เก๊กฮวย
ปัจจุบันการแปรรูปเพื่อสร้างมูลค่าถือเป็นทางเลือกและทางรอดที่ดีสำหรับเกษตรกรอีกทางหนึ่ง เนื่องจากช่วงที่ผ่านมาเชื่อว่าหลายท่านคงได้ยินข่าวกันจนชินหู ทั้งในเรื่องของราคาพืชผลทางการเกษตรที่ตกต่ำบ้าง หรือเกิดปัญหาสินค้าเกษตรล้นตลาดบ้าง ซึ่งเป็นปัญหาที่แก้ไม่หาย แต่ถ้าหากเกษตรกรเจ้าของสวนลองเริ่มต้นแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นด้วยการหาตลาดขายปลีกเองบ้าง หรือเริ่มต้นแปรรูปจากผลิตภัณฑ์ในสวนก่อนก็คงจะดีไม่น้อย หรือถ้าสวนไหนไม่มีปัญหาแต่อยากเพิ่มช่องทางสร้างรายได้ การแปรรูปผลิตภัณฑ์ถือเป็นทางเลือกที่ดีมากๆ คุณรสสุคนธ์ สุวรรณเพชร หรือ พี่พลอย อยู่บ้านเลขที่ 19/2 หมู่ที่ 9 ตําบลโนนเปือย อําเภอกุดชุม จังหวัดยโสธร อดีตเซลส์ขายอุปกรณ์การเกษตร กลับบ้านเกิดผันตัวสู่ชีวิตเกษตรกรเต็มขั้น ปลูกพืชผสมผสาน พร้อมกับงานแปรรูปเพิ่มมูลค่าผลผลิตช่วยสร้างรายได้หลักในปัจจุบัน ตามมาดูกันว่างานแปรรูปสร้างรายได้ของสาวเก่งคนนี้จะเป็นอย่างไร พี่พลอย เล่าจุดเริ่มต้นการเป็นเกษตรกรให้ฟังว่า เมื่อก่อนตนเองทำงานเป็นเซลส์ขายวัสดุอุปกรณ์ทางการเกษตร ดูแลพื้นที่ในโซน ระยอง จันทบุรี และตราด ทำมานานเป็นสิบปี จนถึงจุดที่อยากกลับบ้านมาดูแ
วันที่ 17-19 มีนาคม 2568 รองศาสตราจารย์ ดร.ฤทธิชัย อัศวราชันย์ อาจารย์ประจำหลักสูตรวิศวกรรมอาหาร คณะวิศวกรรมและอุตสาหกรรมเกษตร มหาวิทยาลัยแม่โจ้ หัวหน้าโครงการวิจัยการพัฒนากระบวนการแปรรูปดอกคาโมมายล์ และดอกเบญจมาศ (เก๊กฮวย) อบแห้งด้วยพลังงานแสงอาทิตย์ ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงสะโง๊ะ ให้การต้อนรับ ดร.วิชาญ อิงศรีสว่าง ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตร (ผอ. สวก.) และคณะ ในโอกาสเข้าเยี่ยมชม แหล่งผลิตคาโมมายล์และเก๊กฮวยใหญ่ที่สุดในประเทศไทย ภายใต้ โครงการงานวิจัยการพัฒนากระบวนการแปรรูปดอกคาโมมายล์ และดอกเบญจมาศ (เก๊กฮวย) อบแห้ง ณ ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงสะโง๊ะ ตำบลศรีดอนมูล อำเภอเชียงแสน จังหวัดเชียงราย “ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงสะโง๊ะ จังหวัดเชียงราย” มูลนิธิโครงการหลวงได้เริ่มสนับสนุนเกษตรกรปลูกพืชสมุนไพรเครื่องดื่ม และชาดอกไม้ประเภทต่างๆ มาตั้งแต่ปี 2551 มีเป้าหมายในการพัฒนาอาชีพและสังคมลดปัญหายาเสพติด ดังนั้น สำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตร (สวก.) มีนโยบายในการพัฒนานวัตกรรมงานวิจัยให้สามารถนำไปขยายผลและใช้ประโยชน์ในเชิงพื้นที่เพื่อสร้างความเข้มแข็งให้แก่เกษตรกรในแต่ละภูมิภาค โดยเฉพาะเกษตรกรก
เก๊กฮวย หรือที่เรียกอีกชื่อหนึ่งรวมๆ กันว่า เบญจมาศสวน หรือเบญจมาศหนู ปลูกได้ดีในพื้นที่ที่มีอากาศหนาวเย็น หรือพื้นที่ที่อุณหภูมิในช่วงกลางคืนต่ำกว่า 20 องศาเซลเซียส หรือกล่าวอีกอย่างได้ว่า พื้นที่ใดที่เคยปลูกเบญจมาศได้ ก็ปลูกเก๊กฮวยได้เช่นกัน เทคโนโลยีชาวบ้านออนไลน์ เคยนำเสนอ เรื่องราวการปลูกเก๊กฮวยอินทรีย์ไปเมื่อเดือนมีนาคม 2561 ตามลิ้งค์ข่าว https://www.technologychaoban.com/agricultural-technology/article_51247 ล่าสุด ได้อัพเดท ข้อมูลกับ คุณอดิศักดิ์ การพึ่งตน หรือ คุณอ้น นักวิชาการเกษตร ของมหาวิทยาลัยแม่โจ้ ซึ่งคุณอ้นเล่าว่า ตอนนี้พื้นที่การปลูกเก๊กฮวยที่แม่โจ้ลดลง แต่ก็ยังมีแปลงปลูกอยู่ ส่วนต้นพันธุ์นั้นก็ยังมีจำหน่าย ในราคา ต้นละ 2 บาท (อายุต้นพันธุ์ 1 เดือน สูง 20 เซนติเมตร) คุณอ้น กล่าวว่า เมื่อเทียบการปลูกเบญจมาศ กับการปลูกเก๊กฮวยนั้น การปลูกเก๊กวยดูแลง่ายกว่า เพราะเบญจมาศเป็นไม้ตัดดอก ฟอร์มดอก ก้าน ใบ ต้องสวย ส่วนเก๊กฮวย เก็บแค่ดอก ถ้าไม่มีหนอน ก็ใช้ได้แล้ว ส่วนราคารับซื้อดอกสดหน้าสวน กิโลกรัมละ 50 บาท และดอกแห้งที่อบแล้ว กิโลกรัมละ 1,500 บาท ซึ่งคุณอ้น บอกว่า ราคาซื้อขายกัน
เก๊กฮวย หรือที่เรียกอีกชื่อหนึ่งรวมๆ กันว่า เบญจมาศสวน หรือเบญจมาศหนู ปลูกได้ดีในพื้นที่ที่มีอากาศหนาวเย็น หรือพื้นที่ที่อุณหภูมิในช่วงกลางคืนต่ำกว่า 20 องศาเซลเซียส หรือกล่าวอีกอย่างได้ว่า พื้นที่ใดที่เคยปลูกเบญจมาศได้ ก็ปลูกเก๊กฮวยได้เช่นกัน เทคโนโลยีชาวบ้านออนไลน์ เคยนำเสนอ เรื่องราวการปลูกเก๊กฮวยอินทรีย์ไปเมื่อเดือนมีนาคม 2561 ตามลิ้งค์ข่าว https://www.technologychaoban.com/agricultural-technology/article_51247 ล่าสุด ได้อัพเดท