เพาะเมล็ด
เป็นที่ทราบกันดีว่า การปลูกพืชเชิงเดี่ยวมีความเสี่ยงสูง ปัจจุบันเกษตรกรจำนวนไม่น้อยจึงปรับเปลี่ยนมาเป็นเกษตรผสมผสาน พร้อมๆ กับเลี้ยงสัตว์ด้วย เพื่อให้มีรายได้ตลอดทั้งปี ย้อนกลับไปก่อนปี 2552 คุณพิชิต ศิริเมือง อดีตผู้ใหญ่บ้าน หมู่ที่ 5 ตำบลสะอาดไชยศรี อำเภอดอนจาน จังหวัดกาฬสินธุ์ ก็เหมือนเกษตรกรทั่วไปในตำบลสะอาดไชยศรี ที่ปลูกอ้อย มันสำปะหลัง และทำนา จนเมื่อได้ไปศึกษาดูงานได้รู้ได้เห็นและเข้าใจหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร จึงนำมาปฏิบัติในพื้นที่ทำกินของตัวเองจำนวน 19 ไร่ ที่ตำบลสะอาดไชยศรี โดยแบ่งที่ทำกิน เป็นที่นา 5 ไร่ และทำประมง 2 ไร่ นอกนั้นปลูกพืชแบบผสมผสาน และได้จัดตั้งศูนย์เรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียง กระทั่งได้รับคัดเลือกเป็นแปลงต้นแบบโครงการ 1 ไร่ 1 แสน ตามแนวเศรษฐกิจพอเพียงจังหวัดกาฬสินธุ์ ในโครงการกาฬสินธุ์ คนดี สุขภาพดี รายได้ดี ปี 2557 ปลูกน้อยหน่า 500 ต้น ไม่พอขาย คุณพิชิต เล่าให้ฟังว่า ได้เปิดเป็นศูนย์เรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียงของตำบลสะอาดไชยศรี เมื่อปี 2552 ตอนนี้มีรายได้วันละ 300-600 บาท ไม่รวมรายได้เป็นเดือนและรายปี ซึ่งล้วนมา
“จะต้องค้นหาพืชที่ความแปลกใหม่ จะต้องไม่ปลูกพืชตามกระแส พืชอะไรก็ตามที่มีการซื้อ-ขายกันมากไม่แนะนำให้ปลูก จะต้องหลีกเลี่ยง ที่ผ่านมาจะเป็นผู้นำในการพัฒนาการปลูกไม้ผลที่แปลกและตลาดมีความต้องการ ถึงแม้ตลาดจะไม่มากเท่ากับไม้ผลเศรษฐกิจที่เกษตรกรมักจะฮือฮาปลูกตามกัน จะไม่ปลูกไม้ผลตามคนอื่น” นี่คือ ปรัชญาในการปลูกพืชของ คุณวารินทร์ ชิตะปัญญา จัดเป็นนักพัฒนาการปลูกไม้ผลที่มีความแปลกใหม่และสามารถปลูกให้เป็นเศรษฐกิจได้ในประเทศไทย คุณวารินทร์นับเป็นเกษตรกรไทยรายแรกที่เป็นต้นแบบในการบังคับให้น้อยหน่าออกนอกฤดูจนประสบความสำเร็จ, พัฒนาการปลูกต้นมิราเคิลหรือต้นมหัศจรรย์ซึ่งเป็นไม้ผลจากต่างประเทศจนประสบความสำเร็จ, พัฒนาการปลูกมะม่วงอาร์ทูอีทูซึ่งเป็นมะม่วงของประเทศออสเตรเลีย เพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาทางด้านการตลาด และพัฒนาไม้ผลที่ฮือฮามากที่สุดในขณะนี้ ก็คือ พุทรายักษ์พันธุ์ซุปเปอร์จัมโบ้ ซึ่งมีขนาดของผลใหญ่มาก มีน้ำหนักผลเฉลี่ย 4-5 ผล ต่อกิโลกรัม ปัจจุบัน พุทราพันธุ์ซุปเปอร์จัมโบ้ ยังสร้างรายได้หลักให้กับคุณวารินทร์ โดยขายผลผลิตเฉลี่ยไม่ต่ำกว่า 50 บาท ต่อกิโลกรัม การพัฒนาการปลูกต้นมิราเคิลซึ่งเป็นที
เศษวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตร เช่น แกลบ ขุยมะพร้าว ซังข้าวโพด เศษปุ๋ยคอก และเศษวัสดุอื่นๆ ทางการเกษตรที่หลงเหลือจากการใช้ประโยชน์ ส่วนมากมักถูกปล่อยทิ้งไว้ให้เป็นขยะ เน่าเหม็นที่ไร้มูลค่า อีกทั้งยังสร้างปัญหาให้กับสิ่งแวดล้อมดังนั้น หากมีการนำเอาเศษวัสดุเหลือใช้เหล่านี้มาใช้ให้เกิดประโยชน์และเพิ่มมูลค่า คงจะดีไม่น้อย ด้วยแนวคิดดังกล่าว ทำให้นักศึกษาจากภาควิชาเทคโนโลยีอุตสาหการ คณะครุศาสตร์อุตสาหการ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี ช่วยกันคิดค้น