เชื้อโรคโควิด-19 (COVID-19)
ศาสตราจารย์ ดร.นพ.สิริฤกษ์ ทรงศิวิไล เลขาธิการคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ กระทรวงการอุดมศึกษาฯ (อว.) เปิดเผยผลการศึกษาของศูนย์ปฏิบัติการฉุกเฉินด้านวิจัยและวิชาการ ของ วช. ว่านับตั้งแต่มีรายงานการพบผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ที่เมืองอู่ฮั่น ประเทศจีน และได้แพร่ระบาดไปทั่วโลกอย่างรวดเร็ว จนถึงวันที่ 11 เมษายน 2563 เป็นเวลา 101 วัน โรคโควิด-19 ได้ทำลายชีวิตมนุษย์ทั่วโลกไปกว่า 100,000 คน โดยมี 4 ประเทศที่มีผู้เสียชีวิตเกิน 10,000 คน และมี 13 ประเทศที่มีผู้เสียชีวิตเกิน 1,000 คน ประเทศที่มีผู้เสียชีวิตมากที่สุด ได้แก่ ประเทศอิตาลี สหรัฐอเมริกา สเปน ฝรั่งเศส สหราชอาณาจักร อิหร่าน เบลเยี่ยม จีน เยอรมัน และประเทศเนเธอร์แลนด์ สำหรับประเทศไทยมีผู้เสียชีวิตจากโรคโควิด-19 จำนวน 35 คน จัดเป็นอันดับที่ 54 ของโลก ในขณะนี้ทุกประเทศที่ประสบปัญหาการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ได้มีมาตราการคุมเข้ม เพื่อรักษาชีวิตของประชาชนในประเทศ โดยการให้ประชาชนอยู่บ้าน รักษาระยะห่างทางสังคม และใส่หน้ากากอนามัยหรือหน้ากากผ้าเมื่อมีความจำเป็นต้องออกจากบ้าน และมาตราการอื่นๆ ที่จะช่วยลดการแพร่กระจายของเชื้อโควิด-19 ทำให้ห
ศาสตราจารย์ ดร. นายแพทย์ สิริฤกษ์ ทรงศิวิไล เลขาธิการคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เปิดเผยผลการศึกษาว่า การควบคุมการระบาดของโรคโควิด-19 ประกอบด้วยหลายระยะ โดยในระยะแรกจะเป็นการป้องกันไม่ให้มีผู้ติดเชื้อโดยเฉพาะจากภายนอกประเทศให้นานที่สุด (Control Phase) และเมื่อเริ่มมีการติดเชื้อในประเทศแล้วก็ต้องควบคุมและสอบสวนโรคในผู้สัมผัสเชื้อเพื่อตัดวงจรการระบาด (Delay Phase) ระยะต่อมาเมื่อมีการแพร่ของเชื้อในชุมชนในวงกว้างขึ้น ก็จะต้องชะลอไม่ให้มีผู้ติดเชื้อจำนวนมากในช่วงเวลาเดียวกันเพื่อให้ระบบการแพทย์และโรงพยาบาลมีเพียงพอที่จะดูแลผู้ป่วยได้ (Mitigation Phase ) ประเทศส่วนใหญ่มักเลือกใช้วิธีปิดประเทศ ปิดเมืองหรือล็อกดาวน์ ให้คนอยู่บ้าน เว้นระยะห่างระหว่างบุคคล (Social distancing) และงดกิจกรรมทางสังคมและเศรษฐกิจ โดยเฉพาะการปิดโรงเรียน มหาวิทยาลัย ห้างสรรพสินค้า บริษัท ห้างร้านต่างๆ ทำให้การระบาดช้าลง รุนแรงลดลง จนสามารถดูแลผู้ป่วยได้ มีผู้ติดเชื้อใหม่ลดลง มีผู้เสียชีวิตลดลงในระดับที่ควบคุมได้ ซึ่งความรุนแรงและความรวดเร็วของการระบาดแตกต่างกันได้
มูลนิธิเอสซีจี ส่งมอบนวัตกรรมห้องคัดกรองและตรวจผู้ที่มีความเสี่ยงที่ใช้เวลาติดตั้งหน้างานเพียง 2 วัน ให้โรงพยาบาลราชวิถีเป็นแห่งแรก พร้อมระบบที่ตอบโจทย์การใช้งานและความปลอดภัย ทั้งการแยกพื้นที่ทีมแพทย์และคนไข้ออกจากกัน มีระบบควบคุมแรงดันและคุณภาพอากาศที่เหมาะสม จึงช่วยลดโอกาสติดเชื้อของบุคลากรทางการแพทย์ และผู้เข้ารับการตรวจหาเชื้อไวรัสโควิด-19 ได้เป็นอย่างดี นพ.