เครือข่ายสามพรานโมเดล
วิสาหกิจชุมชนเกษตรอินทรีย์คลองโยง เกิดจากการรวมตัวของสมาชิกที่มีความสนใจในการทำพืชผักอินทรีย์ เมื่อปี 2558 ตั้งอยู่ที่หมู่ 1 ตำบลคลองโยง อำเภอพุทธมณฑล จังหวัดนครปฐม เดิมทีในอดีตพื้นที่แห่งนี้มีการใช้สารเคมีอย่างต่อเนื่องทำให้ต้นทุนการผลิตสูง ส่งผลเสียต่อสุขภาพและสิ่งแวดล้อม ประกอบกับภาครัฐมีนโยบายส่งเสริมการทำเกษตรอินทรีย์ เกษตรกรกลุ่มนี้ นับเป็นกลุ่มแรกๆ ที่ขานรับนโยบายของภาครัฐในการลด ละ เลิก การใช้สารเคมี ปัจจุบัน กลุ่มแห่งนี้เข้าสู่ระบบการทำเกษตรอินทรีย์อย่างมั่นคงกว่า 10 ปี มีสมาชิกที่ผ่านการรับรองมาตรฐานการระบบเกษตรอินทรีย์ IFOAM จากสำนักงานมาตรฐานเกษตรอินทรีย์แล้ว สามารถส่งออกพืชผักบางชนิดไปยังตลาดต่างประเทศได้ ทางกลุ่มเป็นเครือข่ายของสามพรานโมเดล มีการประชุมกลุ่มทุกเดือนอย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้สมาชิกได้แบ่งปันความรู้และเมื่อเกิดปัญหาก็จะมาร่วมกันแก้ไข นอกจากนี้ เครือข่ายสามพรานโมเดลได้นำระบบการรับรองเกษตรอินทรีย์แบบมีส่วนร่วมพีจีเอสกับกลุ่มผู้ผลิตในเครือข่าย เป็นการรับรองมาตรฐานเกษตรอินทรีย์รูปแบบหนึ่ง รับรองเกษตรกรที่เป็นสมาชิกของกลุ่มโดยองค์กรผู้ผลิตเอง เทคนิคการเตรียมดินก่อนปล
สายอาร์ตต้องห้ามพลาด!! ตลาดสุขใจ ชวนเวิร์คช็อป “กะลามหาสนุก” สร้างสรรค์งานศิลป์เพิ่มมูลค่าวัสดุเหลือใช้ 4 ต.ค. นี้ สมัครเลย…!!! ข่าวดี!!….สำหรับคนรักงานศิลปะ วันอาทิตย์ที่ 4 ตุลาคมนี้ ตลาดสุขใจ ภายใต้การสนับสนุนของ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) จัดกิจกรรม Art &Craft เปิดพื้นที่ให้ผู้บริโภค และผู้ที่สนใจ ได้มาเรียนรู้คุณค่าและการใช้ประโยชน์จากวัสดุเหลือทิ้งในครัวเรือน ผ่านเวิร์คช็อปสร้างสรรค์งานศิลป์ “กะลามหาสนุก” ด้วยการสาธิตวิธีการแกะสลัก “กะลามะพร้าว” จากวิทยากรผู้เชี่ยวชาญ อดีตนักออกแบบโฆษณา ที่มาพร้อมกับองค์ความรู้ เทคนิค วิธีการแกะการออกแบบลวดลายต่างๆ ที่เก๋ไก๋ไม่ซ้ำใคร นายวิชัย มีสวัสดิ์ ผู้จัดการตลาดสุขใจ กล่าวว่า เวิร์คช็อป “กะลามหาสนุก” เป็นหนึ่งในกิจกรรม Art & Craft ที่ตลาดสุขใจจัดขึ้นทุก 3 เดือนครั้ง แต่ละครั้งลักษณะกิจกรรมก็จะแตกต่างกันไป โดยมุ่งเน้นให้ความรู้กับผู้บริโภคในมิติต่างๆ อย่างกิจกรรม “กะลามหาสนุก” ที่จัดขึ้นในวันอาทิตย์ที่ 4 ตุลาคมนี้ อยากให้ผู้บริโภครู้คุณค่าและวิธีการนำวัสดุเหลือทิ้งในครัวเรือนกลับมาใช้ให้เกิดประโยช
