เกษตรกรยุคใหม่
ในวันที่เราให้ความสำคัญกับที่มาของเมล็ดกาแฟชั้นเลิศ และการคัดสรรวัตถุดิบออร์แกนิกที่ลงตัวในจานอาหาร แต่ในทางกลับกันฟันเฟืองสำคัญที่ขับเคลื่อนเศรษฐกิจอย่าง ‘เกษตรกร’ กำลังเผชิญวิกฤตขาดแคลนคนรุ่นใหม่ เมื่อสถิติชี้ชัดว่าประชากรวัยทำงานกำลังจะลดฮวบลงในอีก 25 ปีข้างหน้าถึง 52% ของประชากรทั้งหมด ภายในปี 2593 (ที่มา ศูนย์วิจัยกสิกรไทย) ยิ่งสะท้อนว่าคนในภาคอุตสาหกรรมต่างๆ รวมถึงภาคเกษตรจะลดลงเช่นกัน ปัจจุบันพบว่าเด็กไทยสนใจเรียนด้านการเกษตรลดลงถึง 10-15% ขณะเดียวกันอัตราการเกิดที่น้อยลงอย่างต่อเนื่อง ยังส่งผลให้กำลังแรงงานสำคัญในอนาคตขาดแคลนตามไปด้วย ด้วยเหตุนี้ สยามคูโบต้า ในฐานะผู้นำด้านนวัตกรรมการเกษตร จึงมุ่งเดินหน้าสร้างแรงบันดาลใจและพัฒนาทักษะให้กับคนรุ่นใหม่ เพื่อขับเคลื่อนภาคการเกษตรไทยสู่อนาคตผ่านความร่วมมือกับสถาบันการศึกษาทั่วประเทศ ล่าสุดได้จับมือกับคณะเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ จัดกิจกรรม “KUBOTA Freshy Agri Skill” เฟรชชี่เกษตรนิวเจน เพื่อถ่ายทอดองค์ความรู้และประสบการณ์จริงให้กับนักศึกษา เตรียมความพร้อมสู่การเป็น “Smart Farmer” ที่ตอบโจทย์โลกยุคใหม่ แล้วกิจกรรมนี้ให้อะไรกับค
ท่ามกลางพื้นที่ชายฝั่งของจังหวัดจันทบุรี มีฟาร์มเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำแบบผสมผสานขนาดเล็กเพียง 1 ไร่ และบ่อดิน 8 ไร่ ที่ค่อยๆ เติบโตขึ้นจากแรงรัก ความตั้งใจ และประสบการณ์กว่า 30 ปี ของคุณอำนวย วงศ์วารี ผู้ที่ใช้ความรู้จากการทำงานในศูนย์ศึกษาการพัฒนาอ่าวคุ้งกระเบนอันเนื่องมาจากพระราชดำริ มาต่อยอดจนกลายเป็นแหล่งเรียนรู้สำคัญของชุมชน สร้างรายได้ควบคู่กับการอนุรักษ์ทรัพยากรชายฝั่งได้อย่างงดงาม จากชีวิตราชการ สู่เส้นทางเกษตรกรที่ใช้ความรู้เป็นทุน คุณอำนวย เล่าว่า เริ่มทำงานที่ศูนย์ศึกษาการพัฒนาอ่าวคุ้งกระเบนอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ฝ่ายผลิตพันธุ์สัตว์น้ำชายฝั่ง ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2538 ทำงานต่อเนื่องยาวนานมากกว่า 30 ปี คลุกคลีอยู่กับการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่ง การสร้างอาหารมีชีวิต แพลงก์ตอนพืช-แพลงก์ตอนสัตว์ และการอนุบาลสัตว์น้ำวัยอ่อน ความรู้ที่สั่งสมทำให้เขาเข้าใจระบบนิเวศและการจัดการแบบธรรมชาติเป็นอย่างดี ด้วยความรักในงานเพาะเลี้ยงเป็นทุนเดิม หรือที่เขาเรียกว่าระเบิดจากข้างใน จึงตัดสินใจเริ่มทำฟาร์มเล็กๆ เป็นรายได้เสริม โดยนำความรู้ทั้งหมดมาประยุกต์ในพื้นที่ของตนเอง ทั้งระบบบ่อ การเลี้ยง การอนุบา
