เจาะลึกโอกาสธุรกิจพืชเทรนด์ใหม่
วานิลลา (Vanilla) เป็นหนึ่งในเครื่องเทศที่มีความหอมหวานและได้รับความนิยมในอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่ม รวมถึงการผลิตน้ำหอมและผลิตภัณฑ์ดูแลผิว แม้ว่าในอดีตวานิลลาจะเป็นพืชที่พบมากในพื้นที่เขตร้อนของทวีปอเมริกา แต่ปัจจุบันวานิลลาสามารถปลูกได้ในประเทศไทย ซึ่งกลายเป็นหนึ่งในสินค้าการเกษตรที่มีมูลค่าทางการตลาดสูงและสามารถสร้างรายได้ให้เกษตรกรอย่างมหาศาล เห็นฝักเล็กๆ แบบนี้ราคากิโลกรัมละ 20,000 บาท วันนี้เทคโนโลยีชาวบ้าน จะพาไปทำความรู้จัก “เจ้าวานิลลา” ฝักจิ๋ว แต่ราคาไม่จิ๋ว เผลอๆ บางคนอาจจะไม่เคยเห็นด้วยซ้ำว่าแท้จริงแล้วหน้าตาของวานิลลานั้นเป็นยังไง ตามไปดูเรื่องราวกันได้เลย วานิลลาเป็นพืชในสกุลวานิลลา (Vanilla) ซึ่งอยู่ในตระกูลเดียวกับกล้วยไม้ (Orchidaceae) การได้ฝักวานิลลาต้องผ่านกระบวนการผลิตที่ใช้เวลานานเกือบหนึ่งปี ตั้งแต่ขั้นตอนการผสมเกสรไปจนถึงการบ่มฝักวานิลลา เพื่อให้เกิดสารวานิลลิน (Vanillin) ที่ให้กลิ่นหอม ซึ่งสารนี้มีการนำมาใช้ประโยชน์อย่างแพร่หลายในหลายอุตสาหกรรม ความพิเศษของวานิลลาทำให้ราคาสูง ราคาของวานิลลาในท้องตลาดมักจะสูงกว่าพืชผลเกษตรอื่นๆ หลายเท่า ซึ่งเกิดจา
เมื่อวันที่ 31 มกราคม ที่ อาคารข่าวสด แขวงลาดยาว เขตจตุจักร กรุงเทพฯ เทคโนโลยีชาวบ้าน ในเครือมติชน จัดสัมมนา ‘ไข่ผำ–วานิลลา : เจาะลึกโอกาสธุรกิจพืชเทรนด์ใหม่’ เพื่อสอดรับกับตลาดความต้องการเพิ่มยิ่งขึ้น พร้อมฉายภาพแห่งโอกาส เจาะลึกเทรนด์เศรษฐกิจ สู่พืชแห่งอนาคต ตั้งแต่เวลา 10.30-16.30 น. โดยเปิดให้เข้าร่วมงานฟรี เวลา 15.15 น. เข้าสู่ช่วง Special Talks หัวข้อ “วานิลลา พืชมูลค่าสูง ปลูกอย่างไร ให้เป็นที่ต้องการของตลาด” นำโดย น.ส.พาพร โตอินทร์ เจ้าของสวนแม่หม่อน อ.วังน้ำเขียว จ.นครราชสีมา และ น.ส.วิสุตา โลหิตนาวี เจ้าของไร่วานิลลา Khao Yai Vanilla จ.นครราชสีมา ในตอนหนึ่ง น.ส.พาพร เจ้าของสวนแม่หม่อน กล่าวว่า ตามจริงแล้วฟาร์มของเราก่อตั้งมา 10 กว่าปีที่แล้ว ซึ่งไม่ได้เริ่มต้นจากการปลูกวานิลลามาก่อน เพราะเราปลูกต้นหม่อน หรือ มัลเบอรี่มาก่อน ที่เราปลูกเพื่อรับประทานผล ไม่ใช่หม่อนที่เอาไว้ใช้เลี้ยงไหม “ถ้าย้อนเวลากลับไปเมื่อ 10 กว่าปีที่แล้ว มัลเบอรี่เป็นของที่ใหม่มากๆ สำหรับประเทศไทย ไม่ค่อยมีคนรู้จักการเอาผลมาทานกัน ก็เริ่มต้นจากตรงนี้แล้วก็ค่อยๆ เราเป็นแหล่งท่องเที่ยว คาเฟ่ ร้านอาหาร แ
ไข่ผำหรือที่บางคนเรียกว่าไข่น้ำ เป็นพืชน้ำจิ๋วที่น่าสนใจในวงการเกษตรไทย เพราะนอกจากจะมีประโยชน์แล้วยังเป็นพืชที่โตเร็วโดยใช้ระยะเวลาในการเพาะเลี้ยงเพียง 14 วัน ก็เก็บเกี่ยวผลผลิตจำหน่ายได้ สามารถสร้างรายได้ให้เกษตรกรอย่างคุ้มค่า ไข่ผำเป็นพืชน้ำที่มีลักษณะเล็กจิ๋ว มีสีเขียวสดและเจริญเติบโตบนผิวน้ำ มีคุณค่าทางอาหารสูง ทั้งโปรตีน วิตามิน และแร่ธาตุที่สำคัญ โดยเฉพาะโปรตีนที่มีปริมาณสูงมาก ทำให้ไข่ผำเป็นแหล่งอาหารเพื่อสุขภาพสำหรับคนและสัตว์เลี้ยง การเพาะเลี้ยงไข่ผำ ในบ่อซีเมนต์ การปลูกไข่ผำไม่ซับซ้อน