เดิมบางนางบวช
เมื่อวันที่ 15 กรกฎาคม สมาชิกวิสาหกิจชุมชนเดิมบางเกษตรพอเพียงพัฒนา ต.หนองกระทุ่ม อ. เดิมบางนางบวช จ. สุพรรณบุรี เข้าพบ นายกุลพัชร ภูมิใจอวด รองผู้อำนวยการปฏิบัติหน้าที่แทนผู้อำนวยการสถาบันบริหารจัดการธนาคารที่ดิน (องค์การมหาชน) หรือ บจธ. ที่อาคารเบญจสิริ สถานีวิทยุโทรทัศน์กองทัพบก เพื่อขอความช่วยเหลือเรื่องที่ดินทำกิน เนื่องจากสมาชิกกว่า 500 คน ต่างได้รับความเดือดร้อนหลายสาเหตุ มีทั้งกลุ่มที่ตกงาน ถูกเลิกจ้างจากโรงงานในนิคมอุตสาหกรรม พื้นที่ จ. อุทัยธานี พระนครศรีอยุธยา และสิงห์บุรี รวมทั้งเกษตรกรที่สูญเสียสิทธิในที่ดินทำกินจากการจำนอง ขายฝาก และกู้เงินมาลงทุนทำการเกษตร รวมทั้งผู้เช่าที่ดินทำกินแต่ประสบปัญหาภัยพิบัติทางธรรมชาติ ในพื้นที่ ต.หนองกระทุ่ม ต. บ่อกรุ อ. เดิมบางนางบวช จ. สุพรรณบุรี และบางส่วนจาก อ. หันคา จ. ชัยนาท นายณัฐพงษ์ ลีจ่อย ประธานกลุ่มวิสาหกิจชุมชนเดิมบางเกษตรพอเพียงพัฒนา ยอมรับว่าขณะนี้สมาชิกวิสาหกิจชุมชนฯ ที่ได้รับความเดือดร้อนเรื่องที่ดินทำกินมีจำนวนกว่า 500 คน และมีผู้แจ้งความประสงค์จะเข้าเป็นสมาชิกเพิ่มขึ้นจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัส โควิด-19 ทางกลุ่ม
ปัจจุบันการเลี้ยงโคเนื้อเป็นที่สนใจของใครหลายๆ คน เพราะได้มีการนำมาปรับเปลี่ยนการเลี้ยงให้ง่ายต่อการจัดการมากขึ้น คือการเลี้ยงแบบยืนโรงโดยที่ไม่ต้องปล่อยโคให้ออกไปอยู่ในทุ่งกว้างเหมือนเช่นสมัยก่อนที่ทำกันมา จึงทำให้ผู้เลี้ยงมีเวลาว่างไปประกอบสัมมาอาชีพอื่นได้ ส่งผลให้การเลี้ยงโคสมัยนี้ทำเป็นอาชีพเสริมได้อย่างไม่มีอุปสรรคอีกด้วย ซึ่งโคที่เลี้ยงเกษตรกรจะเลือกสายพันธุ์ในแบบที่คิดว่าเหมาะกับเขาเองเป็นหลัก เพราะบางพื้นที่สามารถเลี้ยงโคได้แตกต่างสายพันธุ์กันออกไป ดังนั้น การเลือกโคให้เหมาะสมกับผู้เลี้ยงจึงเป็นสิ่งที่สำคัญของเกษตรกรไม่น้อยทีเดียว คุณไสว สร้อยระย้า อยู่บ้านเลขที่ 15 หมู่ที่ 2 อยู่ตำบลหัวนา อำเภอเดิมบางนางบวช จังหวัดสุพรรณบุรี มีการปรับเปลี่ยนการเลี้ยงโคเนื้อให้เข้ากับเขามากขึ้น โดยสมัยก่อนนั้นเลี้ยงแบบปล่อยไล่ทุ่งทำให้ไม่มีเวลาเพียงพอไปดำเนินงานด้านอื่น ต่อมาจึงปรับเปลี่ยนมาเลี้ยงแบบยืนโรงโดยสร้างเป็นโคขุนเพื่อส่งขายในระบบสหกรณ์ จึงทำให้มีรายได้แน่นอนและเป็นอาชีพได้อย่างมั่นคง คุณไสว เล่าให้ฟังว่า สมัยก่อนเลี้ยงโคเนื้อแบบยังไม่มีทิศทางที่แน่นอน เน้นแบบเลี้ยงปล่อยท้องไร่ท้องนาเ
