เกษตรกร 4.0
นับวันแรงงานภาคเกษตรหายากยิ่งขึ้นทุกวัน โดยเฉพาะวิกฤตอันเนื่องมาจากโควิด-19 แรงงานเพื่อนบ้านกลับภูมิลำเนาแล้วกลับมายาก ส่งผลให้งานเกษตรหลายสาขาเดือดร้อน ในสวนไม้ผลได้รับผลกระทบไม่น้อย ทำให้หลายฝ่ายหาทางช่วยกันแก้ไข บริษัท ไบโอ อโกรไซแอนซ์ จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทที่ผลิตและจำหน่ายปัจจัยการผลิตทางการเกษตร ซึ่งเป็นที่รู้จักกันดี คือผลิตภัณฑ์ป้องกันกำจัดโรครากและโคนเน่าในทุเรียน ก็มีการศึกษาทดลองเพื่อแก้ไขปัญหาแรงงานเช่นกัน คุณบุญมี เรืองรัตน์ ประธานบริษัท ไบโอ อโกรไซแอนซ์ จำกัด ตั้งอยู่ เลขที่ 873 หมู่ที่ 2 ตำบลแพรกษาใหม่ อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรปราการ เล่าว่า บริษัทมีผลิตภัณฑ์ป้องกันกำจัดโรครากและโคนเน่าในทุเรียน ประกอบด้วย หนึ่ง ดินไล่ท็อป มีการรวมจุลินทรีย์ไว้ 5 ชนิด คือ ไตรโคเดอร์มา คีโตเมียม แอคติโนมัยซีท และอื่นๆ สอง ไบโอคอมพลีส เป็นแร่ภูเขาไฟเกรดสูงจากรัสเซีย เป็นตัวปรับปรุงบำรุงดิน ให้จุลินทรีย์เจริญเติบโตได้เร็ว สาม ปุ๋ยดาวอวกาศ เป็นปุ๋ยสูตรต่ำ รู้จักกันดีในนามปุ๋ยตู้เย็น เมื่อใส่ลงดิน หากพืชต้องการพืชก็จะดูดไปใช้ หากไม่ต้องการก็จะเก็บไว้ในแร่ภูเขาไฟที่เป็นฟิลเลอร์ คุณบุญมี บอกว่า ทาง
สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร เผย ผลประเมินโครงการระบบส่งเสริมเกษตรแบบแปลงใหญ่หลังดำเนินการผ่านมา 2 ปี มีแปลงใหญ่รวมทั้งสิ้น 2,535 แปลง รวมพื้นที่ 3.38 ล้านไร่ เกษตรกรพอใจ 2 ปีที่เข้าโครงการ ช่วยสร้างรายได้เพิ่มขึ้น นายวิณะโรจน์ ทรัพย์ส่งสุข เลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยถึงผลการดำเนินงานโครงการระบบส่งเสริมการเกษตรแบบแปลงใหญ่ ซึ่งกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้ดำเนินการตั้งแต่ปี 2559 เป็นการบูรณาการร่วมกันของหน่วยงานต่างๆ ในกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ สนับสนุนให้เกษตรกรมีการรวมกลุ่มบริหารจัดการการผลิต การตลาดร่วมกัน ซึ่งสามารถช่วยลดต้นทุน และเพิ่มผลผลิต ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ผลการดำเนินงานตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา (ข้อมูล ณ วันที่ 31 ตุลาคม 2560) มีแปลงใหญ่รวมทั้งสิ้น 2,535 แปลง พื้นที่ 3.38 ล้านไร่ เกษตรกรเข้าร่วม 249,106 ราย จำนวน 78 สินค้า ในการนี้ สศก. ได้ลงพื้นที่เก็บข้อมูลเกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการและผู้จัดการแปลง ในพื้นที่ 28 จังหวัด ระหว่างเดือนสิงหาคม – กันยายน 2560 จำนวน 1,848 ตัวอย่าง พบว่า แปลงปี 2559 ซึ่งดำเนินการเป็นปีที่ 2 เกษตรกรมีรายได้แล้วจากกลุ่
