เกษตรเชิงเดี่ยว
การทำการเกษตรเชิงเดี่ยว จะมีความเสี่ยงสูง โดยเฉพาะความเสี่ยงทางด้านการตลาด เพราะหากราคาตกต่ำ เกษตรกรต้องประสบกับการขาดทุน ไม่มีรายได้จากกิจกรรมอื่นมาชดเชย ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดเจน ณ เวลานี้ ได้แก่อ้อย ตันละ 400-500 บาท ยางพารา 4-5 กิโลกรัม ต่อ 100 บาท เป็นต้น แต่หากทำการเกษตรหลายอย่าง โดยเลือกผลิตพืชหลายชนิด ที่ตลาดต้องการ บางชนิดอาจราคาตกต่ำไม่เป็นไร แต่ยังได้ราคาดีจากสินค้าตัวอื่นอีกหลายตัว ดังนั้น การผลิตพืชหลากหลายจึงเป็นแนวทางหนึ่งที่ทำให้เกษตรกรอยู่ได้อย่างสบาย อย่างเช่น คุณเนรมิตร-คุณอดุลย์ พิทักษ์พงษ์ สองสามีภรรยา อยู่ที่บ้านเลขที่ 54 หมู่ที่ 7 บ้านโคกนกพัฒนา ตำบลบุญทัน อำเภอสุวรรณคูหา จังหวัดหนองบัวลำภู โทร. 063-021-9508, 093-397-1493 บริเวณดังกล่าวชาวบ้านเรียกว่า ภูซางใหญ่ เป็นภูเขารอยต่อ 3 จังหวัด อันได้แก่ หนองบัวลำภู อุดรธานี และ เลย ทั้งสองคนร่วมให้ข้อมูลว่า ได้ทำการเกษตรหลายอย่าง ดังนี้ สะตอ 30 ต้น อายุ 7-8 ปี พันธุ์ที่ปลูกคือ สะตอดาน (กลิ่นฉุน ฝักโต) ที่ปักษ์ใต้ส่วนใหญ่จะประมาณ 8-10 เมล็ด ต่อฝัก แต่ที่นี่ฝักยาวมาก คือ 10-18 เมล็ด ต่อฝัก สดกว่า อร่อยกว่า และที่สำคัญผลิตแ
นายสุทิน ทองเอ็ม เกษตรกรดีเด่นแห่งชาติ ชาวสุโขทัย เปิดเผยว่า อาชีพเกษตรกรรม เป็นอาชีพของบรรพบุรุษ เนื่องจากพ่อ แม่และญาติพี่น้องส่วนใหญ่ประกอบอาชีพด้านการเกษตร ประกอบกับมีใจรักในการเกษตร อยากปลูกผักปลอดสารพิษ ไว้บริโภคเอง เหลือจากแบ่งปันให้เพื่อนบ้านก็แบ่งจำหน่าย จึงได้ศึกษาจากแปลงที่ประสบผลสำเร็จ แล้วได้ดำเนินกิจกรรมไร่นาสวนผสมด้วยตนเอง โดยในระยะแรก ทำในพื้นที่ของครอบครัวเป็นหลัก หลังจากได้สมรสก็ได้ลงมือทำในกิจกรรมของตนเองอย่างเต็มที่ ได้นำความรู้จากการศึกษาด้วยตนเอง และดูแบบอย่างที่ประสบผลสำเร็จมาปรับใช้ในแปลง ของตนเอง มีการเพิ่มเติมกิจกรรมเรื่อยมา เน้นการใช้พื้นที่ให้เกิดประโยชน์สูงสุด กิจกรรมมีการเกื้อกูลซึ่งกันและกัน ลดต้นทุน โดยน้อมนำปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของในหลวงรัชกาลที่ 9 มาปรับใช้ในชีวิตเพื่อให้สามารถอยู่รอดได้ในปัจจุบัน ด้วยการ “ปลูกทุกอย่างที่กิน กินทุกอย่างที่ปลูก” เพื่อลดความเสี่ยงและอยู่รอดได้โดยไม่ต้องพึ่งพาใคร ตื่นมาไม่ต้องไปเสียค่าใช้จ่ายนอกบ้าน แต่กลับกันทำให้เรามีรายได้ทุกวันจากผลผลิตที่ปลูกและเลี้ยงไว้ ทั้งผักสดปลอดสารพิษ กบ ปลา ไข่ไก่ ชาวบ้านสามารถมาเดินเก็บ หรือจ
ด้วยสภาพของดิน ฟ้า อากาศที่มีการเปลี่ยนแปลง ส่งผลทำให้เกษตรกรในบ้านเราได้รับความเสียหายเป็นจำนวนมาก เกษตรกรบางคนต้องจบอาชีพการเกษตรลงและหันไปเป็นลูกจ้างแทน นอกจากปัญหาที่เกิดจากธรรมชาติที่ไม่สามารถแก้ไขได้แล้วนั้น เกษตรกรยังพบกับปัญหาราคาตลาดรับชื้อที่มีการเปลี่ยนแปลง ทำไม่สามารถกำหนดราคาขายได้แน่นอน ปัญหาโรคแมลงที่เข้ามาทำลายพืชผลทางการเกษตรทำให้ผลผลิตเสียหาย แต่ด้วยความมุ่งมั่นและรักในอาชีพ เกษตรกรในบ้านเราจึงมีการพัฒนา ศึกษาหาแนวทางการทำการเกษตรที่ลดความเสี่ยงแต่สามารถสร้างรายได้ตลอดปีเข้ามาปรับใช้ ซึ่งการทำสวนผสมผสานนั้นเป็นทางออกหนึ่งที่เกษตรนั้นได้เลือกและหันมาให้ความสนใจ ลงมือทดลองปฏิบัติในพื้นที่ของตัวเองกันเป็นจำนวนมาก คุณบุญธรรม นาคนิยม ชายวัย 41 ปี ชาวจังหวัดชุมพร อยู่บ้านเลขที่ 363 / 1 หมู่ 6 ตำบลสวี อำเภอสวี จังหวัดชุมพร เป็นเกษตรกรคนหนึ่งที่ทำการเกษตรแบบเชิงเดี่ยวและประสบกับปัญหาของโรคแมลง ราคาผลผลิตที่ไม่แน่นอน เหมือนกับเกษตรกรคนอื่นๆ ทำให้ต้องปรับเปลี่ยนวิธีการทำการเกษตรแบบเชิงเดี่ยวมาเป็นการทำการเกษตรแบบผสมผสานแทน “ครอบครัวมาจากอาชีพเกษตรกร ทำการเกษตรมาตั้งแต่จบ