ใช้พื้นที่น้อยและดูแลง่าย ขั้นตอนสำคัญคือ: เตรียมบ่อปลูก: บ่อซีเมนต์หรือบ่อพลาสติกก็สามารถใช้ได้ เติมน้ำ: ควรใช้น้ำสะอาดและเติมสารอาหารที่เหมาะสม อย่างเช่นจุลินทรีย์สังเคราะห์แสง ใส่พันธุ์ไข่ผำ: โรยพันธุ์ไข่ผำให้ทั่วบ่อ ดูแล: รักษาคุณภาพน้ำและกำจัดสิ่งแปลกปลอมที่อาจกีดขวางการเติบโต ระยะเวลาเก็บเกี่ยวไข่ผำ เพียง 14 วัน หลังจากเริ่มปลูกไข่ผำจะเติบโตเต็มที่พร้อมเก็บเกี่ยว สามารถใช้กระชอนตักออกเพื่อนำไปล้างและบรรจุจำหน่ายได้ทันที โอกาสสร้างรายได้ จากพืชจิ๋วอย่างไข่ผำ ไข่ผำกำลังเป็นที่ต้อง
‘ไข่ผำ’ พืชอนาคตไซซ์จิ๋ว อุดมไปด้วยโปรตีนที่ให้คุณค่าทางอาหารสูง และยังขึ้นชื่อว่าเป็นพืชโปรตีนแห่งอนาคต ‘วานิลลา’ เครื่องเทศมูลค่าทางเศรษฐกิจสูงอันดับ 2 ของโลก นิยมบริโภคและใช้ประโยชน์ ทั้งการแต่งกลิ่นในอาหาร ขนม ไอศกรีม อุตสาหกรรมยาและเครื่องสำอาง โดยทั้งสองชนิดได้สร้างอาชีพและทำรายได้ให้เกษตรเกษตรได้อย่างมหาศาล เพื่อเจาะลึกถึงทิศทาง ความสำคัญ และแนวโน้ม ‘เทคโนโลยีชาวบ้าน’ จึงจัดเวทีสัมมนา ‘ไข่ผำ – วานิลลา : เจาะลึกโอกาสธุรกิจพืชเทรนด์ใหม่’ ขึ้น ในวันศุกร์ที่ 31 มกราคม 2568 เวลา 10.30 – 16.30 น. ณ อาคารข่าวสด ถนนเทศบาลนิมิตใต้ หมู่บ้านประชานิเวศน์ 1, แขวงลาดยาว เขตจตุจักร กรุงเทพฯ เข้าร่วมฟังฟรี ในยุคที่เทคโนโลยีและการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจส่งผลกระทบต่อการเกษตรอย่างรวดเร็ว การปรับตัวให้ทันกับแนวโน้มใหม่ๆ ของพืชเศรษฐกิจย่อมจะเป็นกุญแจสร้างความยั่งยืนสำคัญทางธุรกิจและสร้างโอกาสใหม่ๆ สำหรับเกษตรกรในอนาคต ไข่ผำ และ วานิลลา ที่ได้รับการยกย่องว่าเป็น พืชเศรษฐกิจแห่งอนาคต นับว่าเป็นพืชที่มีศักยภาพต่อการสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจสูง และตอบโจทย์ความต้องการของตลาดในระดับโลก โดยเฉพาะในย
“ไข่ผำ” หรือ “ผำ” เป็นพืชน้ำขนาดเล็กที่มีลักษณะเด่นคือสีเขียวสด รูปร่างคล้ายกับสาหร่ายหรือไข่ปลา เป็นพืชที่ไม่มีรากและใบ แต่สามารถเจริญเติบโตในน้ำสะอาด โดยมักจะลอยอยู่ตามผิวน้ำ ผำไม่เพียงแต่เป็นอาหารท้องถิ่นที่คนไทยรู้จักกันดี แต่ยังมีคุณค่าทางโภชนาการที่น่าทึ่งจนได้รับการยอมรับว่าเป็น “ซูเปอร์ฟู้ด” ( super food ) แห่งแหล่งน้ำอีกด้วย คุณค่าทางโภชนาการของไข่ผำ (100 กรัม) ประกอบด้วย 1. ไฟเบอร์ ไข่ผำมีไฟเบอร์เทียบเท่ากับการบริโภคขึ้นฉ่ายฝรั่งถึง 2 กำ ช่วยเสริมระบบขับถ่ายและบำรุงสุขภาพลำไส้ 2. วิตามิน A ปริมาณวิตามิน A ในไข่ผำเทียบเท่ากับการบริโภคแครอท 4 หัว ช่วยบำรุงสายตาและเสริมภูมิคุ้มกัน 3. วิตามิน B12 ไข่ผำเป็นแหล่งสำคัญของวิตามิน B12 ซึ่งมีปริมาณเทียบเท่ากับไข่ไก่ถึง 9 ฟอง ช่วยเสริมการทำงานของระบบประสาทและการสร้างเม็ดเลือด 4. โพแทสเซียม มีปริมาณโพแทสเซียมเทียบเท่ากับมันฝรั่ง 2 หัว ช่วยควบคุมความดันโลหิตและการทำงานของกล้ามเนื้อ 5. ฟอสฟอรัส ไข่ผำให้ฟอสฟอรัสในปริมาณเทียบเท่านมถั่วเหลือง 2 ถ้วย ช่วยเสริมสร้างกระดูกและฟัน 6. ธาตุเหล็ก ปริมาณธาตุเหล็กในไข่ผำเทียบเท่ากับบรอกโคลี 3 ถ้วย ช่วย
