เพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อกล้วยไม้
ผู้เขียน : วรนัฐ เสนีวงศ์ ณ อยุธยา ธุรกิจการค้ากล้วยไม้โลกมี 2 ประเภท ประเภทแรก เป็นการปลูกเลี้ยงกล้วยไม้เพื่อตัดดอกขาย ประเภทที่สอง เป็นการปลูกเลี้ยงเพื่อขายต้นติดดอก การปลูกเพื่อตัดดอกขายของผู้ปลูกเลี้ยงจากประเทศไทย ส่วนใหญ่เป็นกล้วยไม้สกุลหวาย รองลงมาเป็นม็อคคารา ออนซิเดียม และแวนด้า ส่วนการส่งออกต้นกล้วยไม้ส่วนใหญ่เป็นกล้วยไม้สกุลฟาแลนนอปซิส และซิมบิเดียม ประเทศไทยเป็นผู้ส่งออกดอกกล้วยไม้เขตร้อน อันดับ 1 โดยมีสัดส่วนการส่งออก ประมาณร้อยละ 70 ของโลก ธุรกิจเหล่านี้จำเป็นต้องพึ่งพาต้นกล้วยไม้ที่ได้มาจากการขยายพันธุ์ด้วยวิธีการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ ประโยชน์ของการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อกล้วยไม้ เพื่อขยายพันธุ์กล้วยไม้ ต้นกล้วยไม้ที่มีลักษณะเด่น เช่น มีดอกสวย บานทน เริ่มแรกได้มาจากธรรมชาติ อดีตที่ผ่านมากล้วยไม้ขยายพันธุ์ด้วยวิธีการแยกกอหรือปักชำ ทำให้ได้ต้นพันธุ์จำนวนไม่เพียงพอต่อระบบธุรกิจการค้ากล้วยไม้ แต่ในปัจจุบันนี้กล้วยไม้สามารถขยายพันธุ์โดยใช้วิธีเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อพืชทำให้ได้ต้นพันธุ์จำนวนมากและใช้เวลาไม่นาน ต้นพันธุ์ที่ได้ก็มีความสม่ำเสมอ ให้ผลผลิตสูง มีพันธุกรรมเหมือนต้นแม่พันธุ์
ผู้เขียน : วรนัฐ เสนีวงศ์ ณ อยุธยา กล้วย เป็นพืชสารพัดประโยชน์ คงมีพืชไม่กี่ชนิดในโลกนี้ที่สามารถนําเอาส่วนต่างๆ มาใช้ประโยชน์ได้สารพัดอย่างได้แบบกล้วย เพราะทุกส่วนของกล้วยล้วนนำมาใช้ประโยชน์ได้ทั้งสิ้น ตั้งแต่ ปลีกล้วย ผลอ่อน ผลแก่ ผลสุกหรือสุกงอม ก้านกล้วย ใบกล้วย หรือลำต้นกล้วย ล้วนสามารถนํามาเป็นประโยชน์เกี่ยวข้องต่อการดำรงชีวิตประจําวันของมนุษย์ได้ทั้งสิ้น กล้วย เป็นผลไม้และพืชอาหารที่สําคัญของชาวโลก ประเทศไทยมีกล้วยนับร้อยสายพันธุ์ เจริญเติบโตในทุกภูมิภาคของประเทศ กล้วยที่นิยมมีหลายชนิด เช่น กล้วยน้ำว้า กล้วยเล็บมือนาง กล้วยหักมุก กล้วยไข่ และกล้วยหอมทอง แต่ในโลกนี้โดยเฉพาะประเทศที่ต้องนำเข้าผลผลิตกล้วยเขานิยมบริโภคกล้วยหอมเขียวหรือกล้วยคาเวนดิช กล้วยชนิดนี้ให้ผลผลิตสูง มีลำต้นแข็งแรง ประมาณปี พ.ศ. 2531 กรมส่งเสริมการเกษตร เคยได้รับต้นพันธุ์กล้วยหอมเขียวสายพันธุ์เเกรนเนนและวิลเลี่ยมจากภาควิชาพืชสวน มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ บางเขน ที่ขยายพันธุ์มาจากวิธีการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ และได้นำไปทดลองปลูกในพื้นที่ตำบลประชาธิปัตย์ จังหวัดปทุมธานี ผู้เขียนเคยอยู่ในคณะทำงานดังกล่าว สรุปได้ว่า ก
