เครื่องดื่มเพื่อสุขภาพ
ชา (tea) เป็นเครื่องดื่มที่นิยมบริโภคทั่วโลก โดยทั่วไปแล้ว ชา คือการนำใบและยอดอ่อนของต้นชา ( Camellia sinensis (L.) Kuntze ) ทั้งแบบสดและผ่านกรรมวิธีมาชงด้วยน้ำร้อน โดยชาที่นิยมดื่มในปัจจุบันมีหลายประเภทตามวิธีการแปรรูป เช่น ชาขาว ชาเขียว ชาอูหลง ชาแดง และชาดำ ซึ่งชาเป็นเครื่องดื่มที่มีกลิ่นหอมและรสชาติที่แตกต่างกันไปตามประเภทของชา โดยชามีสารสำคัญกลุ่มคาเฟอีนที่ช่วยกระตุ้นระบบประสาทเช่นเดียวกับกาแฟ ชาสมุนไพร ( herbal tea, herbal infusions) หมายถึงเครื่องดื่มที่ไม่มีส่วนประกอบของใบชา แต่ใช้พืชอื่น ๆ เช่น ผลไม้แห้ง ใบของพืชสมุนไพร ดอก และผล นำมาชงในน้ำร้อนหรือแช่ในน้ำ ซึ่งเครื่องดื่มกลุ่มนี้จะไม่คาเฟอีน ซึ่งเราสามารถนำ ใบชาที่ผ่านการอบมาผสมกับดอกไม้ที่มีกลิ่นหอม ใบไม้ที่มีกลิ่นหอม ผลไม้แห้ง เพื่อให้เกิดเป็นเครื่องดื่มที่มีความแปลกใหม่ มีกลิ่นหอม และให้ “สารพฤกษเคมี (Phytochemicals)” ซึ่งเป็นสารเคมีที่มีฤทธิ์ทางชีวภาพที่พบในพืช ประเภทสารกลุ่มโพลีฟินอล แอนโทไซยานิน สารลูทีน ที่มีสารต้านอนุมูลอิสระป้องกันมะเร็ง ชะลอความเสื่อมของเซลล์ ต้านการอักเสบและเพิ่มระบบภูมิคุ้มกัน ฯลฯ ตัวอย่าง การปรุง
การดื่มชามีประโยชน์ต่อร่างกายหลายประการ อย่างเช่น “ชาร้อน” ช่วยลดไขมันในเส้นเลือด ยับยั้งจุลินทรีย์ก่อโรค ป้องกันโรคเบาหวาน โรคหัวใจ ป้องกันฟันผุ ต้านอนุมูลอิสระ ต้านมะเร็ง ช่วยผ่อนคลายระบบประสาท ทำให้รู้สึกกระชุ่มกระชวย กระปรี้กะเปร่า เนื่องจากประเทศไทยมีสภาพอากาศร้อนเกือบตลอดทั้งปี คนไทยส่วนใหญ่จึงนิยมดื่มชาในรูปแบบชาไข่มุก หรือชาเย็น เพื่อความสดชื่น ในประเทศไทย เกษตรกรนิยมปลูกชา 2 สายพันธุ์หลัก คือ 1. ชาสายพันธุ์จีน ที่นำเข้ามาจากประเทศไต้หวันและจีนแล้วนำมาปรับปรุงพันธุ์ให้เหมาะสำหรับปลูกในประเทศไทย เช่น พันธุ์อู่หลงเบอร์ 17 หรือ อู่หลงก้านอ่อน อู่หลงเบอร์ 12 หรือชิงซินอู่หลง พันธุ์สี่ฤดู พันธุ์ถิกวนอิม เป็นต้น 2. “ชาไทย” หรือ ชาสายพันธุ์อัสสัม เป็นชาพื้นเมืองดั้งเดิมของไทยที่เติบโตได้ดีภายใต้ร่มเงาของต้นไม้ใหญ่ ป่าไม่ผลัดใบ ซึ่งเป็นต้นน้ำของแม่น้ำหลายสายในประเทศ ตามภูเขาสูงในแถบภาคเหนือ ชาไทยหรือชาอัสสัม เจริญเติบโตได้ดีภายใต้ร่มเงาของป่า ซึ่งป่าในประเทศไทยมีความชุ่มชื้นเหมาะแก่การเจริญเติบโตของชาชนิดนี้เป็นอย่างดี ปัจจุบันมีพื้นที่ปลูกชาไทยเป็นจำนวนมากในภาคเหนือ เช่น จังหวัดน่าน เ
