เนสท์เล่
ผู้ปลูกกาแฟโรบัสตารายย่อยกว่า 2,200 ราย ในภาคใต้ของไทย ได้รับประโยชน์จากโครงการคอฟฟีพลัสและโครงการคอฟฟีดับเบิ้ลพลัส สะท้อนผลสำเร็จความร่วมมือภาครัฐ-เอกชน 8 ปี ชุมพร 9 ธันวาคม 2568 – องค์กรความร่วมมือระหว่างประเทศของเยอรมัน (GIZ) ร่วมกับบริษัท เนสท์เล่ (ไทย) จำกัด รวมทั้งภาคีความร่วมมือ ภาครัฐและตัวแทนเกษตรกรรายย่อยผู้ปลูกกาแฟโรบัสตา ร่วมฉลองความสำเร็จของการดำเนินโครงการคอฟฟีพลัสและโครงการคอฟฟีดับเบิ้ลพลัส ซึ่งเป็นความร่วมมือภาครัฐ-เอกชน ตลอดระยะเวลา 8 ปี ในความร่วมมือและทุ่มเทให้กับการยกระดับคุณภาพชีวิตและความสามารถในการปรับตัวต่อสภาพภูมิอากาศ (Climate Resilience) ของผู้ปลูกกาแฟโรบัสตารายย่อยกว่า 2,200 ราย ในภาคใต้ของประเทศไทย GIZ และ เนสท์เล่ ได้สร้างความร่วมมืออย่างต่อเนื่องในระยะยาวตั้งแต่ปี พ.ศ. 2561-2568 โดยริเริ่มโครงการพัฒนาระบบการเพาะปลูกกาแฟของเกษตรกรรายย่อย ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ หรือ โครงการคอฟฟีพลัส (Coffee+) และ โครงการยกระดับชีวิตความเป็นอยู่และความพร้อมในการรับมือต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของผู้เพาะปลูกกาแฟรายย่อยด้วยแนวทางการเกษตรเชิงฟื้นฟู หรือโครงการคอฟฟี
บริษัท เนสท์เล่ (ไทย) จำกัด สนับสนุนเกษตรกรโคนมไทยอย่างต่อเนื่อง โดยมอบอาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการสูงเพื่อใช้เลี้ยงลูกโค ให้แก่สหกรณ์โคนมพิมาย สหกรณ์โคนมชุมพวง และสหกรณ์โคนมครบุรี จ.นครราชสีมา ด้วยเป้าหมายเพื่อสนับสนุนการเลี้ยงลูกโคด้วยโภชนาการที่ดี ให้เจริญเติบโตเป็นแม่โคที่มีศักยภาพ นำไปสู่การยกระดับคุณภาพและปริมาณน้ำนมดิบ สร้างความมั่นคงทางรายได้ให้กับเกษตรกรอย่างยั่งยืน
บริษัท เนสท์เล่ (ไทย) จำกัด ประกาศความสำเร็จครบรอบ10 ปี โครงการ “เนสท์เล่ น้ำรักษ์น้ำ” ในพื้นที่คลองขนมจีน จ.พระนครศรีอยุธยา ซึ่งแบรนด์เนสท์เล่ เพียวไลฟ์ ได้มุ่งมั่นในการดำเนินโครงการนี้มาอย่างต่อเนื่อง ด้วยแนวทางการฟื้นฟูแหล่งน้ำที่ยั่งยืนอย่างครบวงจร 3 ด้าน ได้แก่ เรียนรู้ ปกป้อง ฟื้นฟู จนทำให้เห็นผลลัพธ์ที่น่าพึงพอใจด้วยการคืนปริมาณและคุณภาพน้ำกลับสู่ชุมชนตามเป้าหมาย พร้อมสร้างความหลากหลายทางชีวภาพ เพื่อสร้างประโยชน์ให้กับชุมชนคลองขนมจีน ล่าสุด สามารถยกระดับโครงการเป็นพื้นที่นำร่องระดับประเทศ สำหรับการดำเนินงานอนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพนอกเขตพื้นที่คุ้มครอง (Other Effective area-based Conservation Measures: OECMs) สำหรับพื้นที่บนบกและแหล่งน้ำบนบกของประเทศไทยอย่างเป็นทางการ นายไชยงค์ สกุลบริรักษ์ ผู้อำนวยการบริหารหน่วยธุรกิจน้ำดื่ม บริษัท เนสท์เล่ (ไทย) จำกัด กล่าวว่า “ตลอดระยะเวลา 10 ปีที่ผ่านมา “โครงการเนสท์เล่ น้ำรักษ์น้ำ” จากแบรนด์เนสท์เล่ เพียวไลฟ์ สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของเนสท์เล่ในการสร้างคุณค่าและการเปลี่ยนแปลงเชิงบวกให้กับสังคมและสิ่งแวดล้อมไทย โ