ในยุคดิจิทัลแบบนี้ การเกษตรไม่ได้เป็นเรื่องของการลงมือทำเพียงอย่างเดียว แต่ยังต้องพึ่งพาเทคโนโลยีเข้ามาช่วยจัดการและวางแผนให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น แอพพลิเคชันต่างๆ ได้พัฒนามาเพื่อช่วยเหลือเกษตรกรในหลายๆ ด้าน ไม่ว่าจะเป็นการจัดการผลผลิต การตรวจสอบสภาพอากาศ ไปจนถึงการขายสินค้าออนไลน์ การนำเทคโนโลยีมาปรับใช้ในภาคการเกษตรไม่เพียงช่วยเพิ่มประสิทธิภาพ แต่ยังช่วยลดต้นทุนและเพิ่มรายได้ให้กับเกษตรกรอีกด้วย หากอยากเป็นเกษตรกรที่ต้องการยกระดับการทำเกษตรแบบดั้งเดิม แอพฯ เหล่านี้คือเครื่องมือที่น่าลองใช้งาน วันนี้เทคโนโลยีชาวบ้านจะพาไปรู้จักกับ 7 แอพพลิเคชั่นที่เหมาะสำหรับเกษตรกรยุคใหม่ พร้อมฟังก์ชันเด่นที่ช่วยให้ทำเกษตรได้อย่างมืออาชีพ 1. แอพฯ เกษตรพร้อม เป็นเครื่องมือดิจิทัลที่ออกแบบมาเพื่อช่วยเกษตรกรในการวางแผนและจัดการฟาร์มได้อย่างครบวงจร จุดเด่นของแอพฯ นี้คือความง่ายในการใช้งานและฟีเจอร์ที่ครอบคลุมทุกขั้นตอนของการเพาะปลูก ตั้งแต่การเริ่มต้นจนถึงการเก็บเกี่ยวผลผลิต ฟีเจอร์เด่นของแอพฯ เกษตรพร้อม การวางแผนเพาะปลูกแบบละเอียด แอพฯ จะช่วยคำนวณพื้นที่เพาะปลูก แนะนำพืชที่เหมาะสมกับฤดูกาลและสภาพดิน รว
ในยุคที่โลกหมุนเร็วขึ้นทุกวัน ความท้าทายของเกษตรกรไม่ได้จำกัดแค่การเพาะปลูกหรือการจัดการดินและน้ำอีกต่อไป เกษตรกรยุคใหม่ต้องเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงทั้งทางเทคโนโลยีและสภาพแวดล้อม ไม่ว่าจะเป็นผลกระทบจากภาวะโลกร้อน หรือแม้แต่ความต้องการอาหารที่เปลี่ยนแปลงตามพฤติกรรมของผู้บริโภค การปรับตัวให้เข้ากับโลกที่เปลี่ยนแปลงนี้ จึงเป็นสิ่งจำเป็นหากเกษตรกรจะอยู่รอดและเติบโตได้ในระยะยาว ปีนี้จัดหนัก! จัดเต็ม! สำหรับงาน SUSTAINABILITY EXPO 2024 (SX 2024) มหกรรมความยั่งยืนที่ใหญ่ที่สุดในภูมิภาคอาเซียน ที่จัดต่อเนื่องเป็นปีที่ 5 ภายใต้คอนเซ็ปต์ ‘พอเพียง ยั่งยืน เพื่อโลก’ (Sufficiency for Sustainability) ที่ยกขบวนเหล่ากูรูเฉพาะทางมาแบ่งปันความรู้ ที่หลายๆ คนอาจจะไม่รู้มาก่อน เรียกได้ว่ากลับบ้านแบบไม่มือเปล่า แถมได้ความรู้ ประสบการณ์ที่สามารถนำมาต่อยอดได้อีกด้วย อีกหนึ่งโซนที่พลาดไม่ได้เลย กับพื้นที่สนามชวนคิด (Gathering space) ในวันที่ 2 ตุลาคม 2567 ได้มีโอกาสเข้าไปแลกเปลี่ยนความคิดในหัวข้อ Smart Farmer “เกษตรกร” ยุคใหม่ ทันเทคโนโลยี เข้าใจโลก (เดือด) โดยมีผู้ร่วมเสวนาทั้ง 3 ท่าน จากทาง GISTDA
‘โตโยต้า ฟาร์มเอ็กซ์โป’ สร้างปรากฏการณ์คนล้นหลาม ร่วมชมมหกรรมเกษตรแห่งอนาคตที่ใหญ่ที่สุดในไทย ยกระดับเกษตรไทยสู่เวทีโลก ผสานนวัตกรรม-เทคโนโลยี สร้างฐานรากเศรษฐกิจไทยยั่งยืน บริษัท ฟาร์มเอ็กซ์โป จำกัด ผนึกกำลัง โตโยต้า มอเตอร์ (ประเทศไทย) ในฐานะ Naming Sponsor จัดงาน ‘โตโยต้า ฟาร์มเอ็กซ์โป 2025’ (TOYOTA FARM EXPO 2025) มหกรรมการเกษตรในร่มที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย พร้อมขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ Smart Farmer: เกษตรกรยุคใหม่ ภายใต้แนวคิดหลัก ‘FREE MAN’s FARM : เกษตรอัตโนมัติ ไร้คน แต่ไม่ไร้ผล’ โดยได้รับเกียรติจาก นายบุญเกียรติ โชควัฒนา ประธานกรรมการ บมจ.