ข้าวไทยทำอะไรก็อร่อย ได้เวลา Workshop ซีรี่ย์ข้าวไทยกันแล้วจร้า สัปดาห์นี้ สามพรานโมเดล อะคาเดมี ภายใต้การสนับสนุนของ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ชวนผู้บริโภค และผู้ที่สนใจร่วมสนุกกับกิจกรรมเวิร์คช้อปขนมเพื่อสุขภาพ “มัฟฟินฟักทองข้าวกล้องหอมมะลิออร์แกนิก” ไม่มีเนย ไม่มีนม ทำง่าย ไม่ยุ่งยาก ทำเองได้ที่บ้าน แถมอร่อยได้ประโยชน์จากวัตถุดิบออร์แกนิก สอนโดย คุณนุ้ย ลาวัลย์ โรบี้ เจ้าของรีสอร์ท และฟาร์มออร์แกนิก มะหาด-ไทธารา หนึ่งสมาชิกกลุ่มเกษตรอินทรีย์ร่มเย็นราชบุรี เครือข่ายสามพรานโมเดล ผู้หลงใหลและมีฝีมือการแปรรูปอาหารด้วยวัตถุดิบออร์แกนิก โดยเฉพาะมัฟฟินฟักทองข้าวกล้องหอมมะลิออร์แกนิก ที่ใครได้ลิ้มลองเป็นต้องติดใจ คุณนุ้ย ลาวัลย์ โรบี้ เจ้าของรีสอร์ท และฟาร์มออร์แกนิก มะหาด-ไทธารา อาสามาเป็นวิทยากรให้ความรู้ สอนทุกขั้นตอนอย่างละเอียดยิบ พร้อมแนะเทคนิค เผยเคล็ดลับความอร่อย และแจกสูตรแบบไม่มีกั๊ก ให้ไปทำกินเองที่บ้านอีกด้วย ห้ามพลาด!! วันอาทิตย์ที่ 2 สิงหาคม 2563 เวลา 10.00 – 12.00 น. ณ บริเวณตลาดสุขใจ รับจำนวนจำ
อากาศร้อนๆ แบบนี้ แต่ละคนก็มีวิธีเติมความสดชื่นให้กับร่างกายกันคนแบบ แต่ที่แน่ๆ หลายคนกำลังโหยหา “ข้าวแช่” เมนูดับร้อนสุดคลาสสิกประจำฤดู ที่หากินได้ยาก หนึ่งปีมีเพียงครั้งเดียว เฉพาะช่วงซัมเมอร์เท่านั้น เพราะกว่าจะออกมาเป็นสำรับ ต้องอาศัยฝีมือ และผ่านกรรมวิธีการปรุงอย่างพิถีพิถัน “อินจัน” หนึ่งในห้องอาหารไทยเก่าแก่เลื่องชื่อของสวนสามพราน ที่เปิดให้บริการมานานกว่า 5 ทศวรรษ ร่วมต้อนรับช่วงเวลาดีๆ แห่งปี ด้วยการมอบสุขภาพดีและเติมความสดชื่นให้กับผู้บริโภค เปิดสำรับ 2 เมนู สุดฮิตประจำฤดูร้อน “ข้าวแช่ออร์แกนิก”และ “ข้าวเหนียวมะม่วงออร์แกนิก” บรรจงคัดสรรวัตถุดิบอินทรีย์คุณภาพดี ปรุงอย่างพิถีพิถันตามสูตรต้นตำรับลับเฉพาะสวนสามพราน เริ่มเสิร์ฟให้ลิ้มรสกันแล้ว ตั้งแต่วันนี้ จนถึง 30 มิถุนายน 2563 ความพิเศษที่แตกต่างของเมนู “ ข้าวแช่ออร์แกนิก” นอกจากคงเอกลักษณ์ความอร่อยแบบต้นตำรับ สวนสามพราน ยังคำนึงถึงความปลอดภัยต่อสุขภาพของผู้บริโภค โดยวัตถุดิบที่นำมาปรุงล้วนเป็นออร์แกนิก เกือบทั้งหมด อย่างข้าวที่ใช้เป็นข้าวหอมมะลิออร์แกนิกคุณภาพดี ส่งตรงจากเกษตรกรเครือข่ายสามพรานโมเดล จังหวัดอำนาจเจริญ
“ลุงอุบล การะเวก” อดีตข้าราชการ ได้ตัดสินใจลาออกก่อนเกษียณเมื่ออายุ 56 ปี เพื่อทำสวนส้มโอ บนที่ดินมรดกเนื้อที่ 8 ไร่ ของคุณพ่อ ในพื้นที่ ต.บางเตย อ.สามพราน จ.นครปฐม ปัจจุบัน สวนแห่งนี้นับเป็นสวนส้มโออินทรีย์แห่งแรกและหนึ่งเดียวในพื้นที่ตำบลบางเตย ครอบครัวของลุงอุบลทำสวนส้มโอมาตั้งแต่รุ่นคุณพ่อ เมื่อลาออกจากราชการมาดูแลรับผิดชอบสวนส้มโอแห่งนี้อย่างเต็มตัวเมื่อ 8 ปีก่อน ต้นส้มโอที่ปลูกมาตั้งแต่สมัยคุณพ่อนั้น มีหลายช่วงอายุ ทั้งต้นส้มโออายุ 20 ปี ไปจนถึงต้นส้มโออายุ 40-50 ปี ที่ยังให้ผลผลิตที่ดี มีรายได้เพียงพอสำหรับเลี้ยงดูครอบครัว ต่อมาปี 2554 เกิดปัญหาอุทกภัยครั้งใหญ่ในพื้นที่ภาคกลาง ต้นส้มโอเจอน้ำท่วมขังนานประมาณ 45 วัน ทำให้ต้นส้มโอยืนต้นตายหมดทั้งสวน ลุงอุบลต้องมาลงทุนทำสวนส้มโอใหม่อีกรอบ โดยหาซื้อกิ่งพันธุ์ส้มโอขาวน้ำผึ้งและทองดี อย่างละ 150 ต้น จากแหล่งพันธุ์ที่มีคุณภาพดีและเชื่อถือได้ การปลูกดูแล ลุงอุบล วัย 64 ปี เล่าให้ฟังว่า ผมหาซื้อกิ่งส้มโอ จำนวน 300 ต้น มาปลูกในแปลงยกร่อง ในระยะห่างระหว่างต้นประมาณ 7-8 ศอก รองก้นหลุมด้วยปุ๋ยคอกเล็กน้อย หลังปลูกก็ดูแลให้น้ำต้นส้ม
“อยากทำฟาร์ม”, “มีที่ดิน ไม่รู้จะเริ่มอย่างไร อยากปลูกผักอินทรีย์ ทำศูนย์เรียนรู้”, “อยากปลูกผักสลัดอินทรีย์ไว้กินเอง เพราะซื้อที่ตลาดไม่มั่นใจ”, “อยากกลับมาช่วยพ่อแม่ทำเกษตร เบื่องานประจำแล้ว” นี่คือบางส่วนของความฝัน และความตั้งใจของผู้คนมากมายที่ให้ความสนใจเกี่ยวกับการทำฟาร์มอินทรีย์ และเกษตรอินทรีย์ ซึ่งเป็นที่น่าเสียดายที่ฝันจำนวนไม่น้อยยังคงวนเวียนอยู่อย่างนั้น เพียงเพราะไม่รู้จะเริ่มอย่างไร ไม่รู้จะติดต่อใคร และคิดว่าเป็นเรื่องยาก คุณอรุณี พุทธรักษา ประธานกลุ่มวิสาหกิจชุมชนเกษตรทฤษฎีใหม่หัวใจอินทรีย์ หนึ่งในเครือข่ายสามพรานโมเดล ที่ตำบลทัพหลวง อ.