เนสท์เล่ ประเทศไทย ประกาศความคืบหน้าด้านความยั่งยืนปี 2025 มุ่งสู่เป้าหมาย Net Zero 2050 พร้อมเปิดตัวแคมเปญ “เล็กน้อยเปลี่ยนโลกได้” สร้างแรงบันดาลใจให้คนไทยร่วมดูแลโสานต่อกลยุทธ์ขับเคลื่อนสิ่งดี ๆ เพื่อผู้บริโภค และเพื่อโลกของเรา สร้างความยั่งยืนแก่สังคมไทยอย่างเป็นรูปธรรม เนสท์เล่ ประเทศไทย ประกาศความคืบหน้าด้านความยั่งยืนในปี 2025 ตามแผนงาน Net Zero หรือการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ ภายในปี 2050 สานต่อกลยุทธ์ขับเคลื่อนสิ่งดี ๆ เพื่อผู้บริโภค (Good for You) และขับเคลื่อนสิ่งดี ๆ เพื่อโลกของเรา (Good for the Planet) มุ่งมั่นพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่อร่อยและมีคุณค่าทางโภชนาการ ควบคู่ไปกับการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืนในทุกขั้นตอน จากฟาร์มจนถึงมือผู้บริโภค พร้อมเปิดตัวแคมเปญ “เล็กน้อยเปลี่ยนโลกได้” เป็นปีที่ 4 มุ่งสร้างแรงบันดาลใจให้คนไทยปรับเปลี่ยนไลฟ์สไตล์คนละเล็กละน้อย เพื่อรวมพลังสร้างการเปลี่ยนแปลงที่มีความหมายให้โลกน่าอยู่ยิ่งขึ้น นายวิคเตอร์ เซียห์ ประธานกรรมการและประธานคณะผู้บริหาร เนสท์เล่ อินโดไชน่า กล่าวว่า “ในฐานะบริษัทอาหารและเครื่องดื่มชั้นนำระดับโลก เนสท์เล่เชื่อมั่นในการ
บริษัท วงษ์พาณิชย์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด ได้จัดโรดโชว์ “ปฏิบัติการหยุดทิ้ง กล่องเครื่องดื่มใช้แล้วขายได้ กับ กิจกรรม กล่องนมรักษ์โลก (ชุมชน) ปีที่ ๒” กิจกรรมดังกล่าวได้รับการสนับสนุนจากบริษัท เต็ดตรา แพ้ค (ประเทศไทย) จำกัด บริษัท เนสท์เล่ (ไทย) จำกัด และ บริษัท อีโค่ เฟรนด์ลี่ ไทย จำกัด รวมถึงภาคราชการ กองทัพอากาศ เขตดอนเมือง กรุงเทพฯ จังหวัดพิษณุโลก โรงเรียนต่างๆ อาทิ โรงเรียนพิณพลราษฎ์ อำเภอวังทอง จังหวัดพิษณุโลก โรงเรียนบ้านเข็กน้อย อำเภอเขาค้อ จังหวัดเพชรบูรณ์ และ โรงเรียนเทศบาล ๑ (ทีโอเอ วิทยา) อำเภอนางรอง จังหวัดบุรีรัมย์ เป็นความร่วมมือผนึกกำลังกัน แสดงความรับผิดชอบต่อสังคม “ปฏิบัติการหยุดทิ้ง กล่องเครื่องดื่มใช้แล้วขายได้ กับ กิจกรรม กล่องนมรักษ์โลก (ชุมชน) ปีที่ ๒” ส่งเสริมการคัดแยกต้นทาง การจัดการกลางทางและการจัดการนำไปรีไซเคิลปลายทาง ตั้งเป้าหมายเก็บรวบรวมกล่องเครื่องดื่มใช้แล้วจากภาคประชาชน ไม่ต่ำกว่า 30,000 กิโลกรัม ภายในเดือนธันวาคม 2567 ดร.สมไทย วงษ์เจริญ ประธานบริหาร บริษัท วงษ์พาณิชย์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด กล่าวว่า จากการเป็นผู้เก็บรวบรวม รับซื้อขยะรีไซเคิล รายใหญ่
บริษัท เนสท์เล่ (ไทย) จำกัด และกลุ่มบริษัทในเครือ จับมือสมาคมชาวสวนกาแฟไทย ลงนามบันทึกความเข้าใจในการสนับสนุนเกษตรกรผู้ปลูกกาแฟในประเทศไทย โดยเนสท์เล่จะรับซื้อเมล็ดกาแฟจากเกษตรกรผู้ปลูกกาแฟในประเทศไทยในฤดูการผลิต 2567/2568 ด้วยราคาที่เป็นธรรมอ้างอิงตามราคาตลาดโลก พร้อมมุ่งถ่ายทอดองค์ความรู้เกี่ยวกับการเพาะปลูกอย่างยั่งยืนด้วยหลักการเกษตรเชิงฟื้นฟู เพิ่มประสิทธิภาพการผลิตและคุณภาพของกาแฟ เพื่อให้เกษตรกรไทยมีรายได้เพิ่มมากขึ้นและมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น นางสาวสลิลลา สีหพันธุ์ ผู้อำนวยการบริหารฝ่ายองค์กรสัมพันธ์ บริษัท เนสท์เล่ (ไทย) จำกัด เปิดเผยว่า “การลงนามในครั้งนี้ สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของเนสท์เล่และเนสกาแฟในการสนับสนุนเกษตรกรผู้ปลูกกาแฟชาวไทยอย่างต่อเนื่อง โดยตลอด 50 ปีที่ผ่านมา เนสท์เล่มีความยินดีรับซื้อเมล็ดกาแฟโรบัสต้าโดยตรงจากเกษตรกรไทย ในราคาที่เป็นธรรม อ้างอิงตามราคาตลาดโลก ความร่วมมืออันยาวนานนี้จะช่วยสร้างความเชื่อมั่นว่า ผลผลิตเมล็ดกาแฟจะมีตลาดรับซื้อที่ไว้วางใจได้ ช่วยให้เกษตรกรมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น และทำให้เราสามารถผลิตกาแฟคุณภาพภายใต้แบรนด์เนสกาแฟเพื่อตอบสนองความต้องการข
บริษัท เนสท์เล่ (ไทย) จำกัด ลงนามบันทึกความเข้าใจความร่วมมือทางวิชาการด้านการเลี้ยงโคนมกับคณะเกษตร กำแพงแสน มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เพื่อถ่ายทอดองค์ความรู้สู่นิสิตนักศึกษา นักวิชาการ และเกษตรกรผู้เลี้ยงโคนมของประเทศไทย เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพการเลี้ยงโคนมและดูแลสิ่งแวดล้อมไปพร้อมๆ กัน ภายใต้หลักการเกษตรเชิงฟื้นฟู (Regenerative Agriculture) ซึ่งรวมถึงการจัดการฟาร์มที่ดี ยกระดับการเลี้ยงโคนมให้ได้มาตรฐานสากล พัฒนาคุณภาพน้ำนมเพื่อส่งต่อน้ำนมคุณภาพให้ผู้บริโภคไทย พร้อมๆ กับการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและปกป้องฟื้นฟูระบบนิเวศ อันจะส่งผลดีต่อทั้งเกษตรกรที่จะมีรายได้ที่ยั่งยืน ผู้บริโภค และโลกของเรา ในฐานะบริษัทที่ส่งมอบอาหารที่ดี เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดี (Good Food, Good Life) เนสท์เล่มุ่งมั่นที่จะขับเคลื่อนสิ่งดีๆ เพื่อผู้บริโภคและเพื่อโลกของเรา เพื่อสร้างคุณประโยชน์แก่ประเทศไทยตามหลักการ ESG ทั้งในด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม ซึ่งรวมถึงการส่งเสริมสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดีของผู้บริโภคและเกษตรกรของไทย
การซื้อผลิตภัณฑ์เนสท์เล่ที่ร้านค้าใกล้บ้าน ก็เป็นเสมือนการซื้อประวัติศาสตร์ชิ้นหนึ่ง เพราะเนสท์เล่นำเสนอผลิตภัณฑ์คุณภาพให้กับผู้บริโภคชาวไทยมาเป็นเวลาเกือบ 130 ปี เริ่มต้นจากนมข้นหวานตราแหม่มทูนหัว (Milkmaid) ในปี พ.ศ. 2436 ซึ่งอยู่ในยุคสมัยรัชกาลที่ 5 เลยทีเดียว นายวิคเตอร์ เซียห์ ประธานกรรมการและประธานคณะผู้บริหาร เนสท์เล่ อินโดไชน่า กล่าวว่า ในฐานะบริษัทด้านอาหารและเครื่องดื่มที่ใหญ่ที่สุดในโลก ภายใต้ปรัชญาการทำงาน Good food, Good life อาหารที่ดี เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีของเนสท์เล่ เรายึดมั่นต่อเจตนารมณ์ในการเปิดพลังแห่งอาหาร เพื่อเพิ่มพูนคุณภาพชีวิตที่ดี เพื่อทุกคนในวันนี้ และในอนาคต ควบคู่กับแผนการทำงาน การลงทุน การพัฒนานวัตกรรมอย่างต่อเนื่อง เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตให้กับคนไทย และสัตว์เลี้ยง ตลอดจนฟื้นฟูดูแลสิ่งแวดล้อม เพื่อสร้างคุณค่าร่วมกันให้กับทุกภาคส่วน ด้วยเจตนารมณ์และการลงมือปฏิบัติตามเป้าหมาย จึงทำให้เนสท์เล่เติบโตสู่การเป็นบริษัทอาหารและเครื่องดื่มชั้นนำในประเทศไทย ผลิตภัณฑ์ที่หลากหลายของเนสท์เล่ยังกลายมาเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตประจำวันของผู้บริโภคชาวไทยและได้รับความไว้วางใจอย่า