เครื่องอัดขุยมะพร้าวด้วยระบบอัตโนมัติขึ้น เพื่อแบ่งเบาภาระและส่งเสริมให้เกษตรกรที่มีเศษวัสดุเหลือใช้ ให้สามารถนำกลับมาใช้ประโยชน์ได้อย่างคุ้มค่า โดยผลงานดังกล่าวมี อาจารย์ชัยรัตน์ หงส์ทอง เป็นอาจารย์ที่ปรึกษา ผลงานดังกล่าวได้รับการเปิดเผยโดยเจ้าของผลงานว่า เครื่องอัดขุยมะพร้าวอัตโนมัติควบคุมด้วยระบบ PLC จุดประสงค์ที่คิดสร้างเพราะต้องการสร้างมูลค่าเศษวัสดุที่เหลือทิ้งจากการเกษตร และลดขยะที่อาจส่งผลต่อสิ่งแวดล้อม โดยเครื่องอัดขุยมะพร้าวอัตโนมัติเครื่องนี้ จะขัดเศษขุยมะพร้าวใช้เป็นรูปทรงกระบอก เกษตรกรสามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้หลากหลาย เช่น ใช้ทำเป็นแ
เรียน คุณหมอเกษตร ทองกวาว ที่นับถือ ผมปลูกมะละกอไว้ในสวนหลังบ้านหลายต้น แต่ผลลัพธ์ที่ได้ บางต้นออกดอกมีลักษณะก้านยาวๆ ออกดอกเป็นช่อแล้วไม่ติดลูก บางต้นมีผลกลมๆ ไส้กลวง ไม่ติดเมล็ด เนื้อบาง ไม่พบต้นที่ติดผลดก เนื้อหนา อย่างสวนคนอื่นๆ ผมจะต้องแก้ไขอย่างไร และจะมีวิธีคัดเลือกเมล็ดมะละกอจากลูกที่ใหญ่และเนื้อหนาสำหรับทำพันธุ์ ผมต้องทำอย่างไร ขอคำแนะนำด้วยครับ ขอแสดงความนับถือ วิวัฒน์ ประดิษฐ์ธรรมวงศ์ กรุงเทพฯ ตอบ คุณวิวัฒน์ ประดิษฐ์ธรรมวงศ์ มะละกอ เป็นพืชที่แปลกกว่าพืชอื่นๆ คือในแต่ละต้นแยกเพศกัน 3 เพศ ประเภทแรก ต้นเพศผู้ ออกดอกเป็นช่อยาว มีดอกย่อยสีขาวจำนวนมาก แต่ไม่ติดผล ทั้งนี้ เราสามารถเปลี่ยนเพศได้ เมื่อคุณทราบแน่ชัดว่ามะละกอต้นนั้นเป็นต้นเพศผู้ ให้ใช้มีดที่คมและสะอาด ตัดยอดให้ขาด เหลือใบไว้สัก 1-2 ใบ แล้วบำรุงต้นให้สมบูรณ์ ให้ปุ๋ยยูเรียละลายน้ำราดที่โคนต้นดีที่สุด ภายในหนึ่งเดือนยอดใหม่จะแทงออกมาให้เห็น หมั่นบำรุงอย่างสม่ำเสมอ ยอดใหม่จะกลายสภาพมาเป็นต้นกะเทย 100 เปอร์เซ็นต์ นี่เป็นภูมิปัญญาบรรพบุรุษของเราให้ไว้ ประเภทที่สอง ต้นเพศเมีย มีผลกลมขนาดเล็ก ไส้กลวง เมล็ดลีบ เนื้อบาง แต่เกษตร
หลายปีก่อนหน้านี้มีน้อยคนที่รู้จักพืชอย่าง “อินทผลัม” หลายคนอาจจะคิดว่ามันเป็นแค่เพียงผลไม้ตากแห้งธรรมดาที่ส่งมาขายจากดินแดนอาหรับซึ่งไม่มีความพิเศษอะไร แต่ที่จริงแล้วเจ้าอินทผลัมนี้ นอกจากจะเป็นผลไม้ต่างถิ่นที่มีราคาค่อนข้างสูงแล้ว ยังคุณประโยชน์มากมายต่อสุขภาพอีกด้วย อินทผลัม มีชื่อภาษาอังกฤษว่า Date Palm และมีชื่อเรียกทางวิทยาศาสตร์ว่า Phoenix dactylifera เป็นพืชในตระกูลปาล์มชนิดหนึ่ง มีหลากหลายพันธุ์ มีถิ่นกำเนิดในแถบตะวันออกกลาง สามารถเจริญเติบโตได้ดีในภูมิภาคที่มีอากาศร้อนและแห้งแล้งแบบทะเลทราย โดยผู้ผลิตอินทผลัมรายใหญ่ ได้แก่ ซาอุดีอาระเบีย แอลจีเรีย และประเทศในแถบอาหรับ ความสำคัญของอินทผลัมมักใช้บริโภคในเทศกาลสำคัญของชาวมุสลิม แต่ในระยะหลังพบว่าไม้ผลชนิดนี้มีประโยชน์ต่อสุขภาพจึงทำให้ตลาดผู้บริโภคเพิ่มกว้างมากขึ้นมาทันที ที่ผ่านมาการบริโภคอินทผลัมของคนไทยมักอยู่ในรูปผลแห้งที่นำเข้ามาจากทางตะวันออกกลางซึ่งมีราคาสูงมาก โดยคนไทยพยายามปลูกอินทผลัมแบบผลแห้งแต่ไม่ประสบความสำเร็จ เนื่องจากประสบปัญหาลักษณะภูมิอากาศต่างจากทางตะวันออกกลาง ดังนั้น การปลูกในเชิงพาณิชย์ที่ดีสำหรับประเทศไทยคื