เมือง จ. นครปฐม เล่าว่า หลายปีมานี้ มีคนมากมาย ทั้งคนรุ่นใหม่ คนทำงาน คนที่เกษียณแล้ว รวมถึงชาวต่างชาติ มาจากทุกจังหวัด มาจากหลายประเทศ เดินทางมาขอเรียนรู้วิถีการทำเกษตรอินทรีย์ที่ศูนย์การเรียนรู้ของกลุ่มฯ แต่ละคนมีความตั้งใจคล้ายๆ กัน คือ อยากใกล้ชิดธรรมชาติ อยากผลิตพืชผักอินทรีย์เองได้ และหากประสบความสำเร็จก็อยากจะต่อยอด ทำเลี้ยงชีพ หรือเปิดเป็นศูนย์เรียนรู้ ทำท่องเที่ยวชุมชน ทำฟาร์มสเตย์ หรือท่องเที่ยววิถีอินทรีย์ ซึ่งเป็นที่น่าดีใจที่
ธวัชร กิตติปัญโยชัย ชาวนาในพื้นที่ อ.สามพราน จ.นครปฐม สมาชิกกลุ่มข้าวอินทรีย์สุขใจ เครือข่ายสามพรานโมเดล เลือกที่จะทำเกษตรแบบผสมผสาน เปลี่ยนวิถีชีวิตจากการทำเกษตรเคมี มาสู่ระบบอินทรีย์ โดยยึดหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงเป็นหลักในการดำเนินชีวิต จนประสบความสำเร็จ สร้างตลาดเป็นของตัวเอง และกำหนดราคาขายได้เอง สร้างความสุขที่ยั่งยืนให้กับครอบครัว ในอดีต ธวัชร เคยตกอยู่ในสภาพเดียวกับชาวนาทั่วไปที่ต้องนำผลผลิต เข้าระบบการจำนำ การประกันราคาข้าว ตามมาตรการของรัฐในยุคต่างๆ แม้จะขายข้าวได้ราคา แต่ไม่มีเงินให้เหลือเก็บ เขาจึงเปลี่ยนวิถีชีวิตตัวเอง หันกลับไปสู่การทำเกษตรแบบผสมผสานด้วยระบบอินทรีย์ เพื่อลดต้นทุนการผลิต ธวัชร เล่าย้อนให้ฟังว่า ในอดีตที่ดินทำกินแห่งนี้เคยปลูกส้มโอทั้งหมด โดยใช้ปุ๋ยและยาเคมีในการผลิต มาตั้งแต่รุ่นพ่อแม่ ทำให้หน้าดินเสื่อมอย่างหนัก หลังน้ำท่วมใหญ่ในปี2554 ได้เปลี่ยนมาทำเกษตรทฤษฎีใหม่ ทำนาอยู่ตรงกลางแล้วใช้สวนล้อมรอบ เข้าร่วมโครงการสามพรานโมเดล เพื่อเรียนรู้วิถีการทำเกษตรอินทรีย์อย่างเต็มรูปแบบ การทำนาอินทรีย์ หากไม่มีความมานะ อดทน ประสบความสำเร็จยาก ธวัชร เล่าว่า รอบแรกขอ
มูลนิธิสังคมสุขใจ และร้านปลูกปั่น ร่วมกันจัดกิจกรรมท่องเที่ยววิถีอินทรีย์ นำคณะนักปั่นจักรยานส่งสินค้าประจำร้านกว่า 30 ชีวิต ร่วมทริป “ปลูกปั่น ปั่นตามวิถีอินทรีย์สุขใจ” ปั่นจักรยาน ไปชม ชิม ช็อป ผลผลิตเกษตรอินทรีย์ของเกษตรกรเครือข่ายสามพรานโมเดล พื้นที่ อ.สามพราน จ.