ลูกหว้า เป็นผลไม้ป่าพื้นบ้านเป็นที่ชื่นชอบของเด็กบ้านนอกสมัยก่อน เด็กๆ นิยมเก็บลูกหว้ามาจิ้มเกลือ ได้รสชาติเปรี้ยวฝาด กินแล้วปากและฟันจะดำ ปัจจุบันนี้ลูกหว้าเริ่มหากินยากแล้ว เนื่องจากลูกหว้าเป็นผลไม้ที่มีสรรพคุณทางยา จึงถูกพัฒนาต่อยอดในรูปแบบเครื่องดื่มน้ำลูกหว้า แยมลูกหว้า และไวน์ลูกหว้า หากใครคิดวิธีที่จะเก็บลูกหว้าไว้แปรรูปนอกฤดูกาล ควรคัดสรรลูกหว้าที่มีรสเปรี้ยวอมหวาน มีความฝาดน้อยที่สุด มาเก็บไว้โดยวิธีแช่แข็งเสียก่อน โดยธรรมชาติ ต้นหว้าจะให้ผลผลิตปีละครั้ง จะเริ่มติดผลประมาณเดือนมีนาคม ผลอ่อนมีสีเขียว ผลแก่เปลี่ยนเป็นสีแดง ผลสุกจัดมีสีดำเข้ม รสหวานอมเปรี้ยว ติดฝาดเล็กน้อย ผลสุกช่วงประมาณปลายเดือนเมษายนถึงพฤษภาคม ยืดอายุเครื่องดื่มน้ำลูกหว้า ในรูปแบบ “ น้ำลูกหว้าผง” ลูกหว้า เป็นผลไม้ที่มีคุณค่ามาก เช่น วิตามินซี ฟอสฟอรัส แคลเซียม และคาร์โบไฮเดรต ถือว่าเป็นประโยชน์อย่างมากต่อสุขภาพ ที่ผ่านมานิยมนำผลสุกมากินเป็นผลไม้และใช้ทำเป็นน้ำผลไม้ แต่ก็เก็บไว้นานไม่ได้ วิธียืดอายุน้ำผลไม้ให้นานที่สุดคือ การทำเป็นน้ำผลไม้อบแห้ง ให้อยู่ในรูปน้ำผลไม้ผงกึ่งสำเร็จรูปนั่นเอง นวัต
“ลำไย” เป็นผลไม้เศรษฐกิจของจังหวัดลำพูน เจอปัญหาภาวะโลกรวน ส่งผลกระทบต่อคุณภาพผลิต ทำให้ผลลำไยไม่สวย มีขนาดเล็ก เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มลำไยรวมทั้งช่วยแก้ปัญหาผลผลิตลำไยล้นตลาด วิทยาลัยการอาชีพป่าซาง จังหวัดลำพูน เกิดแนวคิดนำลำไยและกระชายดำ ที่มีสรรพคุณบำรุงกำลัง แก้ปวดเมื่อย อาการเหนื่อยล้า แก้ปวดท้องและเป็นยาอายุวัฒนะในตำราแพทย์แผนไทย มาแปรรูปเป็นผงชงสำเร็จรูป “ลองกาลิน” ลำไยกระชายดำ เครื่องดื่มเพื่อสุขภาพ ที่ชงได้ทั้งน้ำร้อนและน้ำเย็น เก็บไว้ได้นาน พกพาสะดวก ง่ายกินได้ทุกที่ ดื่มแล้วสดชืื่น มีประโยชน์ต่อสุขภาพ ทดแทนการดื่มชา หรือกาแฟได้อีกด้วย วิธีทำ ผงชงสำเร็จรูป “ลองกาลิน” มีส่วนผสมสำคัญจากลำไยสด กระชายดำ และน้ำตาล ขั้นตอนการทำไม่ยุ่งยาก เริ่มจาก ปั่นเนื้อลำไยสดให้ละเอียด คั้นเอาแต่น้ำลำไยอบด้วยตู้อบลมร้อน 100 องศา 3 ชั่วโมง เติมน้ำตาลทรายอบต่อให้แห้ง และต้มกระชายดำกรองเอาแต่น้ำกระชายดำเข้มข้นใส่น้ำตาลในปริมาณที่เหมาะสมนำไปเคี่ยวจนตกผลึก นำผงที่ได้ไปบดให้ร่อนให้เป็นผงละเอียด บรรจุลงบรรจุภัณฑ์ ปิดให้สนิท วิทยาลัยการอาชีพป่าซาง ผลิต “ลองกาลิน” ผงน้ำลำไยกระชายดำ ชงร้อนชุ่มคอ ชงเย็นชื่น