สมเกียรติ ลลิตวงศา ผู้อำนวยการโรงพยาบาลราชวิถี กล่าวว่า “แม้จะผ่านมากว่า 3 เดือน หลังจากมีผู้ป่วยเข้ามารับการรักษาเป็นครั้งแรก ปัจจุบันยังคงมีผู้ป่วยใหม่หรือกลุ่มผู้ที่มีความเสี่ยงที่มารับการตรวจในคลินิกโรคระบบทางเดินหายใจ (ARI Clinic) ของโรงพยาบาล จำนวนมากพอสมควร โรงพยาบาลจึงมีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้รับการสนับสนุนจากมูลนิธิเอสซีจี ในการสร้างห้องตรวจที่มีประสิทธิภาพแห่งนี้ ซึ่งสามารถรองรับจำนวนผู้ที่เข้ามาตรวจคัดกรองได้เป็นอย่างดีนอกจากนี้ ห้องคัดกรองและตรวจผู้ที่มีความเสี่ยงติดเชื้อโควิด-19 ได้ถูกแยกออกจากตัวอาคารโรงพยาบาล จึงช่วยป้องกันการติดเชื้อให้กับทีมแพทย์ พยาบาล ตลอดจนบุคลากรทางการแพทย์ ทั้งยังสร้างความปลอดภัยกับผู
สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช) มีบทบาทอันสำคัญในการให้ทุนวิจัยและนวัตกรรมหลักและปัญหาเร่งด่วนของประเทศ ในภาวะวิกฤตที่ประเทศและโลก ต้องเผชิญปัญหาการแพร่กระจายของเชื้อไวรัสโควิด-19 วช. จึงให้จัดสรรงบประมาณ จำนวน 250 ล้านบาท ให้กับนักวิจัยไทยระดมกำลังวิจัย ร่วมกับกระทรวงสาธารณสุข องค์การอนามัยโลก และนานาชาติ เพื่อหาแนวทางและวิธีแก้ปัญหาการแพร่กระจายของไวรัสโควิด-19 โดยเริ่มทำวิจัยตั้งแต่ไวรัสโควิด-19 มีการระบาด ด้วยการอ่านพันธุกรรมและติดตามการกลายพันธุ์ของเชื้อในไทย เทียบกับเชื้อทั่วโลก ติดตามการกลายพันธุ์ ถ้ากลายพันธุ์เมื่อไรจะทราบก่อนทันที ทำแบบจำลองเพื่อคาดการณ์การระบาด ที่เป็นแบบจำลองทางคณิตศาสตร์คาดการณ์เรื่องการระบาดจำนวนผู้ติดเชื้อ ระยะเวลา เพื่อวางแผนจัดการ รวมถึงประเมินผลของมาตราการที่ใช้ ว่าจะได้ผลมากน้อยแค่ไหน ควรทำอะไรเพิ่มและควรทำเมื่อไร จัดทำชุดตรวจวินิจฉัย โดยเตรียมชุดตรวจและห้อง Lab ให้พร้อมทั้งจำนวนและเทคโนโลยี และพัฒนาชุดตรวจแบบใหม่ที่เร็วขึ้น แม่นยำขึ้นและมีราคาถูก ค้นหายาและวัคซีน และการรักษาที่ได้ผล ร่วมกับกระทรวงสาธารณสุข มหาวิทยาลัย และองค์การอนามัยโลก พัฒนาวัคซีน ทั
ศาสตราจารย์ ดร.นายแพทย์สิริฤกษ์ ทรงศิวิไล เลขาธิการคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ให้ข้อมูลการวิจัยที่พบยืนยันว่าคนที่แพร่เชื้อได้แบบไม่รู้ตัวนั้นมีจำนวนมากน้อยแค่ไหนโดยผู้ที่แพร่เชื้อได้นั้น มีอยู่ 2 กลุ่ม คือ กลุ่มคนที่ถูกยืนยันและถูกนับรายงานจำนวนผู้ติดเชื้อแล้ว เป็นตัวเลขที่เราเห็นรายงานประจำวันในแต่ละประเทศ (ศัพท์แพทย์ใช้คำว่า documented case) และอีกกลุ่มคือ กลุ่มคนที่แพร่เชื้อได้แบบไม่รู้ตัว (undocumented case) ซึ่งอาจจะเป็น ผู้ติดเชื้อแต่ไม่มีอาการ หรือมีอาการน้อยมากจนไม่รู้ว่าตัวเองป่วย หรือผู้ป่วยในระยะแรกก่อนที่มีอาการ (โดยทั่วไปนับประมาณ 12 ชั่วโมง ก่อนที่จะมีอาการ) หรือผู้ที่ป่วยแต่ไม่มาพบแพทย์ ผลการวิจัยดังกล่าวที่เพิ่งรายงานในวารสาร Science โดยคำนวณข้อมูลของประเทศจีนในช่วงแรกของการระบาด (ก่อนที่จะมีมาตรการที่เข้มงวด) และในช่วงหลังของการระบาด (ซึ่งมีมาตรการเข้มงวดมากขึ้น ประชาชนร่วมมือและป้องกันตนเองมากขึ้นแล้ว) พบว่า – ในช่วงแรกของการระบาดในจีน มีผู้ที่สามารถจะแพร่เชื้อได้โดยไม่รู้ตัว 6.2 เท่า ของตัวเลขผู้ติดเชื้อที่รายงาน – ในช่วงหลังของการระบาดในจีน ที่มาตรกา
