เกษตรอินทรีย์พะเยา
หลายปีผ่านมา บนผืนดินจังหวัดพะเยา ประเทศไทย เกิดความเปลี่ยนแปลงในวิถีเกษตรกรรม เราสังเกตความเปลี่ยนแปลงได้เมื่ออยู่บนท้องฟ้าแล้วมองลงมายังผืนดิน พิกัด (latitude longitude) แสดงตำแหน่งแปลงเกษตรอินทรีย์ (location) เพิ่มจำนวนมากขึ้น จากแปลงเกษตรอินทรีย์เป็นผัก ผลไม้ 2 แปลง บัดนี้เพิ่มขึ้นเป็น 100 แปลง และหากลองชมสินค้าบนพื้นที่วางจำหน่ายสินค้าทั่วไปหรือห้างสรรพสินค้าชั้นนำ เราจะมองเห็นสินค้าพืชผักผลไม้ปลอดสารพิษวางจำหน่ายจำนวนมาก ทั้งที่ก่อนหน้านี้ ไม่เคยมีสินค้าเกษตรอินทรีย์วางจำหน่าย ผศ.น.สพ.สมชาติ ธนะ หรือ Asst.Prof. Somchat Tana ผู้อำนวยการโครงการวิจัยการพัฒนาเครือข่ายสมาพันธ์เกษตรกรรมยั่งยืนจังหวัดพะเยา เล่าว่า สิ่งที่เกิดขึ้นคือความเปลี่ยนแปลงในระบบเกษตรกรรมแบบดั้งเดิมสู่ระบบเกษตรอินทรีย์สมัยใหม่ เกษตรกรเริ่มต้นจากการเรียนรู้เกษตรอินทรีย์แปลงเล็ก สู่การเป็นสมาชิกสมาพันธ์เกษตรกรรมยั่งยืนพะเยา SDGsPGS ต่อยอดทำการตลาดกับ บริษัท ออร์แกนิคพะเยาวิสาหกิจเพื่อสังคม จำกัด เพื่อเข้าสู่ระบบการแข่งขันทางการตลาดสินค้าเกษตรอินทรีย์ของโลก จัดตั้งบริษัทวิสาหกิจเพื่อสังคมเพื่อทำการตลาดแบบ CSR บริษัท
หลายปีก่อน เรามองเห็นความเปลี่ยนแปลงในพฤติกรรมของผู้บริโภคผักผลไม้ พวกเขากำลังพยายามหาวิธีกำจัดสารเคมีอันตรายบนพืชผัก มินานนักกระบวนการปลูกผักผลไม้ก็ปรับเปลี่ยนสู่เกษตรปลอดภัยและเกษตรอินทรีย์ มีหน่วยงานรับรอง เช่น สมาพันธ์เกษตรอินทรีย์เกิดขึ้น เป็นการรับรองเกษตรอินทรีย์แบบมีส่วนร่วม หรือ Sustainable Development Goals Partipatory Guarantee System (SDGs PGS) เป็นกระบวนการรับรองผู้ผลิตอินทรีย์ตามหลักการและมาตรฐานเกษตรอินทรีย์ โดยผู้มีส่วนได้ส่วนเสียต้องมีส่วนร่วม วิสัยทัศน์ร่วม ความโปร่งใส กระบวนเรียนรู้และความสัมพันธ์แนวราบ โดยมีสมาพันธ์เกษตรอินทรีย์จังหวัดพะเยาร่วมขับเคลื่อน ในการทำความเข้าใจกับเกษตรกรและการตรวจรับรอง พร้อมออกใบรับรองเพื่อให้เกษตรกรนำไปเผยแพร่และรับประกันสินค้า ทำให้ผู้บริโภคมีความมั่นใจในความปลอดภัย สินค้าประเภทผักผลไม้อินทรีย์ระดับพรีเมี่ยมที่ปลูกในพื้นที่ท้องถิ่นจังหวัดพะเยามีจำนวนมากขึ้นและเริ่มวางจำหน่ายบนชั้นวางสินค้าในห้างสรรพสินค้าชั้นนำ นั่นคือความเปลี่ยนแปลงของเกษตรกรที่กำลังปลูกผักผลไม้เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภค โดยเมื่อไม่นานมานี้ มีการจัดเสวนาแนวท