เมื่อพูดถึงอาการช้ำใน หลายคนนึกถึง “ใบบัวบก” พืชสมุนไพรพื้นบ้าน ที่มีคุณสมบัติพิเศษคือ ส่วนของใบและราก รสและสรรพคุณยาไทย จะมีกลิ่นหอม รสขมเล็กน้อย โบราณว่าแก้อ่อนเพลีย เมื่อยล้า แก้ร้อนใน แก้โรคความดันโลหิตสูง ปัจจุบันมีการนำไปแปรรูปบัวบกเป็นผลิตภัณฑ์หลากหลายรูปแบบ การบริโภคใบบัวบกภายในประเทศส่วนมากมักจะนำไปกินสด เป็นผักจิ้มน้ำพริก หลายคนนิยมนำใบบัวบกไปคั้นน้ำ ดื่มเพื่อบำรุงสุขภาพ ใบบัวบกเป็นพืชสมุนไพรที่มีสรรพคุณทางยาช่วยผ่อนคลายความเครียดได้ เนื่องจากในใบบัวบกประกอบด้วยวิตามิน บี 1 บี 2 และ บี 6 ในปริมาณสูง นอกจากนี้ ยังทำให้ร่างกายหลั่ง GABA (gamma-aminobutyric acid) ซึ่งเป็นสารสื่อประสาทชนิดหนึ่งในปริมาณที่มากขึ้นด้วย เนื่องจากใบบัวบกที่กินสดนั้นมีความขม เฝื่อน ทำให้กินได้ยาก และมีอายุการเก็บรักษาที่น้อย ในช่วงที่ผ่านมา กลุ่มนักศึกษา มทร.ธัญบุรี ประกอบด้วย คุณกนกภรณ์ เกาะเกตุ คุณสุกัญญา กระตุดนาค คุณมุจลินท์ จันมณี จากภาควิชาวิศวกรรมการเกษตร คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล (มทร.) ธัญบุรี โดยมี อาจารย์พฤกษา สวาทสุข เป็นอาจารย์ที่ปรึกษา ได้ร่วมกันแปรรูปสร้างมูลค่าเพิ่ม
ชาเขียว เป็นเครื่องดื่มที่ได้รับความนิยมอย่างมากในปัจจุบัน และมีแนวโน้มการบริโภคที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ชาเขียว ก็คือ ชาที่ไม่ผ่านการหมักเหมือนชาชนิดอื่นๆ แต่เป็นการนำใบชาสดมาผ่านความร้อนอย่างรวดเร็ว เพื่อให้ได้ใบชาที่แห้งโดยความร้อน จะช่วยยับยั้งการทำงานของเอนไซม์ ทำให้ไม่เกิดการสลายตัว ทำให้ได้ใบชาที่แห้งแต่ยังสดอยู่และยังมีสีเขียว จึงเรียกว่า “ชาเขียว” สารสำคัญที่พบได้ในชาเขียว ได้แก่ กรดอะมิโน วิตามินบี ซี อี สารในกลุ่มแซนทีนอัลคาลอยด์ คือ คาเฟอีนและธิโอฟิลลีน มีฤทธิ์กระตุ้นการทำงานของระบบประสาทส่วนกลาง ส่งผลให้ร่างกายรู้สึกกระปี้กระเปร่า และสารในกลุ่มฟลาโวนอยด์ ที่เรียกว่า คาเทชิน คาเทชินที่พบมากที่สุดในชาเขียวคือ สารอีพิกัลโลคาเทชินกัลเลต มีความสำคัญในการออกฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระ ฤทธิ์ทางเภสัชวิทยาของสารต่างๆ ที่พบในชาเขียว มีผลยับยั้งภาวะโรคต่างๆ โดยมีงานวิจัยมากมายสนับสนุนว่า การดื่มชาเขียวมีประโยชน์ต่อร่างกาย ได้แก่ ฤทธิ์ในการลดความอ้วน มีงานวิจัยระบุว่า สารคาเทชินที่พบได้มากในชาเขียวนั้น มีฤทธิ์ช่วยเพิ่มการเผาผลาญพลังงานและไขมัน จึงส่งผลต่อการควบคุมน้ำหนักของร่างกาย การดื่มช
