เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ
นางสาวรัชตา วุฒิกิจเจริญ รักษาการผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตรที่ 10 ราชบุรี (สศท.10) สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) เปิดเผยถึงผลการติดตามโครงการฟาร์มทะเลตัวอย่างตามพระราชดำริในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถ ในพื้นที่ตำบลบางแก้ว อำเภอบ้านแหลม จังหวัดเพชรบุรี เริ่มดำเนินการตั้งแต่ปี 2551 จนถึงปัจจุบัน ซึ่งดำเนินการจัดตั้งขึ้นเพื่อเป็นฟาร์มตัวอย่างให้ทั้งผู้จับสัตว์น้ำ ผู้เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ และผู้ที่สนใจทั่วไปได้ศึกษาเรียนรู้ ดูงาน แลกเปลี่ยนประสบการณ์ นำไปปรับใช้ให้ถูกต้องเหมาะสมกับสภาพแวดล้อมท้องถิ่นของตนเอง โดยมีศูนย์วิจัยและพัฒนาประมงชายฝั่งเพชรบุรี กรมประมง สังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ขับเคลื่อนการดำเนินงานโครงการ และ สศท.10 เป็นหน่วยงานหลักในการติดตามผลการดำเนินงาน และเสนอแนะแนวทางในการปรับปรุงรูปแบบ กระบวนการดำเนินกิจกรรมต่างๆ ภายใต้โครงการดังกล่าว โครงการฟาร์มทะเลตัวอย่างตามพระราชดำริในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ ได้ดำเนินการในพื้นที่ตำบลบางแก้ว อำเภอบ้านแหลม จังหวัดเพชรบุรี บนพื้นที่จำนวน 82 ไร่ 2 งาน 50 ตารางวา โดยเป้าหมายสำคัญของโครงการ คือ ผลิตพันธุ์สัตว์น้ำ 1
กรมส่งเสริมสหกรณ์ โดยนิคมสหกรณ์ปากพญา ตำบลปากนคร อำเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช ร่วมกับสำนักงานประมงจังหวัดนครศรีธรรมราช และมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลศรีวิชัย วิทยาเขตนครศรีธรรมราช (เกษตรไสใหญ่) จัดโครงการแก้หนี้สมาชิกในนิคมฯ ด้วยการส่งเสริมอาชีพเลี้ยงปูขาวอินทรีย์และยกระดับความสามารถในการผลิตของสมาชิกสหกรณ์นิคมประมงนครศรีธรรมราช จำกัด ในพื้นที่ลุ่มน้ำปากนคร-ปากพญา ครอบคลุมพื้นที่กว่า 3,000 ไร่ ในเขตนิคมสหกรณ์ปากพญา โดยสำนักงานประมงจังหวัดนครศรีธรรมราชจัดหาลูกปูขาว 1 เซนติเมตร จำนวน 22,000 ตัว และอุปกรณ์สำหรับจัดทำน้ำหมักจุลินทรีย์แก่สมาชิกแกนนำจำนวน 5 รายที่ผ่านการคัดเลือกจากนิคมสหกรณ์ฯ และจัดการอบรมให้ความรู้เกี่ยวกับกระบวนการเลี้ยงจากทีมอาจารย์มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลศรีวิชัย วิทยาเขตนครศรีธรรมราช ตั้งแต่การเตรียมบ่อ การสังเกตลักษณะของดินในบ่อ การทำน้ำหมักจุลินทรีย์เพื่อใช้ในการปรับสภาพน้ำในบ่อ การจัดเตรียมอาหารสำหรับปูอนุบาล เพื่อต้องการให้เป็นโครงการนำร่องต้นแบบให้กับสมาชิกคนอื่นๆ ในนิคมฯ และสำหรับผลผลิตที่เกิดขึ้นสหกรณ์นิคมประมงนครศรีธรรมราช จำกัด จะดำเนินการรวบรวมผลผลิตจากส
