต นำไปสู่การจัดการสินค้าเกษตรที่มีความสมดุลระหว่างอุปสงค์และอุปทาน สร้างเสถียรภาพของราคาสินค้าเกษตรได้อย่างมั่นคง “โดยเกษตรกรยังคงเป็นเจ้าของพื้นที่และร่วมกันคำเนินการบริหารจัดการการผลิต มีการใช้กระบวนการแปลงใหญ่ในการส่งเสริมการผลิต 5 ด้าน ได้แก่ ด้านการลดต้นทุนการผลิต มีการขยายหน่อพันธุ์ไว้ในรุ่นถัดไป ใช้ปุ๋ยตามค่าวิเคราะห์ดินใช้ปุ๋ยคอก ปุ๋ยหมัก และน้ำหมักชีวภาพทดแทนการใช้ปุ๋ยเคมี การจัดทำบัญชีต้นทุนอาชีพ สามารถลดต้นทุนจากเดิม 35,500 บาทต่อไร่ เหลือเพียง 28,400 บาทต่อไร่ ด้านการเพิ่มผลผลิต มีการเพิ่มพื้นที่ปลูกกล้วยหอมทองแซมในสวนยางพาราทำให้ผลผลิตต่อไร่เพิ่มขึ้น จากเดิม 4,000 กิโลกรัมต่อไ
