เตือนชาวนา
นางอ้อมทิพย์ สุทธิพงศ์เกียรติ์ ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมและพัฒนาการเกษตรที่ 2 จังหวัดราชบุรี กรมส่งเสริมการเกษตร เปิดเผยว่า จากสภาพภูมิอากาศช่วงนี้ที่กลางวันร้อนอบอ้าวอุณภูมิสูง กลางคืนอากาศเย็น หรือมีน้ำค้างปริมาณมาก สภาพอากาศแบบนี้เหมาะที่จะทำให้เกิดโรคไหม้ ดังนั้น เกษตรกรควรหมั่นสำรวจแปลงนาอย่างสม่ำเสมอ หากพบต้นข้าวมีอาการดังต่อไปนี้ คือ ระยะกล้า ใบมีแผลจุดสีน้ำตาลคล้ายรูปตา มีสีเทาอยู่ตรงกลาง แผลขยายลุกลามและกระจายทั่วบริเวณใบ ถ้าเป็นระยะรุนแรงกล้าข้าวจะแห้งฟุบตาย อาการคล้ายถูกไฟไหม้ ส่วนระยะแตกกอ อาการพบได้ที่ใบ ข้อต่อของใบ ข้อต่อของลำต้น ขนาดแผลใหญ่กว่าที่พบในระยะกล้าและระยะออกรวง ถ้าเป็นโรคช่วงรวงข้าวแก่ใกล้เก็บเกี่ยวจะปรากฏรอยแผลช้ำสีน้ำตาลที่ส่วนคอรวง ทำให้เปราะ หักง่าย เมล็ดข้าวจะเสีย ส่งผลกระทบต่อผลผลิตและรายได้ของเกษตรกร โรคไหม้เป็นโรคที่พบได้เป็นประจำในพื้นที่ที่มีการทำนามากกว่าปีละครั้ง โดยเฉพาะในแหล่งที่มีการปลูกข้าวหนาแน่น อับลม อากาศไม่ถ่ายเท รวมทั้งมีการใส่ปุ๋ยมากเกินความจำเป็น ประกอบกับมีสภาพอากาศแห้งแล้งตอนกลางวัน อากาศเย็นหรือชื้นจัดในเวลากลางคืน ซึ่งการป้องกันสา
นางอ้อมทิพย์ สุทธิพงศ์เกียรติ์ ผู้อำนวยการ สำนักงานส่งเสริมและพัฒนาการเกษตรที่ 2 จังหวัดราชบุรี กรมส่งเสริมการเกษตร เปิดเผยว่า ในช่วงนี้มีฝนตกชุกหลายพื้นที่ หลังจากฝนตกทำให้อากาศร้อนชื้น และมีแดดจัดในช่วงกลางวัน เหมาะต่อการระบาดของศัตรูพืช โดยเฉพาะเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาล ซึ่งเป็นศัตรูพืชที่สำคัญชนิดหนึ่งที่สร้างความเสียหายต่อเผลผลิตข้าวของเกษตรกร โดยเฉพาะในเขตพื้นที่ที่มีการปลูกข้าวอย่างต่อเนื่อง 2-3 รอบการผลิตต่อปี ทำให้ไม่สามารถตัดวงจรการระบาดให้หมดไปได้ อีกทั้งยังมีการใช้สารเคมีที่ไม่ถูกต้อง ทำให้เกิดการดื้อยา นอกจากนี้ สารเคมียังไปทำลายศัตรูธรรมชาติที่คอยกำจัดเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาล ส่งผลให้เพลี้ยกระโดดสีน้ำตาลระบาดทวีความรุนแรงมากขึ้น จนบางพื้นที่ความเสียหายรุนแรงถึงขั้นไม่มีผลผลิตเลย เนื่องจากเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาล ทั้งตัวอ่อนและตัวเต็มวัยสามารถทำลายต้นข้าว โดยการดูดกินน้ำเลี้ยงบริเวณโคนต้นข้าวเหนือผิวน้ำ ทำให้ต้นข้าวมีอาการใบเหลืองแห้งตายเป็นหย่อมๆ ส่วนใหญ่จะพบตั้งแต่ระยะแตกกอถึงออกรวง อีกทั้งยังเป็นพาหะของโรคใบหงิกในข้าวอีกด้วย จึงขอแจ้งเตือนชาวนาให้คอยติดตามสถานการณ์การระบาดของเพลี้ยก
