เกษตรกรรายย่อย
ครั้งที่แล้ว เราสร้างความเข้าใจกันถึงเนื้อหาในบางเรื่องที่ผู้นำชาติในกลุ่มเอเปค (APEC) ได้มาประชุมกันในเมืองไทย แล้วได้พูดคุยกันถึงเรื่องการพัฒนาที่ยั่งยืนในรูปแบบของ BCG model ใน 3 มิติ คือเศรษฐกิจต่อยอดที่ยั่งยืน เน้นเศรษฐกิจชีวภาพ เศรษฐกิจหมุนเวียน และเศรษฐกิจสีเขียว ตามที่เราได้นำเสนอไปแล้ว ส่วนในตอนนี้ ผู้เขียนอยากจะชวนคุยลงไปในรายละเอียดอีกหน่อยในเรื่องดังกล่าว ซึ่งน่าจะสอดคล้องกับยุคสมัยที่ผู้คน รวมทั้งเกษตรกรไทยต้องผ่านในช่วงของความยากลำบากไปให้ได้จริงๆ ผมจึงอยากเริ่มต้นคุยแบบที่ใช้ปัญญาของคนรุ่นเก่า กับวิชาการของคนรุ่นใหม่ มาผสมผสานกันด้วยการนำจุดแข็งที่มีอยู่มาร่วมกันคิดรูปแบบการพึ่งพาตนเองในแบบสังคมสร้างสุขและเกื้อกูลกัน ซึ่งอาจจะนำปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของล้นเกล้าฯ รัชกาลที่ 9 มาเป็นแนวทางก็ได้ ซึ่งในที่นี้ผมจะไม่กล่าวถึงพวกเกษตรกรรายใหญ่ เกษตรเพื่อการอุตสาหกรรมที่คนรวยเขาทำกัน เพราะนั่นเขาอยู่รอดของเขาแล้ว เราไม่ต้องไปยุ่งกับเขามาก แต่อาจจะต้องพึ่งพาเขาในด้านการสนับสนุนเกษตรกรรายย่อยในแนวนั้นมากกว่าครับ ดังนั้น ในที่นี้ผมจึงจะขอกำหนดระดับของสังคมเกษตรแบบชนบทแบบง่ายๆ เป็น 3
โครงการตลาดนำการผลิตเพื่อเกษตรกรรายย่อย (Market Oriented Smallholder Value Chain หรือ MSVC) หนึ่งในโครงการข้าวยั่งยืนที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย ได้เข้าสู่การดำเนินงานในช่วงสุดท้ายและสามารถช่วยเหลือเกษตรกรรายย่อย จำนวน 19,000 ราย ให้สามารถมีรายได้สุทธิจากการทำนาเพิ่มขึ้นถึง ร้อยละ 20 และยังช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่มาจากการเกษตรได้ถึง ร้อยละ 21 โครงการนี้ได้รับการยอมรับด้านความยั่งยืนสูงสุด โดยเมื่อต้นปีที่ผ่านมาโครงการ MSVC ยังได้รับการยอมรับจากการการตรวจประเมินผ่านมาตรฐาน Farm Sustainability Assessment (FSA) ระดับ FSA Gold ซึ่งเป็นระดับสูงสุดของ Sustainable Agriculture Initiative (SAI) อีกด้วย พอล นิโคลสัน รองประธานฝ่ายวิจัยและความยั่งยืน แผนกข้าว บริษัท โอแลม อะกริ กล่าวว่า เกษตรกรรายย่อยถือเป็นเสาหลักสำคัญในการพัฒนาเศรษฐกิจและมีความสำคัญต่อความมั่นคงทางอาหารของประเทศ แต่ยังมีเกษตรกรเป็นจำนวนมากที่นับว่าเป็นกลุ่มเปราะบางในห่วงโซ่อุปทาน ดังนั้น เราจึงทำงานร่วมกับ GIZ และกรมการข้าวของไทยอย่างแข็งขัน เพื่อให้เกษตรกรเหล่านี้มีชีวิตที่ดีขึ้น และทำให้ห่วงโซ่อุปทานข้าวมีความพร้อมร
ตามนโยบายของรัฐบาล ยุทธศาสตร์ 20 ปี ระบบส่งเสริมเกษตรแบบแปลงใหญ่เป็นการดำเนินงานซึ่งเน้นการรวมกลุ่มของเกษตรกรรายย่อยในพื้นที่ โดยวางระบบการผลิตและการบริหารจัดการในแนวทางเดียวกัน เพื่อประหยัดต้นทุนและเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต โดยเน้นการผลิตให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาด ตามนโยบายการตลาดนำการผลิต ทั้งนี้ การกำหนดพื้นที่เป้าหมายของเกษตรแปลงใหญ่ดำเนินการในพื้นที่ต่างๆ โดยเกษตรกรสมาชิกแปลงใหญ่จะร่วมกันกำหนดเป้าหมายการผลิต การถ่ายทอดเทคโนโลยี การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตทุกขั้นตอน จนถึงการเชื่อมโยงตลาดกับภาคเอกชนแบบประชารัฐ กลุ่มแปลงใหญ่ยางพาราบ้านคลองยาง ตั้งอยู่ที่บ้านทอนหาญ หมู่ที่ 4 ตำบลคลองลุ อำเภอกันตัง จังหวัดตรัง เป็นกลุ่มเกษตรกรชาวสวนยางเล็กๆ กลุ่มหนึ่งที่เกิดจากการจุดประกายทางความคิดของพนักงาน การยางแห่งประเทศไทย สาขากันตัง ในเวทีประชุมประจำเดือนหมู่บ้านของ 2 หมู่บ้านที่อยู่ติดกัน จนกระทั่งได้หลอมรวม และก่อเกิดมาเป็น “กลุ่มแปลงใหญ่ยางพาราบ้านคลองยาง” ในปัจจุบัน ซึ่งเกิดจากการรวมตัวกันของชาวบ้านหมู่ที่ 4 ตำบลคลองลุ และหมู่ที่ 5 ตำบลโคกยาง อำเภอกันตัง จังหวัดตรัง ด้วยสาเหตุที่สมาชิกอยู
บริษัท สยามแม็คโคร จำกัด (มหาชน) จัดงานจับคู่ธุรกิจ “แม็คโคร สนับสนุน SMEs และเกษตรกรไทย ก้าวไปด้วยกัน” เปิดเส้นทางลัดเชื่อมเอสเอ็มอี-เกษตรกรรายย่อยเข้าถึงตลาดอย่างเท่าเทียม ตั้งเป้าจัด 4 ภูมิภาคทั่วไทย คิ๊กออฟภาคใต้เป็นแห่งแรก ผลักดันสินค้าท้องถิ่น พัฒนาศักยภาพสินค้าเกษตรสู่ธุรกิจเกษตรยั่งยืน ตอกย้ำนโยบายแม็คโคร คู่คิดธุรกิจรายย่อย นางศิริพร เดชสิงห์ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร สายงานการสื่อสารองค์กร บริษัท สยามแม็คโคร จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ตลอดระยะเวลาการดำเนินธุรกิจในประเทศไทย 32 ปี แม็คโครมีเจตนารมณ์ในการพัฒนาธุรกิจไปพร้อมกับการเติบโตของกลุ่มเอสเอ็มอี และเกษตรกรรายย่อย ที่เป็นฐานกำลังสำคัญของเศรษฐกิจพื้นฐานของประเทศ ล่าสุดได้จัดงานจับคู่ธุรกิจ ‘แม็คโคร สนับสนุน SMEs และเกษตรกรไทย ก้าวไปด้วยกัน’ เพื่อเปิดโอกาสให้กลุ่มผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม เกษตรกร เข้าถึงช่องทางการจำหน่ายที่มั่นคงในทุกสาขาของแม็คโคร ซึ่งงานนี้เกิดขึ้นจากความร่วมมือของหลายภาคส่วน ทั้ง กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ สภาหอการค้าไทย ที่ประสานพลังร่วมกันสร้างทางเลือกใหม่ๆ ให้กับผู้ประกอบการท้องถิ่น “แม็คโค
ดร.อรรชกา สีบุญเรือง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เป็นประธานในพิธีเปิดโครงการพัฒนาเกษตรกร ด้วยวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรม (Innovative Agriculture : InnoAgri) นำร่องส่วนภูมิภาค โดยมี นายธวัช สุระบาล ผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ ดร.ลักษมี ปลั่งแสงมาศ ผู้ว่าการ สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) ตลอดจนผู้บริหาร พนักงาน เจ้าหน้าที่ และพี่น้องเกษตรกรร่วมให้การต้อนรับ ณ เทศบาลตำบลบึงบูรพ์ ต.บึงบูรพ์ อ.บึงบูรพ์ จ.ศรีสะเกษ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี กล่าวตอนหนึ่งในการเปิดงานว่า โครงการ InnoAgri เป็นโครงการบูรณาการความร่วมมือระหว่างหน่วยงานภายในกระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ ได้แก่ สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (วว.) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (สทอภ.) สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (สนช.) สถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำและการเกษตร (สสนก.) และกรมวิทยาศาสตร์บริการ (วศ.) ร่วมกับ สภาเกษตรกรแห่งชาติ ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) และกรมส่งเสริมการเกษตร กระทรวงเก