นครปฐม เมื่อเร็วๆ นี้ เพื่อศึกษาแหล่งที่มาของวัตถุดิบอินทรีย์ และสัมผัสวิถีชีวิตเกษตรกร หวังเพิ่มความเชื่อมั่นวิถีอินทรีย์ และกระตุ้นผู้บริโภคตระหนักรู้คุณค่าของออร์แกนิก ที่ไม่ใช่แค่ดีต่อสุขภาพ แต่ก่อเกิดผลดีตลอดห่วงโซ่อาหาร อรุษ นวราช กรรมการผู้จัดการ สามพราน ริเวอร์ไซด์ และผู้ก่อตั้งสามพรานโมเดล กล่าวว่า สำหรับกิจกรรมนี้จัดขึ้นเป็นพิเศษเฉพาะร้านปลูกปั่น เป็นกิจกรรมการท่องเที่ยววิถีอินทรีย์ หรือ Organic Tourism ที่เป็นการเชื่อกันระหว่างผู้ประกอบการกับเกษตรกรที่ผลิตระบบอินทรีย์ มาเข้าใจกัน ซื้อขายผลผลิตร่วมกัน และสื่อสารต่อให้ผู้บริโภคเข้าใจความสำคัญของออร์แกนิก เพื่อให้เห็นคุณค่าวิถีอินทรีย์ ที่ไม่ใช่แค่ดีต่อสุขภาพ แต่ดีต่อเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม เป็นการสร้างระบบอาหารสมดุลยั่งยืนตลอดห่วงโซ่อาหาร “ปลูกปั่น เป็นหนึ่งใ
เมื่อเร็วๆ นี้ Sustainable Food Lab (Thailand) หรือ แล็บอาหารยั่งยืน (ประเทศไทย) โดยดร.อุดม หงส์ชาติกุล และ คุณอรุษ นวราช ผู้ร่วมก่อตั้งองค์กร และริเริ่มขับเคลื่อน Organic Tourism เปิดห้องปฏิบัติการทางสังคม (Social Lab) ระดมพลังสมอง ผู้ประกอบการธุรกิจท่องเที่ยว ร้านอาหาร เกษตรกร นักวิชาการ รวมถึงผู้บริโภค ในพื้นที่กรุงเทพฯ กว่า 30 คน ที่สนใจด้านเกษตรอินทรีย์ และ การท่องเที่ยววิถีอินทรีย์ ร่วมออกแบบแผนการขับเคลื่อน Organic Tourism เพื่อความยั่งยืนตลอดห่วงโซ่อาหาร สู่การสร้างระบบอาหารสมดุลและยั่งยืน ภายใต้การสนับสนุนของสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.)ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 26-28 กุมภาพันธ์ 2561 ณ สามพราน ริเวอร์ไซด์ อ.สามพราน จ. นครปฐม โดยการจัด Social Lab ครั้งนี้ได้รับเกียรติจาก น.ส.ฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้อำนวยการสำนักผู้ว่าการ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) องค์กรสำคัญที่สนับสนุนแนวคิด Organic Tourism ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายการท่ องเที่ยวอย่างยั่งยืนของททท. เข้าร่วมกระบวนการนี้ด้วย อีกทั้ ง ททท.พร้อมจะร่วมขับเคลื่อนเรื่องนี้ไปด้วยกัน หวังดันให้ไทยเป็นประเทศแรกของ
