เกษตรแบบผสมผสาน
ตัวอย่างข้าราชการเกษตรน้ำดีอย่าง คุณบุญส่ง จอมดวง เจ้าพนักงานเคหกิจเกษตรชำนาญงาน สำนักงานเกษตรอำเภอพรานกระต่าย จังหวัดกำแพงเพชร ในวัย 40 ปี ที่ผู้เขียนได้ไปสัมผัสมา ถึงวิถีการใช้ชีวิตด้วยหัวใจเกษตร บนพื้นที่ 2 ไร่ 1 งาน ตามหลักปรัญญาเศรษฐกิจพอเพียง ด้วยสโลแกน “บอกให้รู้ ทำให้ดู อยู่ให้เห็น” หัวหน้าเกษตร บุญส่ง จอมดวง ที่ชาวบ้านเรียกขานกันจนติดปาก เป็นคนที่เข้าถึงหัวใจเกษตรกรรากหญ้าอย่างแท้จริง ทุกครั้งที่ลงพื้นที่ให้ความรู้ด้านการเกษตรตามหลักทฤษฎีเชิงวิชาการ ในการแก้ไขปัญหา และส่งเสริมการเรียนรู้ในชนบทเขตพื้นที่อำเภอพรานกระต่าย เกษตรชำนาญงานอย่าง คุณบุญส่ง ได้ชื่อว่าเป็นบุคคล 3 ถิ่น คือ ถิ่นบ้านเกิดในวัยเด็ก อำเภอเถิน จังหวัดลำปาง จนถึงอายุ 15 ปี จากนั้นก็ไปศึกษาเล่าเรียนต่อยังถิ่นภูไทลุ่มน้ำโขง จังหวัดมุกดาหาร ผ่านไป 5 ปี ก็มาบรรจุเป็นเจ้าพนักงานเคหกิจเกษตรชำนาญงาน ในพื้นที่ตำบลพรานกระต่าย อำเภอพรานกระต่าย จังหวัดกำแพงเพชร ตั้งแต่ปี 2544 เป็นต้นมาจวบจนถึงปัจจุบันอายุงานผ่านไป 19 ปี ทุกวันนี้อำเภอพรานกระต่าย จึงกลายเป็นถิ่นเมืองนอน และที่ทำงาน พร้อมที่จะสานฝันปักหลักเป็นถิ่นสุดท้ายบั้น
ชีวิตเริ่มต้นมาจากคำว่า “ศูนย์” นั่นคือ ข้อสรุปสั้นๆ บนเส้นทางชีวิตต้องสู้ของเกษตรกรต้นแบบในเขตปฏิรูปที่ดิน เจ้าของศูนย์เรียนรู้การพัฒนาระบบกสิกรรมด้วยศาสตร์พระราชาลุ่มน้ำยมในเขตปฏิรูปที่ดิน ที่ชื่อ ประดิษฐ์ นันท์ตา ซึ่งอยู่บ้านเลขที่ 44/1 หมู่ 5 บ้านแม่พร้าว ตำบลบ้านหวด อำเภองาว จังหวัดลำปาง “ผมเป็นคนจังหวัดแพร่ ย้ายมาอยู่ที่จังหวัดลำปางเพราะพี่ชายชวนมา ในปี 2545 ผมกับครอบครัวมาแบบไม่มีอะไรเลย ที่ดินทำกินของตนเองก็ไม่มี เริ่มต้นผมมาเช่าที่ดินของคนรู้จักทำกินก่อน ปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ครับ ปีแรกที่ลงทุน เจ๊งครับ กู้เงินมาลงทุน 30,000 บาท ขายข้าวโพดได้ 15,000 บาท” “ไม่ท้อครับ สู้ต่อ สู้มาอีกหลายปี จนชีวิตเริ่มดีขึ้น เพราะได้รับคัดเลือกจาก ส.ป.ก. ให้ได้รับสิทธิ์ในที่ดินของ ส.ป.ก. จำนวน 30 ไร่” หลังจากมีที่ดินเป็นของตนเอง เขาได้เริ่มต้นเดินตามแนวทางที่วาดฝันไว้ “เพราะได้ความรู้ได้เปิดโลกให้กว้างขึ้นด้วยการสนับสนุนของ ส.ป.ก. ทั้งการเข้ามาให้ความรู้ที่สวน และการพาไปศึกษาดูงานเกี่ยวกับการเกษตร โดยเฉพาะโครงการตามแนวพระราชดำริของในหลวง รัชกาลที่ 9 ซึ่งได้กลายมาเป็นแรงบันดาลใจให้ผมยึดมั่นในการว
