เผาป่า
มูลนิธิโครงการหลวง และ สถาบันวิจัยและพัฒนาพื้นที่สูง (องค์การมหาชน) มีเป้าหมายในการพัฒนาคุณภาพชีวิตและความเป็นอยู่ของชาวเขาทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม โดยยึดหลักการพัฒนาแบบองค์รวมบนฐานความรู้ที่สอดคล้องกับภูมิสังคม ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง มุ่งสร้างความเข้มแข็งของคนและชุมชน รวมถึงบูรณาการระหว่างหน่วยงาน จึงร่วมกับมหาวิทยาลัยมหิดลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จัดทำตัวชี้วัดการพัฒนาชุมชนบนพื้นที่สูงคาร์บอนต่ำอย่างยั่งยืนและสนับสนุนให้ชุมชนโครงการหลวงและชุมชนโครงการพัฒนาพื้นที่สูงแบบโครงการหลวงดำรงชีวิตแบบ “ชุมชนคาร์บอนต่ำ สามารถอยู่ร่วมกับสิ่งแวดล้อมบนพื้นที่สูงได้อย่างยั่งยืน” โดย ดร. สุมาลี เม่นสิน และคณะ จากสถาบันวิจัยและพัฒนาพื้นที่สูง (องค์การมหาชน) ได้ทำการค้นคว้าและเรียบเรียงข้อมูล ได้ว่า “วิกฤตการณ์ภาวะโลกร้อนและภัยพิบัติธรรมชาติ.. ส่งผลกระทบต่อมนุษย์และสิ่งมีชีวิตทั่วโลก” ไม่ว่าจะเป็นการละลายของน้ำแข็งขั้วโลก น้ำท่วม ฤดูกาลแปรปรวน ขาดแคลนน้ำ ไฟไหม้ป่า ภูเขาไฟระเบิด ดินถล่ม และการเกิดพายุ แม้กระทั่งการระบาดของโรคชนิดใหม่ “ใครทำให้เกิด” คำตอบคือ มนุษย์ เป็นผู้สร้างและ
นายบุญส่ง เตชะมณีสถิตย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย เผยว่า มีประกาศมาตรการห้ามเผาโดยเด็ดขาดในพื้นที่ตั้งแต่ วันที่ 17 กุมภาพันธ์ เป็นต้นไป จนถึงววันที่ 17 เมษายนนี้ โดยปีนี้ตั้งเป้าลดปัญหาการเกิดฝุ่นละอองและหมอกควันในอากาศลงให้ได้ 30% แจ้งไปยังกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ผู้บริหาร อปท. ให้ไปชี้แจงทำความเข้าใจกับชาวบ้าน หากพบการเผาให้มีการดำเนินคดีตามกฎหมายโดยทันที นอกจากนี้ ยังจัดให้มีเงินรางวัลสำหรับผู้แจ้งเบาะแสจนสามารถจับกุมผู้กระทำความผิดได้ รายละ 3,000 บาท ด้วย นายวิสูตร คำยอด ผู้อำนวยการท่าอากาศยานแม่ฟ้าหลวง เชียงราย กล่าวว่า เพื่อให้เกิดความปลอดภัยต่อธุรกิจด้านการบิน ในการนำอากาศยานมาบินขึ้นและลงทางท่าอากาศยานขอความร่วมมือจากหน่วยงานทุกภาคส่วนงดการเผาทุกชนิดด้วย ผู้ใดฝ่าฝืนต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 1 เดือน หรือปรับไม่เกิน 2,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ นอกจากนี้ หากถึงขั้นเกิดไฟลุกลามเข้าไปในเขตป่าสงวนแห่งชาติ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าสงวนแห่งชาติ เขตอุทยานแห่งชาติ และเขตห้ามล่าสัตว์ โทษจำคุกตั้งแต่ 2-15 ปี และปรับตั้งแต่ 20,000-350,000 บาท ด้านจังหวัดแพร่ นายวัฒนา พุฒิชาติ ผู้ว่าราชการจังหวัดแ
