เกษตรและสหกรณ์
นายวิศิษฐ์ ศรีสุวรรณ์ กรมส่งเสริมสหกรณ์ (กสส.) เปิดเผยว่า กรมฯ ได้จัดทำหลักสูตร “การเงิน การบัญชี และการบริหารสำหรับกรรมการสหกรณ์” สำหรับใช้จัดอบรมให้ความรู้ด้านการเงิน การบัญชีให้กับกรรมการสหกรณ์ออมทรัพย์และสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยน เพื่อให้คณะกรรมการสหกรณ์มีคุณสมบัติเป็นไปตามที่กฎกระทรวงหมวด 2 ข้อ 8 ซึ่งบัญญัติในเรื่องคุณสมบัติของกรรมการสหกรณ์ทั้ง 2 ประเภทไว้ว่า จะต้องมีคุณวุฒิในด้านเงิน การบัญชี การบริหารจัดการและด้านเศรษฐศาสตร์ ซึ่งในบทเฉพาะกาลให้ระยะเวลาในการพัฒนาบุคลากรให้แล้วเสร็จภายใน 2 ปี คือ ภายใน 10 กุมภาพันธ์ 2566 โดยการอบรมดังกล่าว กรมฯ ได้จัดให้กรรมการชุดรอยต่อของกฎหมาย เพื่อให้มีคุณสมบัติครบโดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายแต่อย่างใด “การจัดอบรมฟรีเป็นไปตามนโยบายของ นางสาวมนัญญา ไทยเศรษฐ์ รมช.เกษตรและสหกรณ์ ที่กำกับดูแลกรมได้ให้นโยบายไว้ว่า ในระยะเปลี่ยนผ่านกฎหมายไม่ควรให้เป็นภาระค่าใช้จ่ายกับสหกรณ์ออมทรัพย์และสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยน ซึ่งการที่ได้กำหนดเรื่องคุณวุฒิเหล่านี้เป็นผลมาจากการระดมความเห็นจนได้ข้อยุติมาเป็นกฎกระทรวงดังกล่าว เพื่อประโยชน์สูงสุดคือการบริหารสหกรณ์ ดูแลและคุ้มครองป
อธิบดีกรมชลประทาน เผยความคืบหน้าการกำจัดวัชพืชและผักตบชวาในพื้นที่ลุ่มน้ำภาคกลาง คืบหน้าไปกว่า ร้อยละ 87 ของแผนฯ หวังลดปัญหาสิ่งกีดขวางทางน้ำ และเพิ่มประสิทธิภาพการไหลของน้ำในทางน้ำชลประทาน คาดแล้วเสร็จก่อนฤดูฝนปี 2564 นี้ ตามนโยบายของคณะกรรมการทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (กนช.) และ ดร. เฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.เกษตรและสหกรณ์ นายประพิศ จันทร์มา อธิบดีกรมชลประทาน เปิดเผยว่า กรมชลประทาน ได้ดำเนินการกำจัดผักตบชวาและวัชพืชในพื้นที่ลุ่มน้ำภาคกลาง พื้นที่ดำเนินการประมาณ 4,107 ไร่ ในเขตของสำนักงานชลประทานที่ 3, 4 และ 9-13 ครอบคลุมพื้นที่ภาคกลาง 27 จังหวัด ปัจจุบัน สามารถกำจัดผักตบชวาและวัชพืชด้วยการใช้เครื่องจักร เครื่องมือต่างๆ ไปแล้วกว่า 554,400 ตัน หรือร้อยละ 87 ของแผนฯ ส่วนที่ใช้แรงงานคนในการกำจัด มีผลงานคืบหน้าไปกว่าร้อยละ 54 หรือคิดเป็นพื้นที่ประมาณ 1,110 ไร่ คาดว่าจะดำเนินการให้แล้วเสร็จทั้งหมดก่อนเข้าสู่ฤดูฝนหน้า สำหรับแนวทางการกำจัดผักตบชวาและวัชพืชขวางทางน้ำ นั้น กรมชลประทาน ได้ติดตั้ง Log boom เพื่อหยุดผักตบชวาและวัชพืชไม่ให้ไหลไปตามแม่น้ำลำคลอง ทำให้ง่ายต่อการจัดเก็บและป้องกันปัญหาผักตบชวาและ
นางสาวมนัญญา ไทยเศรษฐ์ รมช.เกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า ได้สั่งการให้กรมวิชาการเกษตรทำรายละเอียดในการปลดล็อคผลิตภัณฑ์ทางการเกษตรตามภูมิปัญญาไทยที่ถูกคุมไว้ในบัญชีวัตถุอันตรายชนิดที่ 2 หรือ วอ.2 เช่น สะเดา หรือจุลชีพของไทย มาอยู่ใน วอ.1 ทำให้เกษตรกรที่ประสงค์จะใช้เพียงแต่แจ้งกรมวิชาการเกษตรเพื่อทราบเท่านั้น ทั้งนี้เพราะต้องการให้ภูมิปัญญาไทยสามารถมาเป็นส่วนหนึ่งของการผลักดันให้ไทยเป็นครัวของโลกได้ โดยไม่ต้อง พี่งพิงกับสารเคมีกำจัดแมลงที่นำเข้าเพียงทางเดียว รมช.