ข้อมูลกับ คุณอดิศักดิ์ การพึ่งตน หรือ คุณอ้น นักวิชาการเกษตร ของมหาวิทยาลัยแม่โจ้ ซึ่งคุณอ้นเล่าว่า ตอนนี้พื้นที่การปลูกเก๊กฮวยที่แม่โจ้ลดลง แต่ก็ยังมีแปลงปลูกอยู่ ส่วนต้นพันธุ์นั้นก็ยังมีจำหน่าย ในราคา ต้นละ 2 บาท (อายุต้นพันธุ์ 1 เดือน สูง 20 เซนติเมตร) คุณอดิศักดิ์ การพึ่งตน คุณอ้น กล่าวว่า เมื่อเทียบการปลูกเบญจมาศ กับการปลูกเก๊กฮวยนั้น การปลูกเก๊กวยดูแลง่ายกว่า เพราะเบญจมาศเป็นไม้ตัดดอก ฟอร์มดอก ก้าน ใบ ต้องสวย ส่วนเก๊กฮวย เก็บแค่ดอก ถ้าไม่มีหนอน ก็ใช้ได้แล้ว ดอกสมบูรณ์ดีมาก ส่วนราคารับซื้อดอกสดหน้าสวน กิโลกรัมละ 50 บาท และดอกแห้งที่อบแล้ว กิโลกรัมละ 1,5
คนโบราณสมัยก่อน ท่านมักจะนำสมุนไพรประเภทต่างๆ มาใช้ประโยชน์ในรูปแบบสดๆ โดยตรง เพื่อจะได้ใช้ประโยชน์ในการรักษาโรคต่างๆ จากสมุนไพรให้ได้มากที่สุด และเครื่องดื่มรูปแบบชาสมุนไพรที่ได้รับความนิยมมากที่สุดตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน เช่น ชาขิง ชามะตูม ชาเก๊กฮวย ชารางจืด ชาคำฝอย และชาอื่นๆ อีกมากมาย ซึ่งก่อนที่จะแปรรูปมาเป็นชาเพื่อสุขภาพต่างๆ นั้น จำเป็นต้องนำเอาวัตถุดิบเหล่านั้นมาทำความสะอาด แล้วค่อยผ่านกระบวนการอบฆ่าเชื้อโรค จากนั้นจึงนำไปเข้าเครื่องตัด สับ บด และต้มสกัด จนได้ตามรูปแบบที่ต้องการ เช่น แบบผงละเอียด หรือของเหลวข้นๆ แล้วนำมาผสมน้ำตาลก่อนเข้าเครื่องอบแล้วพาสเจอร์ไรซ์ บรรจุซองเพื่อใช้และจำหน่ายต่อไป เครื่องดื่มสมุนไพรชนิดบรรจุซองพร้อมชง ส่วนมากมักจะมีราคาสูง ค่อนข้างสูงกว่าการซื้อสมุนไพรสดมาต้มกินเอง ซึ่งสมุนไพรชนิดพร้อมชงนั้นย่อมมีความสะดวก และให้คุณค่าทางยาที่คงที่กว่าสมุนไพรสดต้มอย่างแน่นอน ชาสมุนไพรของไทย ยังมีการนำส่งออกไปจำหน่ายในต่างประเทศบ้าง เช่น ประเทศญี่ปุ่น ไต้หวัน สิงคโปร์ เป็นต้น แต่ปัญหาจากการผลิตสมุนไพรก็คือ ปริมาณวัตถุดิบที่ได้มาแต่ละปีมักมีจำนวนไม่แน่นอน เพราะเกษตร
“เก๊กฮวย” หรือที่หลายคนรู้จักในชื่อเบญจมาศสวน หรือเบญจมาศหนูนั้น เป็นชื่อของไม้พุ่มขนาดเล็กที่มีถิ่นกำเนิดจากประเทศจีนและญี่ปุ่น แต่ภายหลังได้แพร่กระจายไปทั่วในประเทศกัมพูชา ลาว รวมถึงบ้านเราด้วย โดยจะเพาะปลูกได้ดีในพื้นที่สูงของประเทศ ซึ่งคุณสมบัติเด่นของเก๊กฮวยคือ กลิ่นที่ฉุน รสชาติที่หวานปนขมเล็กน้อย ทั้งยังมีสรรพคุณเป็นยาอีกด้วย ซึ่งพันธุ์ที่นิยมปลูกกันคือ เก๊กฮวยดอกขาว และเก๊กฮวยดอกเหลือง “แปลงเก๊กฮวยอินทรีย์” ที่ตำบลหนองหาร อำเภอสันทราย จังหวัดเชียงใหม่ อีกหนึ่งโครงการเกษตรอินทรีย์และแลนด์มาร์คสำคัญของมหาวิทยาลัยแม่โจ้ แต่ก่อนจะเล่าถึงการทำแปลงเก๊กฮวยอินทรีย์ของมหาวิทยาลัยแม่โจ้ คงต้องเกริ่นก่อนว่าการทำเกษตรอินทรีย์ คือ การทำเกษตรด้วยหลักธรรมชาติ บนพื้นที่ที่ไม่มีการปนเปื้อนของสารเคมี ทั้งทางดิน น้ำ และทางอากาศ หรือการทำเกษตรโดยปราศจากการใช้สารเคมีทุกประเภท เพื่อสร้างและฟื้นฟูระบบนิเวศให้กลับคืนสู่สมดุลทางธรรมชาตินั่นเอง จากโครงการพัฒนาอุตสาหกรรมฯ สู่แปลงเก๊กฮวยอินทรีย์ มหาวิทยาลัยแม่โจ้ ผศ. พาวิน มะโนชัย รองอธิการบดี มหาวิทยาลัยแม่โจ้ เล่าถึงโครงการแปลงเก๊กฮวยอินทรีย์ว่า
ในช่วงเดือนตุลาคมถึงธันวาคม หากใครเดินทางมาท่องเที่ยวทางภาคเหนือ ถ้ามีโอกาสเชิญเที่ยวชมแปลงเก๊กฮวยบ้านอมลอง ตำบลแม่สาบ อำเภอสะเมิง จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งกำลังชูช่อดอกสวยงาม คุณภูสิทธิ อินเหลือละ หรือ คุณขาว บ้านเลขที่ 109 หมู่ที่ 2 บ้านอมลอง ตำบลแม่สาบ อำเภอสะเมิง ซึ่งปลูกประมาณ 1 ไร่และ คุณจรินทร์ทิพย์ ศรีวรรณะ หรือ คุณนก บ้านเลขที่ 88 หมู่บ้านเดียวกัน ปลูกประมาณ 3 งาน ผู้ปลูกดอกเก๊กฮวย ให้ข้อมูลว่า การปลูกดอกเก๊กฮวยของเกษตรกรบ้านอมลองนั้น จะเริ่มปลูกโดยถือฤกษ์วันพืชมงคลของทุกปี เป็นวันเริ่มต้นปลูก และจะเริ่มเก็บเกี่ยวประมาณกลางเดือนตุลาคมเป็นต้นไปจนถึงเดือนพฤศจิกายน การปลูกจะใช้หน่อที่แตกจากต้นเดิมมาปลูก เมื่อเก็บดอกสดแล้วจะนำไปอบด้วยเตาฟืนแบบภูมิปัญญาดั้งเดิม ขณะนี้ทางสถาบันตรวจสอบคุณภาพและมาตรฐานผลิตภัณฑ์ (IQS) ของมหาวิทยาลัยแม่โจ้ กำลังทำงานวิจัยในส่วนของการใช้เตาอบแบบใช้แก๊สและไฟฟ้าอยู่ ต่อไปคงมีการปรับเปลี่ยนไปใช้เทคโนโลยีใหม่นี้ หลังอบ จากดอกเก๊กฮวยสด 7-8 กิโลกรัม จะได้เก๊กฮวยแห้ง ประมาณ 1 กิโลกรัม โดยจะมีผู้ซื้อมารับถึงที่ ในราคากิโลกรัมละ 1,600 บาท ใน 1 ไร่ ปีที่แล้ว คุณขาว บอ
