เนื้อเยื่อ
ผู้เขียน : วรนัฐ เสนีวงศ์ ณ อยุธยา หน่อไม้ฝรั่ง (Asparagus) เป็นพืชผักที่ได้รับความสนใจจากเกษตรกรอย่างมากในปัจจุบัน เพราะเป็นผักที่มีราคาดี มีความต้องการในตลาดสูง เป็นผักอายุยืน เก็บผลผลิตได้ตลอดปี สามารถปรับตัวเข้ากับสภาพแวดล้อมของประเทศไทยได้เป็นอย่างดีประกอบกับผลผลิตส่วนใหญ่ถูกส่งไปจำหน่ายยังต่างประเทศ ประเทศคู่ค้าสำคัญที่รับซื้อผลผลิตจากประเทศไทย คือ ประเทศญี่ปุ่น สหภาพยุโรป และไต้หวัน ทำให้พื้นที่ปลูกหน่อไม้ฝรั่งมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ในปัจจุบัน พื้นที่ปลูกที่สำคัญอยู่บริเวณจังหวัดนครปฐม ประจวบคีรีขันธ์ ราชบุรี กาญจนบุรี และจังหวัดเพชรบูรณ์ ประเทศไทยเริ่มทดลองปลูกหน่อไม้ฝรั่งครั้งแรกเมื่อประมาณปี พ.ศ. 2489 ที่สถานีกสิกรรมอำเภอฝาง จังหวัดเชียงใหม่ โดยนำเมล็ดพันธุ์มาจากประเทศออสเตรเลีย ในระยะต่อมาได้มีการปรับปรุงวิธีการปลูก การดูแลรักษา รวมทั้งพัฒนาระบบการตลาดให้เข้มแข็งขึ้น จนกระทั่งปัจจุบันประเทศไทยมีพื้นที่ปลูกหน่อไม้ฝรั่งมากกว่า 10,000 ไร่ การปลูกหน่อไม้ฝรั่งในประเทศไทยรูปแบบหนึ่ง จะใช้เมล็ดพันธุ์ลูกผสมการค้าที่นำเข้าจากต่างประเทศ ซึ่งพอยกตัวอย่างได้หลายสายพันธุ์ เช่น พัน
กลับมาอีกครั้ง หลังกองบรรณาธิการนิตยสารเทคโนโลยีชาวบ้าน เคยเปิดประเด็นการปลูกอินทผลัมด้วยต้นเพาะเนื้อเยื่อทั้งสวน ซึ่งสวนภูผาลัม อำเภอวิเชียรบุรี จังหวัดเพชรบูรณ์ เป็นสวนแรกๆ ที่เริ่มลงปลูกด้วยต้นพันธุ์เพาะเนื้อเยื่อ และครั้งนี้เป็นการพูดคุยเพื่อให้เห็นความก้าวหน้าของผู้ปลูกอินทผลัมรายแรกๆ ของประเทศ ว่าประสบความสำเร็จหรือพบกับปัญหาอุปสรรคอย่างไร คุณอภิชน วรรณี เจ้าของสวนภูผาลัม ยังคงให้การต้อนรับอย่างอบอุ่นเช่นเคย ที่นี่ปลูกต้นอินทผลัมทั้งพันธุ์แบบเพาะเมล็ด พันธุ์จากการแยกหน่อ รวมถึงพันธุ์ที่ซื้อต้นเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อมาปลูก โดยนำเข้ามาจากต่างประเทศในกลุ่ม UAE ซึ่งสามารถคัดแยกเพศ พร้อมกับระบุสายพันธุ์ได้อย่างชัดเจน พร้อมกับขายผลผลิตที่ปลูก แล้วยังขายต้นพันธุ์จากการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อจากต่างประเทศ ต้นพันธุ์ที่ คุณอภิชน สั่งซื้อมา เป็นต้นอินทผลัมจากการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อนำเข้า ซื้อมาหลายพันธุ์จากทาง UAE เขาให้เหตุผล เพราะต้องการทดสอบปลูกในแต่ละพันธุ์เพื่อหาความเหมาะสมในพื้นที่ แต่พันธุ์ที่เน้นมากคือ บาร์ฮี (Barhi) เพราะเป็นพันธุ์ที่เหมาะสำหรับการรับประทานผลสดโดยเฉพาะ สัดส่วนระหว่างต้นต
