เทือกเขาภูพาน
นางประภัสสร คำผอง ผู้จัดการสหกรณ์โคนมวาริชภูมิ จำกัด จังหวัดสกลนคร เปิดเผยถึงความสำเร็จครั้งสำคัญในการผลักดัน “นมวาริช” (Waris Milk) ผลิตภัณฑ์นมโคแท้ 100% ให้ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นสินค้าสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ หรือ GI (Geographical Indication) อย่างเป็นทางการว่า “นมวาริช” ถือเป็นสินค้า GI ลำดับที่ 7 ของจังหวัดสกลนคร ในปี 2569 โดยเป็นผลผลิตจากโครงการพระราชดำริและพระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ที่ทรงส่งเสริมอาชีพการเลี้ยงโคนมของเกษตรกรในพื้นที่ ซึ่งเริ่มต้นสร้างอาชีพมาตั้งแต่ปี 2505 ก่อนจะรวมกลุ่มและจดทะเบียนจัดตั้งเป็นสหกรณ์โคนมวาริชภูมิ จำกัด อย่างเป็นระบบในปี 2535 ความโดดเด่นของ “นมวาริช” เริ่มต้นจากต้นน้ำที่เข้มแข็งด้วยทำเลที่ตั้งทางภูมิศาสตร์เฉพาะตัว โดยผลิตจากน้ำนมดิบของแม่โคลูกผสมสายพันธุ์โฮลสไตน์ฟรีเซียน ซึ่งเลี้ยงดูตามหลักสวัสดิภาพสัตว์ในพื้นที่ราบเชิงเขาและหุบเขาของเทือกเขาภูพาน อำเภอวาริชภูมิ จังหวัดสกลนคร ซึ่งมีสภาพภูมิประเทศและภูมิอากาศที่เย็นสบายเอื้อต่อการทำเกษตรกรรม ทั้งย
นายสมเกียรติ ประจำวงษ์ เลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) ประชุม “ศูนย์เฉพาะกิจชั่วคราวในภาวะวิกฤต” โดยเปิดเผยว่า สทนช.ตั้ง “ศูนย์เฉพาะกิจชั่วคราวในภาวะวิกฤต” ขึ้นตามคำสั่งของพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ที่มีคำสั่งให้เปิดศูนย์เฉพาะกิจติดตามสถานการณ์น้ำตลอด 24 ชั่วโมง โดยได้เชิญผู้แทนจาก 9 หน่วยงาน อาทิ กรมชลประทาน กรมทรัพยากรน้ำ กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กรมอุตุนิยมวิทยา เป็นต้น วางแผนบริหารจัดการน้ำร่วมกัน เนื่องจากขณะนี้มีฝนตกจำนวนมาก ส่งผลให้อ่างเก็บน้ำมีปริมาณน้ำมากกว่าเกณฑ์ควบคุมที่กำหนดไว้ 80-100 % แบ่งเป็น เขื่อน ขนาดใหญ่ 12 แห่ง และขนาดกลาง 103 แห่ง ช่วงปลายเดือนส.ค.นี้คาดการณ์ว่าจะมีพายุพัดผ่านเข้ามาในไทยผ่านภาคอีสานตอนบน และภาคเหนือตอนบน ซึ่งเป็นพื้นที่ติดลำน้ำโขง และฝั่งภาคตะวันตก อาทิ จังหวัด ตาก เพชรบุรี อีกระลอก ดังนั้นที่ประชุมจึงมอบหมายให้การไฟฟ้าแห่งประเทศไทย (กฟผ.) และกรมชลประทาน เร่งระบายน้ำหรือพร่องน้ำออกจากเขื่อนให้มากที่สุดภายใน 10 วัน ซึ่งเป็นช่วงที่ฝนมีปริมาณน้อย เพื่อรองรับปริมาณฝนตกหนักในช่วงกลางเดือนส.ค.เป็นต้นไป โดยเฉพาะอ่างเก็บน้ำขนาด