เกษตรฯ กล่าวว่า การกำหนดให้สารชีวภัณฑ์ และสารอินทรีย์ ที่ใช้ทางการเกษตรในบัญชีบัญชี วอ.2 มาเป็น วอ.1 จะเป็นการเปิดทางเบื้องต้นเพื่อให้เกษตรกร ประชาชนหรือคนไทยทั่วไปและคนรุ่นใหม่ๆ สามารถที่จะคิดค้น หรือพัฒนาสูตรต่างๆทางการเกษตรหรือ สารอินทรีย์หรือสารชีวภัณฑ์เพื่อใช้ในแปลงเกษตรกร ได้เพิ่มชนิดมีความหลากหลายมากขึ้น และเพื่อลดความกังวลของเกษตรกรที่มีการผลิตสารกำจัดแมลงเพื่อใช้กันเองในครัวเรือนหรือเป็นการทั่วไปโดยไม่ต้องกังวลว่าจะผิดกฎหมายตามพรบ.วัตถุอันตราย อย่างไรก็ตามกรณีสารตาม วอ.2 หากต้องการผลิตเพื่อการค้าให้มีการขึ้นทะเบียนและแจ้งการ
นางสาวมนัญญา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า ได้ให้กรมส่งเสริมสหกรณ์ สำรวจสหกรณ์การเกษตรว่าต้องการให้มีการช่วยเหลืออย่างไรหลังมีการแบน 3 สารเคมี เพื่อจะได้นำมาเป็นชุดช่วยเหลือเกษตรกรสำหรับการผลิตสินค้าเกษตร ซึ่งเบื้องต้น กรมส่งเสริมสหกรณ์ รายงานว่า เตรียมผลักดันให้สหกรณ์จัดหาเครื่องจักรกลทางการเกษตรเพื่อให้บริการสมาชิกในราคาถูก ซึ่งจะทำรายละเอียดเพื่อเสนอรัฐมนตรีช่วยว่าการเกษตรและสหกรณ์ พิจารณาเสนอคณะรัฐมนตรี “ขณะนี้กรมส่งเสริมสหกรณ์อยู่ระหว่างพิจารณารายละเอียด เดี๋ยวดิฉันจะเร่งดู แล้วเสนอรัฐมนตรีช่วยว่าการเกษตรและสหกรณ์ทันที ว่าจะใช้งบจากไหน เท่าไร โดยยอมรับว่าการเลิกใช้ 3 สาร เกษตรกรอาจมองว่าเป็นเรื่องยาก แต่สามารถทำได้และจะต้องเริ่มทำเพื่อความปลอดภัยของเกษตรกรและผู้บริโภคและลดการป่วยของคนไทย” นางสาวมนัญญา กล่าว นายพิเชษฐ์ วิริยะพาหะ อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ กล่าวว่า ก่อนหน้าที่จะมีการลงมติแบน 3 สารเคมี 1 เดือน ได้ให้ทีมเจ้าหน้าที่ กสส. ลงสอบถามสหกรณ์ถึงความต้องการของสมาชิกสหกรณ์ หากมีการแบน 3 สาร ซึ่งต้องเตรียมล่วงหน้า ไม่ว่าผลการพิจารณาของคณะกรรมการวัตถุอันตราย
นางสาวมนัญญา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยภายหลังการตรวจเยี่ยมร้านสหกรณ์พระนคร จำกัด ซอยอารีย์ พร้อมได้หารือกับคณะกรรมการร้านสหกรณ์ถึงแนวทางในการจัดตั้งซุปเปอร์มาร์เก็ตสหกรณ์ในเขตกรุงเทพมหานคร เพื่อเป็นจุดจำหน่ายสินค้าของสหกรณ์ที่มีคุณภาพจากจังหวัดต่างๆ ทั้ง ข้าวสาร นม เนื้อ ไข่ไก่ ผัก ผลไม้ อาหารแปรรูป ซึ่งจะเน้นคัดสรรสินค้าที่ผ่านการตรวจสอบมาตรฐานและปลอดภัยสำหรับผู้บริโภคโดยจะเริ่มดำเนินการที่นี่เป็นแห่งแรก เนื่องจากเป็นสหกรณ์ที่มีความพร้อมทุกด้านทั้งสถานที่ที่ตั้งในชุมชนที่มีกำลังซื้อสูง จึงเห็นว่าเหมาะสมที่จะสนับสนุนให้ที่นี่เป็นซุปเปอร์มาร์เก็ต ที่จะช่วยจุดประกายการโฆษณาสินค้าสหกรณ์ว่าเป็นสินค้าที่มีคุณภาพ และให้ผู้บริโภคได้มีโอกาสเข้าถึงสินค้าสหกรณ์จากจังหวัดต่างๆ ซึ่งหลายสหกรณ์ได้ส่งเสริมให้สมาชิกปลูกผักปลอดสารเคมี และยังมีสหกรณ์ที่แปรรูปข้าวสารคุณภาพดี ทั้งข้าวขาวและข้าวหอมมะลิ แต่ที่ผ่านมา สหกรณ์ ผู้ผลิตสินค้าเหล่านี้ยังขาดช่องทางในการประชาสัมพันธ์และจำหน่ายสินค้าของตัวเองให้เป็นที่รู้จักแก่ผู้บริโภค “ดิฉันจะคิดเล็กก่อน จะลงทุนไม่มาก เพราะพื้นที่แห่งน