กระแสรักสุขภาพแรงไม่หยุด ฉุดไม่อยู่ “หจก.5468 เทรดดิ้ง” เผยยอดขายยังไปได้สวยเจาะกลุ่มคนชอบดื่มกาแฟสมุนไพรเพื่อสุขภาพ ล่าสุดนำเคล “ราชินีผักใบเขียว” และ บีทรูท ทำผลิตภัณฑ์เครื่องดื่มเพื่อสุขภาพ เจาะตลาดคนไม่ชอบทานผักหรือทานผักน้อยในแต่ละวัน จับตาการบริโภคสมุนไพรของไทยพุ่งเป็นอันดับ 8 ของโลก มูลค่ากว่า 49,000 ล้านบาท ขณะที่ห่วงโซ่ทั้งระบบของสมุนไพรไทย มีมูลค่าสูงถึง 18,200 ล้านบาท คุณจิรัชฌา อุดมชัยสกุล ผู้จัดการห้างหุ้นส่วนจำกัด 5468 เทรดดิ้ง ผู้ผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์สมุนไพรเพื่อสุขภาพ “ตรา 5468” กล่าวว่า กระแสรักสุขภาพกำลังมาแรงทั่วโลก ส่งผลให้สินค้าผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพที่มีส่วนผสมของสมุนไพรไทยมีอััตราการเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดย หจก.5468 เทรดดิ้ง ทำตลาดผลิตภัณฑ์เครื่องดื่มสมุนไพรเพื่อสุขภาพ ภายใต้ “ตรา 5468” เข้าสู่ปีที่ 9 ได้รับผลตอบรับจากผู้บริโภคและร้านค้าที่จำหน่ายผลิตภัณฑ์สมุนไพรซึ่งมีกว่า 500ร้านค้า ทั่วประเทศ และช่องทางจำหน่ายออนไลน์ เช่น ลาซาด้า และ ช๊อปปี้ ทำให้มียอดขายที่สามารถอยู่ได้ ท่ามกลางวิกฤตการระบาดโควิด-19 “ทาง หจก.5468 เทรดดิ้ง ทำตลาดเครื่องดื่มสมุนไพรเพื่อสุขภาพมาป
ยุคโควิด-19 ที่มีผลกระทบต่อเศรษฐกิจแทบทุกสาขาอาชีพ หลายคนอาจจะสิ้นหวัง อ่อนล้า แต่ในบางธุรกิจกลับเดินหน้าต่อ หากรู้จักปรับเปลี่ยนใช้นวัตกรรมตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคได้ และเรียนรู้ วางแผน ตั้งเป้าหมาย อย่างธุรกิจของ คุณวรพชร วงษ์เจริญ ผู้บริหาร บริษัท แรบบิทจันท์ จำกัด และประธาน “วิสาหกิจชุมชนสภากาแฟฅนจันทบูร” คุณวรพชร วงษ์เจริญ หรือ หมวยนุ่ม ถ้าเอ่ยชื่อ คุณพ่อธีระ วงษ์เจริญ ประธานสภาเกษตรกรจังหวัดจันทบุรี ประธานอนุกรรมการกองทุนฟื้นฟูพัฒนาเกษตรกรจังหวัดจันทบุรี และที่ปรึกษาเครือข่ายเกษตรอินทรีย์ วิถีคนจันท์ (Participatory Organic Guarantee System : PGS จันทบุรี) เป็นที่รู้จักกันดี คุณวรพชร จบปริญญาโท ด้านวิศวกรรมซอฟต์แวร์ อดีตทำงานด้าน IT กับบริษัทเอกชนมาร่วม 15 ปี ด้วยภาวะออฟฟิศซินโดรม จึงผันตัวมาทำธุรกิจนำ “ส้มมะปี๊ด” หรือ “ส้มจี๊ด” รสชาติเปรี้ยวอมส้มที่ชาวจันท์ปลูกไว้ปรุงอาหาร แปรรูปเป็นน้ำส้มมะปี๊ด เครื่องดื่มเพื่อสุขภาพ (Healthy Drink) และต่อยอดเป็นเครื่องสำอางส้มมะปี๊ด แบรนด์แรบบิทจันท์ (Rabbit Chan) ผ่านการรับรองจากสำนักงานอาหารและยา (อย.) ได้รับรางวัลระดับประเทศการันตีความ