ศาสตราจารย์ ดร.นายแพทย์สิริฤกกษ์ ทรงศิวิไล เลขาธิการคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ (วช.) เปิดเผยว่า นักวิจัยของศูนย์ปฏิบัติการฉุกเฉินด้านวิจัยและวิชาการ ของ วช. กระทรวงการอุดมศึกษาฯ พบว่า การคาดการณ์ว่ามาตรการต่างๆ ที่จะควบคุมการระบาดของโรคโควิด-19 ของประเทศอังกฤษ จะมีผลอย่างไร โดยใช้แบบจำลองทางคณิตศาสตร์ คาดการณ์ว่าจะมีผู้ป่วยจำนวนมากน้อยเท่าไร และในสัปดาห์ไหน แล้วเอามาเทียบกับจำนวนเตียงของ ไอซียู ที่จะเอามารักษาผู้ป่วยหนักได้ ว่าจะเพียงพอหรือไม่อย่างไร นักวิจัยของมหาวิทยาลัยอิมพีเรียลคอลเลจ ได้รายงานในวารสาร Science พบว่า ถ้าไม่ทำอะไรเลย ปล่อยให้ระบาดอย่างรวดเร็วไปเรื่อยๆ สถานการณ์จะเลวร้ายที่สุด (worst case scenario) จำนวนผู้ป่วยหนักในอังกฤษจะเพิ่มขึ้นจนเกินกว่าจำนวนเตียงของ ICU ที่มีอยู่ตั้งแต่ปลายเดือนเมษายน และจะขึ้นสูงสุดในช่วงเดือนมิถุนายน โดยในตอนนั้นจะเกินกำลังของ ICU 30 เท่า (แปลว่า ผู้ป่วยหนัก 30 คน อาจจะเข้า ICU ได้แค่คนเดียว) สถานการณ์แบบนี้จะเหมือนกับที่กำลังเกิดขึ้นในอิตาลีที่ระบาดเร็วมาก คนไข้จำนวนมากป่วยในเวลาเดียวกัน จึงเจ็บหนัก เสียหายหนัก แต่ถ้าใช้มาตรการควบคุม เช่น แยกผู
กศน.ปัตตานี มอบหน้ากากอนามัยและเจลล้างมือ เพื่อป้องกันเชื้อไวรัส Covid-19 แก่ผู้ว่าราชการจังหวัดปัตตานี เมื่อวันอังคารที่ 17 มีนาคม พ.ศ.2563 นายอุดร สิทธิพาที ผู้อำนวยการสำนักงาน กศน.จังหวัดปัตตานี พร้อมด้วยผู้บริหารในสังกัด ร่วมมอบหน้ากากอนามัย จำนวน 8,000 ชิ้น และเจลล้างมือ จำนวน 200 หลอด เพื่อป้องกันเชื้อไวรัส Covid-19 แก่ผู้ว่าราชการจังหวัดปัตตานี( นายไกรศร วิศิษฎ์วงศ์) ณ ห้องรับรองสำนักงานผู้ว่าราชการจังหวัดปัตตานี
กว่า 3 เดือนแล้ว ที่ทั่วโลกต้องเผชิญกับการระบาดของโรคโควิด-19 (COVID-19) ซึ่งนับว่าเป็นโรคอุบัติใหม่ ส่งผลกระทบในวงกว้างและมีแนวโน้มที่จะยังแพร่กระจายไปยังทั่วทุกมุมโลกอย่างต่อเนื่อง หลากหลายมุมมองหลากหลายปัญหาเกิดขึ้นตามๆ มาเป็นลูกโซ่ ไม่ว่าจะเป็นปัญหาที่นักการแพทย์และสาธารณสุขผู้ซึ่งอยู่ด่านหน้าของสงครามเชื้อโรคนี้จะต้องหาวิธีการที่จะต่อสู้กับเชื้อโรคที่ไม่เคยรู้จักมาก่อน นักวิทยาศาสตร์ นักวิจัยและนวัตกรรม ที่เร่งค้นหาความลับที่ซ่อนเร้นอยู่ภายใต้เชื้อไวรัสโคโรน่าสายพันธุ์ใหม่ เพื่อทำความเข้าใจและหาทางแก้ปัญหาอย่างรวดเร็วทันต่อเหตุการณ์ ภายใต้ภาวะความเครียดและข้อจำกัดของเวลา สิ่งสำคัญที่สังคมโลกไม่สามารถปฏิเสธได้เลยจากเหตุการณ์การระบาดครั้งนี้ คือ ผลกระทบต่อวิถีชีวิตและการดำเนินชีวิตของมวลมนุษยชาติ จะใช้ชีวิตอย่างไร ในโลกยุค COVID-19 สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ร่วมกับ ราชบัณฑิตยสภา รวบรวมกูรูด้านสังคมศาสตร์ร่วมถก “จะใช้ชีวิตอย่างไร ในโลกยุค COVID-19” โดย ศาสตราจารย์ นายแพทย์สิริฤกษ์ ทรงศิวิไล เลขาธิการคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ ทำหน้าที่ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ ได้กล่าวถึง