คุณสุนิดา สุวรรณหงส์ เจ้าของสวนสุนิดาสวนในฝัน ตั้งอยู่หมู่ที่ 1 ตำบลท่าพญา อำเภอปะเหลียน จังหวัดตรัง เกษตรกรต้นแบบที่ทำเกษตรแบบผสมผสาน ในพื้นที่จำนวน 3 ไร่ มีกิจกรรมหลากหลาย ทั้งด้านการปลูกพืช ประมง และปศุสัตว์ คุณสุนิดา เล่าว่า จากเดิมครอบครัวมีอาชีพเกษตรกรรมเป็นหลัก แต่เน้นปลูกยางพาราและปาล์มน้ำมันในที่ดินของตนเอง กระทั่งราคาของผลผลิตตกต่ำจึงได้มีการปรับเปลี่ยนรูปแบบการทำการเกษตรในพื้นที่ให้มีรายได้เพิ่มขึ้น จึงมีการศึกษาและได้แนวคิดในการทำการเกษตรแบบไร่นาสวนผสมจากการไปศึกษาดูงาน เพื่อเพิ่มองค์ความรู้ให้ตนเอง อีกทั้งยังได้รับคำแนะนำจากผู้รู้ จึงมีความตั้งใจให้พื้นที่ของตนเองนั้นเป็นต้นแบบการปฏิบัติตามแนวทางปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง เริ่มต้นทำตามแนวคิดเกษตรผสมผสาน เริ่มจากการปลูกพืชผักสวนครัว ไม้ผล ไม้ใช้สอย เลี้ยงปลาในสระเพื่อเป็นอาหารและเป็นแหล่งน้ำใช้ทางการเกษตร เลี้ยงไก่พื้นเมือง และเลี้ยงผึ้งโพรงในบริเวณสวน เพื่อช่วยผสมเกสรให้ดอกไม้และไม้ผล มีการผลิตปุ๋ยอินทรีย์ และน้ำหมักชีวภาพใช้เอง เพื่อลดต้นทุนการผลิต โดยนำวัสดุในท้องถิ่นมาปรับใช้ โดยได้นำหลักการความรู้ภูมิปัญญาท้องถิ่น
การทำเกษตรกรรมในยุคดิจิทัลถูกกำหนดโดยตลาดผู้บริโภคเป็นหลัก จึงมีผลต่อแนวทางหรือวิธีปฏิบัติของเกษตรกรจากเดิมที่เคยปลูกพืชเชิงเดี่ยวต้องปรับเปลี่ยนมาเป็นการปลูกพืชแบบผสมผสาน ช่วยทำให้เกษตรกรมีรายได้แน่นอน มั่นคง ลดความเสี่ยงจากความไม่แน่นอนทางธรรมชาติ ผลสำเร็จของการลงมือทำเกษตรผสมผสานอาจไม่ใช่เรื่องง่ายหากไม่ปฏิบัติตามกรอบวิธีและแนวทางที่ถูกต้อง ความสำเร็จของการทำเกษตรผสมผสานมีให้เห็นทั่วไป แม้หลายพื้นที่หรือชาวบ้านหลายแห่งอาจบรรลุวัตถุประสงค์ได้ด้วยการคิดนอกกรอบ แต่เหนือสิ่งอื่นใดที่ทุกคนต้องมี นั่นคือ ความใส่ใจและทุ่มเทอย่างจริงจัง จึงนำไปสู่การมีรายได้ที่มั่นคงอันเป็นเป้าหมายสำคัญ อีกหนึ่งตัวอย่างของความสำเร็จจากการทำสวนเกษตรผสมผสานจนทำให้พลิกสถานการณ์ในการดำรงชีวิต แม้รายได้ที่เกิดขึ้นจะไม่ใช่เงินก้อนโต แต่ก็ทำให้การจับจ่ายใช้สอยทุกวัน ทุกเดือน และตลอดทั้งปีเป็นไปอย่างไม่ขัดสนหรือต้องกู้หนี้ สร้างความผาสุกให้แก่ครอบครัว สิ่งเหล่านี้เกิดขึ้นจากความร่วมมือทุกคนของครอบครัว คุณวัชรีญา มณีรัตน์ หรือ คุณปุ๊ก ที่พักอยู่บ้านเลขที่ 66 หมู่ที่ 6 ตำบลเสนางคนิคม อำเภอเสนางคนิคม จังหวัดอำนาจเจริญ
ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงทุ่งเริง ตำบลบ้างปง อำเภอหางดง จังหวัดเชียงใหม่ ก่อตั้งขึ้นเมื่อ ปี 2521 อยู่ท่ามกลางหุบเขา ไม่ไกลจากแหล่งท่องเที่ยวสำคัญในเขตพื้นที่อำเภอหางดง เมื่อก่อนพื้นที่ศูนย์ฯ ถือเป็นแหล่งทดลองไม้เมืองหนาวที่สำคัญ โดยเฉพาะกุหลาบที่มีกลิ่นหอม ปัจจุบันได้ปรับเปลี่ยนงานส่งเสริมเน้นการปลูกพืชผักอินทรีย์ และไม้ผล ที่สำคัญ คือ อะโวกาโด ที่สามารถรับประทานสด มีไขมันชนิดไม่อิ่มตัว ประมาณ 8-20 เปอร์เซ็นต์ ช่วยลดปริมาณคอเลสเตอรอลที่ไม่เป็นประโยชน์ต่อร่างกาย วิตามินสูง นอกจากให้คุณค่าทางอาหารแล้ว ยังให้เป็นวัตถุดิบเพื่อการสกัดน้ำมันในอุตสาหกรรม โครงการหลวง ได้นำอะโวกาโดมาทดลองปลูกที่พื้นที่ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงทุ่งเริง ประมาณ ปี พ.ศ. 2526 ปรากฏว่า ได้ผลผลิตคุณภาพดี จึงสนับสนุนให้เกษตรกรปลูกไม้ผลชนิดนี้ ซึ่งเหมาะสำหรับปลูกในพื้นที่สูงจากระดับน้ำทะเล 600 เมตรขึ้นไป สายพันธุ์อะโวกาโดที่ปลูกได้แก่ พันธุ์ปีเตอร์สัน (Peterson) เป็นเผ่าเวสต์อินเดียน ลักษณะเป็นผลค่อนข้างกลม มีขนาดเล็กถึงขนาดกลาง น้ำหนัก 200-300 กรัม เนื้อผลสีเหลืองอมเขียว รสดี เมล็ดใหญ่อยู่ในช่องเมล็ดแน่น เป็นพันธุ์เบาเก็บเกี่
