เครื่องสำอาง
วันจันทร์ที่ 28 มิถุนายน 2564 มหาวิทยาลัยแม่โจ้ ได้มีพิธีลงนามบันทึกความเข้าใจ กับ บริษัท ไทยนิปปอนรับเบอร์อินดัสตรี้ จำกัด (มหาชน) ในโครงการศูนย์ทดสอบ วิจัยและพัฒนา กัญชงอุตสาหกรรม โดยมี รองศาสตราจารย์ ดร. วีระพล ทองมา อธิการบดี มหาวิทยาลัยแม่โจ้ และ นายอมร ดารารัตนโรจน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไทยนิปปอนรับเบอร์อินดัสตรี้ จำกัด (มหาชน) เป็นผู้แทนลงนามของทั้งสองฝ่าย ทั้งนี้ มีคณะผู้บริหาร หัวหน้าโครงการฯ ร่วมเป็นพยาน ณ ห้องประชุมสภามหาวิทยาลัย อาคารสำนักงานมหาวิทยาลัย ชั้น 5 มหาวิทยาลัยแม่โจ้ ศูนย์ทดสอบ วิจัยและพัฒนา กัญชงอุตสาหกรรม ทั้งสองหน่วยงาน มีเจตนารมณ์ร่วมกัน เพื่อ ส่งเสริมการทำงานร่วมกันทางด้านทดสอบ วิจัยและพัฒนาสายพันธุ์กัญชง โดยในเบื้องต้นจะนำเอาสายพันธุ์กัญชงต่างประเทศที่ได้รับอนุญาตให้นำเข้ามามาทำการทดสอบ เพื่อศึกษาปัจจัยและสภาพแวดล้อมที่มีความเหมาะสมต่อการนำมาเพาะปลูกในประเทศไทย เพื่อให้ได้ปริมาณและคุณภาพสารสำคัญในช่อดอกที่สูงเป็นที่ต้องการของโรงงานสกัด นอกจากนั้น ยังมีกิจกรรมส่งเสริมการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และประสบการณ์ พร้อมทั้งจัดการฝึกอบรม สัมมนาและการศึกษาดูงา
SME D Bank จับมือกับ ซีพี ออลล์ หนุนเอสเอ็มอีเพิ่มรายได้ ลดผลกระทบโควิด-19 จัดโครงการ “เพิ่มช่องทางจำหน่ายสินค้า SME” เปิดโอกาสนำสินค้าขายผ่านร้านเซเว่น อีเลฟเว่น และช่องทางต่างๆ ของซีพี ออลล์ ทั้งออฟไลน์ และออนไลน์ เปิดรับสมัครเข้าคัดเลือกผ่านออนไลน์ ตั้งแต่วันที่ 26 เมษายน-31 พฤษภาคม 2564 นี้ นางสาวนารถนารี รัฐปัตย์ กรรมการผู้จัดการ ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (ธพว.) หรือ SME D Bank เปิดเผยว่า จากสถานการณ์แพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ส่งผลกระทบต่อผู้ประกอบการเอสเอ็มอีไทยอย่างรุนแรง ธนาคารในฐานะสถาบันการเงินของรัฐเพื่อเอสเอ็มอีไทย จึงร่วมมือกับบริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) จัดโครงการ “เพิ่มช่องทางจำหน่ายสินค้า SME” สร้างโอกาสให้กับผู้ประกอบการเอสเอ็มอีที่เป็นลูกค้า SME D Bank ทั้งกลุ่มบุคคลธรรมดา และนิติบุคคล เข้าคัดเลือกนำสินค้าจำหน่ายผ่านช่องทางตลาดต่าง ๆ ของซีพี ออลล์ ทั้งออฟไลน์และออนไลน์ ไม่ว่าจะเป็นร้านเซเว่นอีเลฟเว่น (7-11) ทั่วประเทศ , All Online , ทเวนตี้โฟร์ ช้อปปิ้ง และร้านยา เอ็กซ์ต้า พลัส ทั้งนี้ เปิดรับกลุ่มสินค้าหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นสินค้าอุปโภคบร
กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) โดย สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) เปิดตัว 3 ผลิตภัณฑ์นวัตอัตลักษณ์เครื่องสำอางไทยจากสารสกัดอะโวกาโด “Serum, Eye cream ,Facial Mask” มีประสิทธิภาพต้านอนุมูลอิสระ ชะลอริ้วรอย ต้านการเกิดเม็ดสีผิว โดยใช้วัตถุดิบจากอำเภอเขาค้อ จังหวัดเพชรบูรณ์ ระบุเป็นผลสำเร็จโครงการขับเคลื่อนเศรษฐกิจสังคมไทยด้วยการสร้างสรรค์คุณค่าเครื่องสำอางตามเอกลักษณ์ท้องถิ่นไทย (Thai Cosmetopoeia) จากการร่วมดำเนินงานกับ บริษัท เอสแอนด์เจ อินเตอร์เนชั่นแนล เอ็นเตอร์ไพรส์ จำกัด (มหาชน) ในการพัฒนาผลิตบำรุงผิวหน้าจากสารสกัดอะโวกาโดภายใต้ชื่อทางการค้า Mistine นายสายันต์ ตันพานิช รองผู้ว่าการกลุ่มวิจัยและพัฒนาด้านอุตสาหกรรมชีวภาพ วว. กล่าวว่า วว. ได้ดำเนินโครงการ “ขับเคลื่อนเศรษฐกิจสังคมไทยด้วยการสร้างสรรค์คุณค่าเครื่องสำอางตามเอกลักษณ์ท้องถิ่นไทย” หรือ Thai Cosmetopoeia ร่วมกับ บริษัท เอสแอนด์เจ อินเตอร์เนชั่นแนล เอ็นเตอร์ไพรส์ จำกัด (มหาชน) ในการสกัดสารสำคัญ วิเคราะห์ทดสอบประสิทธิภาพความปลอดภัย และพัฒนาสูตรผลิตภัณฑ์ ประสบผลสำเร็จในการพัฒนา 3 ผ
เมื่อเร็วๆ นี้ มหาวิทยาลัยแม่โจ้ โดย ศูนย์ความเป็นเลิศด้านนวัตกรรมทางเกษตรสำหรับบัณฑิตผู้ประกอบการ, ศูนย์ความเป็นเลิศปลาบึกสยามและปลาบึกลูกผสมสยาม และอุทยานวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีการเกษตรและอาหารมหาวิทยาลัยแม่โจ้ ได้มีพิธีลงนามในบันทึกความร่วมมือทางวิชาการกับ สำนักงานสภาเกษตรกรแห่งชาติ และ สมาคมนักเคมีเครื่องสำอางแห่งประเทศไทย โดยมี รองศาสตราจารย์ ดร. วีระพล ทองมา รักษาการแทนอธิการบดีมหาวิทยาลัยแม่โจ้, ว่าที่ร้อยตรีสมพูนทรัพย์ กล้าวิกรณ์ เลขาธิการสภาเกษตรกรแห่งชาติ และ รองศาสตราจารย์ ดร. ภก. สุรพล นธการกิจกุล นายกสมาคมนักเคมีเครื่องสำอางแห่งประเทศไทย เป็นผู้แทนลงนามของแต่ละฝ่าย และมีตัวแทนสภาเกษตรกรของแต่ละจังหวัดร่วมเป็นสักขีพยาน ณ ห้องประชุมรวงผึ้ง อาคารสำนักงานมหาวิทยาลัย มหาวิทยาลัยแม่โจ้ การบันทึกลงนามความร่วมมือในครั้งนี้มีระยะเวลา 5 ปี เพื่อร่วมกันส่งเสริม สนับสนุนการผลิต การศึกษาวิจัยนวัตกรรมทางด้านการเกษตร อาหาร และเครื่องสำอาง ร่วมผลักดันให้เกิดการเชื่อมโยงระหว่างองค์ความรู้ของมหาวิทยาลัยสู่ภาคเอกชนตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำได้อย่างเต็มรูปแบบและยังเป็นการผลักดันบริการวิชาการด้านต่