ไอซีซี และประธานที่ปรึกษา ฟาร์ม เอ็กซ์โป นายประยูร อินสกุล ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และ นางอารดา เฟื่องทอง อธิปดีกรมการค้าต่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ ร่วมเป็นประธานจัดงาน ซึ่งงานนี้เป็นเวทีสำคัญในการยกระดับและส่งเสริมนวัตกรรมและเทคโนโลยีการเกษตรแห่งอนาคต เพื่อสร้างความแข็งแกร่งและเติบโตอย่างยั่งยืนให้กับภาคเกษตรกรรมไทย ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญของเศรษฐกิจประเทศ โดยได้ความร่วมมือจากพันธมิตรทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และผู้ประกอบการชั้นนำกว่า 500 บริษัท ที
ในวันที่ราคามันสำปะหลังตกต่ำ หลายคนอาจหมดกำลังใจและเริ่มตั้งคำถามว่าการทำเกษตรยังไปต่อได้หรือไม่ แต่สำหรับ คุณบอมบ์–อภิสิทธิ์ มะพันธุ์ เกษตรกรรุ่นใหม่จากจังหวัดขอนแก่น กลับเลือกที่จะยืนหยัดต่อสู้และสร้างแรงบันดาลใจให้เกษตรกรทั่วประเทศ ผ่านช่องทาง TikTok ภายใต้ชื่อ Bom153 ที่ทุกวันนี้กลายเป็นพื้นที่แบ่งปันความรู้ เทคนิค และกำลังใจให้กับผู้ที่สนใจปลูกมันสำปะหลัง จากมรดกครอบครัวสู่เกษตรอัจฉริยะ เพิ่มผลผลิตมันสำปะหลังเกือบเท่าตัว คุณบอมบ์ เล่าให้ฟังว่า อาชีพเกษตรกรปลูกมันสำปะหลังเป็นสิ่งที่สืบทอดต่อมาจากครอบครัว แต่ในฐานะคนรุ่นใหม่ คุณบอมบ์ไม่หยุดอยู่กับวิถีแบบเดิม หากแต่นำเทคโนโลยีและองค์ความรู้ใหม่ๆ เข้ามาประยุกต์ใช้กับการทำไร่มันสำปะหลังอย่างจริงจัง จากอดีตที่ผลผลิตอยู่เพียง 5-6 ตันต่อไร่ คุณบอมบ์สามารถพัฒนาเพิ่มขึ้นได้ถึง 9 ตันต่อไร่ ด้วยการจัดการที่เป็นระบบ การใช้ปุ๋ยตามค่าวิเคราะห์ดิน การเตรียมพื้นที่ปลูกที่เหมาะสม และการควบคุมต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพ แม้วันนี้ราคามันสำปะหลังในตลาดจะไม่สูงนัก แต่คุณบอมบ์กลับไม่ยอมให้ตัวเลขเหล่านั้นมาหยุดความฝัน คุณบอมบ์มองว่าหากผลผลิตต่ำกว่า 4-5 ตันต
ไม่ว่าจะมีอะไรเกิดขึ้นระหว่างที่กำลังก้าวเดิน พยายามเลือกสิ่งที่ดีที่สุดนำมาสู่ให้กับชีวิตตัวเองและพร้อมที่จะลงมือกระทำในทันที เริ่มเลยนะครับอย่าพยายามเสียเวลากับเวลาที่เหลือของชีวิตไปอีกเพราะชีวิตนี้สั้นเหลือเกิน อย่าพยายามเอาโชควาสนาหรืออำนาจฟ้าดินมากล่าวอ้างเป็นเหตุผลกับการดำเนินชีวิต ชีวิตของเรา เราต้องก้าวเดินไปด้วยตัวเราเอง หากต้องการเดินบนเส้นทางที่สามารถทำให้เรา เดินห่าง…จากความจน ให้ได้สมบูรณ์แบบ โชควาสนาจะเกิดขึ้นได้สำหรับคนที่ใช้ความขยันและความอดทนมาดำเนินชีวิตเท่านั้น สวัสดีครับแฟนๆ ที่เคารพรักทุกท่าน ก่อนอื่นขอกราบขอบพระคุณแฟนๆ อย่างมากๆ จากเทคโนโลยีชาวบ้านและผู้เขียน ที่ได้ให้แรงใจตลอดมา เนื่องจากจะได้รับการส่งเสียงไปหาที่โทร. 081-846-0652 หรือในเฟซบุ๊กที่ใช้ชื่อ สมยศ ศรีสุโร หรือ ID Line. Janyos ชนิดไม่ขาดหาย ที่ผู้เขียนชอบมากๆ คือบอกไปว่าชอบทุกเรื่องราวที่นำมาเสนอ ขอขอบคุณจริงๆ อีกสักครั้ง สำหรับปักษ์นี้ผมมีความมั่นใจว่าแฟนๆ ที่กำลังสนใจต้องชอบอย่างแน่นอน เรื่องนี้ได้เกิดขึ้นจากแฟนๆ คอลัมน์นี้เมื่อ 3 ปีที่ผ่านมาได้สอบถามกันไปหลายราย “การปลูกผักแบบไฮโดรโปนิกส์” และ