เค้าเดิมของคำว่า “ชา” คือใบของต้นชา ที่นำเข้ามาสู่กระบวนการผลิต จนสามารถนำมาชงกับน้ำร้อนดื่ม ซึ่งก็มีหลายหลากยี่ห้อและราคา ต่อมามีการคิดค้นเลียนแบบ โดยเอาพืชชนิดอื่นมาผลิตเพื่อชงดื่ม เป็นต้นว่า ใบหม่อน ดอกคำฝอย รวมมาถึงใบของผักหวานป่า ซึ่งก็เรียกว่า “ชาผักหวาน” ตามความนิยมอยู่นั่นเอง ชาผักหวานป่าที่จะกล่าวถึงนี้ ผู้ผลิตคือ คุณธิติมา ทองจันทร์ ประธานกลุ่มวิสาหกิจชุมชน กลุ่มเกษตรกรปลอดหนี้ ตั้งอยู่เลขที่ 144 หมู่ที่ 4 ตำบลนาสีนวน อำเภอเมือง จังหวัดมุกดาหาร อยู่ห่างจากตัวเมือง ประมาณ 8 กิโลเมตร ได้ผลิตชาผักหวานป่ามา 7-8 ปีแล้ว ก่อนผลิตก็ได้ศึกษาอบรมจากแหล่งเรียนรู้ทั้งของส่วนราชการ องค์กรเอกชนมาหลายที่หลายแห่ง จนมีความรู้ความชำนาญและเกิดความมั่นใจ จนสามารถผลิตชาผักหวานป่าออกจำหน่ายได้ คุณธิติมา มีพื้นที่ปลูกผักหวานป่าเพียงไร่เศษๆ โดยมีบ้านพักและอาคารอื่นรวมในพื้นที่นี้อีกด้วย ทำให้วัตถุดิบในการผลิตไม่เพียงพอ จึงต้องซื้อหาจากแหล่งปลูกผักหวานป่าจากพื้นที่ใกล้เคียงมาผลิต แต่ก็ไม่มีปัญหาของการผลิตแต่ประการใด ชาผักหวานป่าของคุณธิติมา จึงมีไว้บริการผู้สนใจอยู่ตลอดเวลา ใบผักหวานป่าที่นำมาผลิตเป็
เชื่อว่า ไม่มีใครอยากแก่ชรา ร่างกายถดถอยลง โรคภัยเบียดเบียน หลังค่อม ผมขาว ผิวตกกระ ทุกคนต้องการมีสุขภาพแข็งแรง ให้หนุ่ม-สาว ยาวนานที่สุดเท่าที่จะทำได้ นี่คือเป้าหมายที่ทุกคนใฝ่ฝัน เรื่องนี้ทำได้จริง โดยอาศัยความมุ่งมั่นตั้งใจและใช้เคล็ดลับการกินอาหารเพื่อสุขภาพ 10 ประการ บำรุงดูแลสุขภาพร่างกายให้แข็งแรงอย่างสม่ำเสมอ ดังนี้ กินอาหารเช้าทุกวัน กินอาหารเช้า เป็นเรื่องสำคัญมากและจำเป็นสำหรับทุกคน เพราะเป็นพฤติกรรมพื้นฐานที่ส่งผลต่อสภาพจิตใจและพลังชีวิตของทุกคนตลอดทั้งวัน การกินอาหารเช้าจะช่วยลดระดัยคอเลสเตอรอลในเส้นเลือด ลดอัตราเสี่ยงของการเกิดโรคหัวใจ ช่วยเผาผลาญพลังงานให้ดีขึ้น และทำให้กินอาหารมื้ออื่นๆ ได้น้อยลง ลดความเสี่ยงของการเกิดโรคอ้วนในกลุ่มผู้กินอาหารเช้า เปลี่ยนน้ำมัน ที่ใช้ปรุงอาหาร ยอมจ่ายแพงสักนิด เปลี่ยนมาใช้น้ำมันมะกอก หรือน้ำมันดอกทานตะวันปรุงอาหารแทนน้ำมันปาล์มผ่านกรรมวิธีแบบเดิมที่เคยใช้ เพราะน้ำมันทั้งสองชนิดไม่มีไขมันที่เป็นโทษต่อร่างกาย แถมยังมีกรดไขมันอิ่มตัวที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกาย ช่วยลดไขมันในเส้นเลือดได้เป็นอย่างดี ต้องดื่มน้ำให้มากขึ้น ควรดื่มน้ำวันละ 2 ลิตร