นายวิรัช จันทรา รองผู้ว่าการกลุ่มบริการอุตสาหกรรม สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เป็นประธานเปิดการสัมมนานานาชาติ เรื่อง “The 2nd TISTR and JAIMA Conjoint Conference : Application of Herb for Dietary Supplement and Cosmetics” ซึ่ง วว. ร่วมกับ Japan Analytical Instruments Manufacturers, Association (JAIMA) ทั้งนี้ การสัมมนาดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่อการแบ่งปันและแลกเปลี่ยนความรู้เกี่ยวกับกฎระเบียบของประเทศด้านเครื่องมือวิเคราะห์ล่าสุดและการประยุกต์ใช้ รวมทั้งประเด็นที่เกี่ยวกับสมุนไพรสำหรับผลิตภัณฑ์เสริมอาหารและเครื่องสำอาง วันที่ 7-8 พฤศจิกายน 2562 ณ โรงแรมรามาการ์เด้นส์
รศ.นพ.สรนิต ศิลธรรม ปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เป็นประธานในพิธีเปิด “โครงการขับเคลื่อนเศรษฐกิจสังคมไทย ด้วยการสร้างสรรค์คุณค่าเครื่องสำอางตามเอกลักษณ์ท้องถิ่น” หรือ “Thai Cosmetopoeia” และปาฐกถาพิเศษในหัวข้อเรื่อง “นโยบายแผนการขับเคลื่อนโครงการความร่วมมือระหว่างกระทรวง อว. และภาคเอกชน ในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานชีวภาพ (Bio base) ด้วย วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรม” ซึ่ง สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) ผนึกกำลังร่วมกับ 24 ภาคีเครือข่ายภาครัฐและเอกชน ดำเนินโครงการโดยมีเป้าหมายมุ่งคืนกำไรสู่สังคมอย่างยั่งยืน พร้อมนำร่อง 10 โครงการพัฒนาผลิตภัณฑ์นวอัตลักษณ์เครื่องสำอาง (innovative identity cosmetic) ที่มีความโดดเด่นและได้มาตรฐาน จากทรัพยากรฐานชีวภาพที่มีความเป็นเอกลักษณ์ในท้องถิ่นนั้นๆ ด้วยวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี นวัตกรรม ในพื้นที่ 10 จังหวัดทั่วทุกภูมิภาคของประเทศไทย ในวันที่ 1 สิงหาคม 2562 ณ ห้องประชุม Salon A โรงแรม Swissotel Bangkok Ratchada กรุงเทพฯ ปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) กล่าวว่า บทบาทของกระทรวง อ
สามพรานโมเดล อะคาเดมี่ (Sampran Model Academy) เปิด 5 เทรนด์น่ารู้ สำหรับผู้บริโภคสินค้าเกษตรอินทรีย์ ปี 2562 จากประสบการณ์ทำงานขับเคลื่อนเกษตรอินทรีย์ ทั้งงานต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำ บวกการศึกษาแนวโน้มการเปลี่ยนแปลงของตลาดทั้งในและต่างประเทศ พร้อมเปิด 6 หลักสูตรเข้มข้น รองรับการเติบโตของสินค้าเกษตรอินทรีย์ หวังยกระดับการขับเคลื่อน ขยายพื้นที่ และสร้างฐานสังคมอินทรีย์ให้มั่นคงยั่งยืน นายอรุษ นวราช ผู้ก่อตั้งสามพรานโมเดล และสามพรานโมเดล อะคาเดมี่ กล่าวว่า จากประสบการณ์ทำงานขับเคลื่อนเกษตรอินทรีย์ภายใต้สามพรานโมเดล ช่วง 8 ปีที่ผ่านมา พบว่า การบริโภคสินค้าเกษตรอินทรีย์มีแนวโน้มเติบโตอย่างต่อเนื่อง และเกิดความเปลี่ยนแปลงที่น่าสนใจในหลายมิติ โดยเฉพาะใน ปี 2562 มีเทรนด์น่ารู้สำหรับผู้บริโภคสินค้าเกษตรอินทรีย์ 5 ประเด็น ที่น่าจับตา ประกอบด้วย 1.ตลาดอินทรีย์มีเฮ ในภาพรวมคาดว่า ตลาดสินค้าเกษตรอินทรีย์จะมีการขยายตัวอย่างต่อเนื่องด้วยปัจจัยสนับสนุน เช่น ความตื่นตัวเรื่องภัยสารพิษ และความรู้ ความเข้าใจ เรื่องโภชนาการ และการดูแลตัวเองพร้อมๆ กันกับการร่วมดูแลสังคมสิ่งแวดล้อม นอกจากนั้น ยังมีการหนุน