พวกเรามักจะคุ้นเคยกับ พี่เปิ้ล จารุณี (สุขสวัสดิ์) เดส์แน็ช ในบทบาทนางเอกและนักแสดงมากความสามารถที่มีผลงานทั้งหนังและละครมากว่า 200 เรื่อง ในปี 2548 เธอเซอร์ไพรส์วงการด้วยการเปิดธุรกิจนวัตกรรมสุขภาพและความงามร่วมกับหุ้นส่วนเภสัชกร ดร.ภญ.อาริญา สาริกะภูติ ภายใต้ชื่อบริษัท ไทยธรรม อัลไลแอนซ์ จำหน่ายผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพและความงามในแบบธุรกิจขายตรง ซึ่งยาวนานมาจนถึง 18 ปี มาจนถึงทุกวันนี้ พร้อมด้วยรางวัลนวัตกรรมผลิตภัณฑ์ดีเด่นระดับโลกถึง 32 รางวัล และในปี 2565 นี้ กับอีกบทบาทหนึ่ง ในการเป็นประธานวิสาหกิจชุมชน สทิล ยัง ฟาร์ม ใกล้กับสำนักงานเขตทวีวัฒนา บนเนื้อที่ 26 ไร่ กับการเกษตรยุคใหม่ ที่เธอบอกว่า “ทำเพื่อเกษตรกรไทยทุกคน” โครงการ “สทิล ยัง ฟาร์ม” นี้มีที่มาที่ไป ที่ไม่ธรรมดา เนื่องมาจากหุ้นส่วนของเธอ ดร.ภญ.อาริญา สาริกะภูติ เป็นบุตรสาวคนเดียวของอดีตปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ผู้โด่งดังในเรื่องการพัฒนาเกษตรกรไทย “ดร.ยุกติ สาริกะภูติ” ซึ่งเป็นผู้ก่อตั้งมูลนิธิส่งเสริมยุวเกษตรกรไทยในพระราชูปถัมภ์สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ในปี 2523 และเป็นที่มาของการที่ พี่เปิ้ล จารุณี (สุขสวัสด
เกษตรรุ่นใหม่ทิ้งทุกอย่าง เข้าโครงการพาลูกหลานเกษตรกรกลับบ้าน ขอบคุณนโยบาย “มนัญญา ไทยเศรษฐ์” และกรมส่งเสริมสหกรณ์ ปลูกผักปลอดภัย มีรายได้ มีเงินเก็บ นายวัชระ มาลี เจ้าของวัชระฟาร์ม อ.คูเมือง จ.บุรีรัมย์ เปิดเผยว่า ขณะนี้ได้ใช้ชีวิตตามรอยฝันของตัวเอง โดยทำผักปลอดภัยขายจนเกิดรายได้ หลังจากที่เคยกินเงินเดือนหลายหมื่นในโรงงานที่จังหวัดชลบุรี สุดท้าย เมื่อย้อนดูตัวเอง ความจริงมีอยู่ว่า ความฝันที่วางไว้ ไม่ใช่ความฝันที่แท้จริง จึงได้ลาออกจากงาน แล้วกลับสู่บ้านเกิด ได้มีเวลาอยู่ใกล้ชิดกับครอบครัว และกลับมาเป็นเกษตรกรที่บ้านเกิด มีความสุขมากกว่า นายวัชระ กล่าวว่า ขณะนี้ ทุกวัน ทุกเดือน มีรายได้เข้ามา แต่ละวันจะมีคนมารับซื้อผลผลิตทางการเกษตร มะเขือที่ปลูกด้วยความบรรจง เอาใจใส่ พร้อมกับการเลี้ยงสัตว์ เป็นการทำเกษตรแบบผสมผสาน การเข้ามาส่วนหนึ่งในโครงการนำลูกหลานกลับบ้าน สานต่ออาชีพการเกษตร ของกรมส่งเสริมสหกรณ์ ทำให้ได้มีโอกาสรับความรู้และประสบการณ์ด้านการเกษตรที่หลากหลาย โดยมี นายสุระชัย ปะรุนรัมย์ เจ้าพนักงานส่งเสริมสหกรณ์อาวุโส เข้ามาให้คำแนะนำเป็นพี่เลี้ยงและถ่ายทอดความรู้ประสบกา