สศก. แจงทิศทางอาชีพเกษตรกรมีแนวโน้มได้รับความสนใจจากคนรุ่นใหม่มากขึ้น เผย มี Smart Farmer ทั่วประเทศ รวมกว่า 9 แสน 8 หมื่นราย และกลุ่ม Young Smart Farmer อีกกว่า 5 พันราย พร้อมเปิดผลศึกษาวิเคราะห์แก้ปัญหาแรงงานเกษตร แนะเทคโนโลยีและนวัตกรรมคือสิ่งสำคัญ พร้อมสร้างความตระหนักรู้ ความภาคภูมิใจในอาชีพเกษตร นางสาวราตรี เม่นประเสริฐ ผู้อำนวยการสำนักวิจัยเศรษฐกิจการเกษตร สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) เปิดเผยว่า การก้าวเข้าสู่เกษตรกร 4.0 ในช่วงแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติฉบับที่ 12 นั้น มีความจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องอาศัยแรงงานที่มีทักษะ มีความสามารถในการใช้เทคโนโลยีใหม่ๆ ทดแทนแรงงานคน การรวมกลุ่ม การบริหารจัดการทรัพยากร/ปัจจัยการผลิต และการบริหารจัดการด้านการตลาดเพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภค ข้อมูลภาวะเศรษฐกิจสังคมครัวเรือนเกษตรปีเพาะปลูก 58/59 พบว่ามีจำนวนครัวเรือนเกษตร 5.9 ล้านครัวเรือน มีสมาชิกเฉลี่ยครัวเรือนละ 4.04 คน ขนาดแรงงาน 2.88 คนต่อครัวเรือน อายุเฉลี่ยของแรงงานภาคเกษตร คือ 56 ปี และมีผู้สูงอายุสูง (อายุ 65 ปีขึ้นไป) ร้อยละ 12.48 ของประชากรภาคเกษตรทั้งหมด ผลกระ
กลุ่มบริษัทอุบลไบโอเอทานอล เดินหน้าโครงการอุบลโมเดลต่อเนื่อง จัดงาน “ประชารัฐ พัฒนาชาวไร่มันฯ ขยันแบบอุบลโมเดล” ครั้งที่ 3 มีเกษตรกรร่วมงานคับคั่งกว่า 500 ราย สร้างเครือข่ายเกษตรกรต้นแบบอุบลโมเดลรู้จักดิน รู้จักปุ๋ย ลดต้นทุน เพิ่มผลผลิต เปลี่ยนวิถีการเกษตรแบบดั้งเดิม สู่เกษตรกร 4.0 “ทำน้อย แต่ได้มาก” เมื่อเร็วๆนี้ภาครัฐ ภาคเอกชน และเกษตรกรอำเภอนาเยีย จังหวัดอุบลราชธานี สานพลัง ประชารัฐร่วมกันจัดงาน ประชารัฐ พัฒนาชาวไร่มันฯ ขยันแบบอุบลโมเดลครั้งที่ 3 ภายใต้โครงการพัฒนาการส่งเสริมการเกษตรการปลูกมันสำปะหลัง (อุบลโมเดล) ปี 2560 / 2561 ภายใต้แนวคิด “ชาวไร่มัน 4.0 รู้ดิน รู้ปุ๋ย ลดต้นทุน” โดยมีนางสาวเบญจพร ชาครานนท์ รองอธิบดีด้านบริหาร กรมพัฒนาที่ดิน เป็นประธานเปิดงาน พร้อมคณะกรรมการบริหารกรมวิชาการเกษตร และกรมส่งเสริมการเกษตร นายสรชาย ครองยุทธ รักษาการนายอำเภอนาเยีย จังหวัดอุบลราชธานี ร่วมต้อนรับ พร้อมคณะหัวหน้าส่วนราชการและนายเดชพนต์ เลิศสุวรรณโรจน์ ผู้จัดการใหญ่กลุ่มบริษัทอุบลไบโอเอทานอล โดยมีเกษตรกรกว่า 500 ราย จากพื้นที่เป้าหมาย 4 ตำบลของอำเภอนาเยีย จังหวัดอุบลราชธานี ได้แก่ ตำบลนาเยีย