ในจำนวนผลงานวิจัยของไทยที่มีจำนวนมาก ถูกหยิบไปต่อยอดให้เป็นรูปธรรมจากเจ้าของธุรกิจมากน้อยแค่ไหนนั้นเป็นอีกเรื่องหนึ่ง ซึ่งในประเทศไทยมีนักวิจัยจำนวนหนึ่งที่มีผลงานขึ้นหิ้งแล้ว เลือกจะไม่เปิดเผยตัวเอง และทำงานอยู่เบื้องหลังเป็นผู้ป้อนผลงานขึ้นสู่หิ้ง สร้างรายได้ให้กับเศรษฐกิจไทย หนึ่งในนั้นอยู่ในกลุ่ม “เวชสำอาง” ซึ่งนักวิจัยไทยได้นำสมุนไพรไทยมาสกัดเป็นผลิตภัณฑ์ดูแลผิวที่มีคุณภาพเทียบเคาน์เตอร์แบรนด์ แต่ขายในราคาคนไทย ซื้อไอเดียนักวิจัย พัฒนาเป็นเวชสำอาง หนึ่งในเจ้าของธุรกิจที่ขึ้นมาเป็นเจ้าของผลงานวิจัยด้านเวชสำอาง นั่นก็คือ คุณสุวรรณา มณีโชติช่วง หรือ คุณนา เจ้าของแบรนด์ผลิตภัณฑ์ดูแลผิวและเครื่องสำอางภายใต้ชื่อ “อิส ดิ เฟนเซ่” (Is De’fence) ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ที่สกัดจากสมุนไพรไทย ผลิตโดยนักวิจัยชาวไทย ซึ่งคุณสุวรรณาร่วมกับทีมวิจัยชาวไทยผลิตเครื่องสำอางป้อนแบรนด์ชั้นนำ จนนำมาสู่การเป็นเจ้าของผลิตภัณฑ์ดูแลผิวและจัดอยู่ในประเภทเวชสำอาง จนได้รับการรับรองจากองค์การอาหารและยา (อย.) โดยอัตโนมัติ โดยใช้ห้องแล็บของทีมวิจัยที่ได้มาตรฐาน เป็นจุดเริ่มต้นในการเริ่มดำเนินธุรกิจ “ตัวครีม อีส ดิเฟนเซ่
เมื่อพูดถึงมะพร้าว หลายคนนึกถึงกะทิ น้ำมะพร้าว เนื้อมะพร้าว น้ำมันมะพร้าว และอาหาร แปรรูปจากมะพร้าว ความจริงสินค้ากลุ่มดาวรุ่งที่น่าจับตามอง คือ “น้ำมันมะพร้าว” เพราะสามารถแปรรูปสร้างมูลค่าเพิ่มได้มากมาย ในรูปแบบเครื่องสำอาง เนื่องจากน้ำมันมะพร้าวเป็นวัตถุดิบตั้งต้นสำหรับผลิตเครื่องสำอางบำรุงความงาม ตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า นับเป็นตลาดใหญ่ที่น่าจับตามองเป็นอย่างยิ่ง เพราะเครื่องสำอางที่ผลิตจากน้ำมันมะพร้าวเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและเป็นที่ต้องการของตลาดทั่วโลก “เกษตรสวนนอก” ชุมชนต้นแบบ ผลิตเครื่องสำอางจากมะพร้าว คุณบุปผา และ คุณเสกสรร ไวยเจริญ สองสามีภรรยาอดีตมนุษย์เงินเดือน ตัดสินลาออกจากงานประจำในเมืองหลวง เพื่อหวนคืนบ้านเกิดที่อำเภอบางคนที จังหวัดสมุทรสงคราม เพราะต้องการดูแลคุณแม่ผู้สูงวัย รวมทั้งดูแลกิจการสวนมะพร้าวกะทิและมะพร้าวน้ำหอมของครอบครัว เนื้อที่รวม 30 ไร่ กิจการสวนมะพร้าวสร้างรายได้ดีมาตลอด จนกระทั่งปี 2555 เกิดวิกฤตมะพร้าวล้นตลาด จากเดิมที่เคยขายมะพร้าวได้ผลละ 24 บาท ราคาเหลือแค่ผลละ 2 บาท พวกเขาจึงมองลู่ทางปรับตัว เพื่อสร้างรายได้เพิ่มในสวนมะพร้าวแห่งนี้ คุณบุปผาแ