การทำเกษตรแบบผสมผสาน หรือไร่นาสวนผสม ไม่มีคำจำกัดความ ไม่มีกติกาหรือกฎตายตัว ว่าต้องเป็นพืชชนิดใด เลี้ยงสัตว์ชนิดใด ทั้งนี้ เพราะแต่ละพื้นที่และท้องถิ่นมีสภาพทางธรรมชาติที่แตกต่างกัน เพียงแต่การผสมผสานนี้ขอให้ยึดหลัก สร้างความร่มรื่น แล้วให้พืชหลายชนิดที่ปลูกอยู่ในพื้นที่เดียวกัน มีการเกื้อกูลกันทางธรรมชาติให้มากที่สุด และสำคัญที่สุดคือ ผู้ปลูกต้องได้ประโยชน์มากที่สุด แล้วยังสามารถพึ่งพาตนเองได้อย่างยั่งยืนด้วยเช่นกัน คุณจินดา ฟั่นคำอ้าย อยู่บ้านเลขที่ 43 หมู่ที่ 2 ตำบลผาปัง อำเภอแม่พริก จังหวัดลำปาง อดีตศึกษานิเทศก์ จังหวัดลำปาง เป็นอีกท่านหนึ่งที่สนใจการทำเกษตรผสมผสาน แล้วตั้งใจเดินตามแนวทางนี้ในบั้นปลายชีวิต จึงวางแผนล่วงหน้าก่อนจะเกษียณอายุราชการเมื่อปี 2558 ที่ผ่านมา อดีตศึกษานิเทศก์ท่านนี้ให้เหตุผลที่เลือกแนวทางการทำเกษตรกรรมแบบผสมผสาน เนื่องจากสมัยที่รับราชการได้มีโอกาสเดินทางไปดูงาน ตลอดจนศึกษาหาความรู้ด้านการทำเกษตรหลายแห่ง หลายด้าน ล้วนพบว่าการทำเกษตรกรรมแบบปลูกพืชเชิงเดี่ยวจะเกิดความเสี่ยงต่อความเสียหายมาก เพราะรายได้ของการมีชีวิตแบบชาวไร่ ชาวนา ส่วนใหญ่เกิดจากการทำเกษตรกรรม
เมื่อวันที่ 25 ตุลาคม นายสุทธิ สุโกศล อธิบดีกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน (กพร.) กระทรวงแรงงาน กล่าวว่า ได้น้อมนำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมาใช้ในการดำเนินกิจกรรมต่างๆ ของหน่วยงาน เพื่อร่วมสานต่อโครงการพระราชดำริในพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ในหลวงรัชกาลที่ 9 ซึ่ง กพร. ได้มีลงนามความร่วมมือกับมูลนิธิพระดาบส ตั้งแต่ปี 2556 เป็นโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้ศิษย์พระดาบสได้รับการพัฒนาทักษะฝีมือแรงงาน ให้มีความรู้ความสามารถในวิชาชีพ จนสามารถนำไปประกอบอาชีพเสริมสร้างรายได้เพื่อเลี้ยงตนเองและครอบครัวได้ กพร. ฝึกอบรมให้ครูดาบสอาสาด้านเทคโนโลยีในสาขาอาชีพต่างๆ เพื่อนำความรู้ไปถ่ายทอดให้แก่ศิษย์ นอกจากนี้ กพร.ได้มอบหมายหน่วยงานในสังกัดร่วมดำเนินการฝึกอบรมให้กับโครงการลูกพระดาบส โดยสถาบันพัฒนาฝีมือแรงงาน 1 สมุทรปราการ (สพร. 1 สมุทรปราการ) ดำเนินการฝึกอาชีพจนถึงปัจจุบัน ให้แก่ศิษย์พระดาบสรวมจำนวน 400 คน จำนวน 4 สาขา ได้แก่ สาขาการทำเครื่องเรือนจากแผ่นใยไม้อัด สาขาการทำเครื่องเรือนโครงไม้จริง สาขาช่างสีเครื่องเรือน ระดับ 1 และสาขาการทำดอกไม้จันทน์ ทั้งนี้ พระบาทสมเด็จพร