“พลังงาน” นับเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับสังคมมนุษย์ ยิ่งโลกพัฒนามากขึ้นเท่าไร ปริมาณความต้องการใช้พลังงานก็ยิ่งเพิ่มสูงขึ้นเท่านั้น พลังงานหลัก เช่น ถ่านหิน ปิโตรเลียม และก๊าซธรรมชาติ ฯลฯ ที่ได้จากฟอสซิล มีแนวโน้มลดลงและมีต้นทุนการผลิตสูงขึ้น จากการสำรวจและขุดเจาะแหล่งน้ำมันใหม่ๆ รวมทั้งสร้างผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมเพราะปลดปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ในปริมาณมหาศาล เป็นที่มาของปัญหาภาวะเรือนกระจก และวิกฤตโลกร้อนในปัจจุบัน ทุกวันนี้ หลายประเทศทั่วโลกหันมาสนใจใช้ “พลังงานทดแทน” ได้แก่ พลังงานแสงอาทิตย์ พลังงานลม พลังงานน้ำ พลังงานชีวมวล ฯลฯ ซึ่งเป็นแหล่งพลังงานทางเลือกที่สะอาดปลอดภัยต่อสิ่งแวดล้อม เป็นพลังงานหมุนเวียนที่ไม่มีเวลาหมด (Renewal Energy) และมีต้นทุนต่ำ ประหยัดทรัพยากรแรงงานและค่าใช้จ่าย ช่วยแก้ปัญหามลพิษด้านสิ่งแวดล้อม ลดการปลดปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้เป็นอย่างดี วช. หนุนสร้างงานวิจัยสีเขียว ผลิตพลังงานทดแทนลดโลกร้อน ศาสตราจารย์กิตติคุณ นายแพทย์สุทธิพร จิตต์มิตรภาพ รองประธานคณะกรรมการกำกับโครงการวิจัยท้าทาย สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กล่าวว่า วช. ได้สนับสนุนงานวิจัยเพื่อแก้ไขปัญหาด้า
คนนอร์เวย์บอกเราแต่แรกแล้วว่ารถที่นี่เขาจะหยุดให้คนข้ามถนน เพียงแค่เห็นคนยืนริมทางตั้งท่าข้ามถนนเขาจะหยุดรถทันที กระนั้นชาวไทยอย่างเราก็ยังคุ้นชินกับการจราจรแบบบ้านเมืองเราที่ไม่เคยเกรงใจคนข้ามถนน เรารีรอทุกครั้งที่จะข้ามถนนและสะดุ้งเมื่อรถจอดให้โดยดี แต่รถราที่แบรเก้นไม่ได้คับคั่งอย่างกรุงเทพฯ หรือเมืองใหญ่อื่นๆ ของเมืองไทย ส่วนใหญ่ผู้คนจะชอบเดินไปไหนมาไหนถ้าไม่ไกลเกิน ภูมิประเทศที่เป็นภูเขาบ้านเรือนปลูกเป็นหย่อมสูงต่ำไปตามเนินเขา ดูสวยงามแปลกตาสำหรับชาวต่างถิ่น โดยเฉพาะในย่านที่พวกเราพำนัก ถนนปูลาดด้วยก้อนหินแบบเดิมไม่ใช่สวยและมีเสน่ห์น่าเหยียบย่าง เพียงแต่ต้องระวังในยามฝนตกเปียกลื่น แต่รองเท้าของคนที่นี่ก็ผลิตขึ้นอย่างเหมาะกับพื้นที่ของเขา กันเปียก รัดกุมพื้นเกาะถนนอย่างดี ศิลปินสาวไทยที่อยู่นอร์เวย์มานานให้ฉันยืมรองเท้าของเธอ ทำให้เดินบนพื้นหินได้อย่างมาดมั่น ฉันกับเพื่อนร่วมทางบินจากกรุงเทพฯ มาต่อเครื่องที่ดูไบ จากนั้นผ่านออสโลเมืองหลวงของนอร์เวย์มาลงที่แบรเก้น แม้เราจะไม่ได้สัมผัสเมืองหลวง ทว่าก็คุ้มค่าที่ได้มาแบรเก้นซึ่งนับว่าเป็นเมืองหลวงฝั่งนอร์เวย์ตะวันตก เป็นเมืองใหญ่อันดับส
