เมล็ดกาแฟดิบ
นางสุมิตรา กลิ่นบุบผา ครูชำนาญการพิเศษโรงเรียนบ้านคลองมดแดงสาขาป่าคา บ้านใหม่ชุมนุมไทร (ป่าคา) ตำบลโป่งน้ำร้อน อำเภอคลองลาน จังหวัดกำแพงเพชร กล่าวว่า โรงเรียนตั้งอยู่ในเขตพื้นที่ของอุทยานแห่งชาติคลองวังเจ้า มีการจัดการเรียนการสอนตั้งแต่ระดับชั้นอนุบาลถึงประถมศึกษาปีที่ 6 นักเรียนส่วนใหญ่เป็นบุตรหลานของชาวไทยภูเขาเผ่าม้ง ซึ่งตลอดหลายปีที่ผ่านมาโรงเรียนได้รับการสนับสนุนในหลายด้านจากสถานีพัฒนาการเกษตรที่สูงในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง บ้านป่าคา ตำบลโป่งน้ำร้อน อำเภอคลองลาน จังหวัดกำแพงเพชร โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่มผู้ปกครองนักเรียนซึ่งได้รับการสนับสนุนส่งเสริมการทำเกษตรแบบยั่งยืน โดยการปลูกพืชยืนต้นที่ไม่ทำลายสิ่งแวดล้อม เช่น กาแฟ และอะโวกาโด ทดแทนการปลูกพืชไร่อายุสั้น เช่น ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ข้าวไร่ และผัก สร้างรากฐานที่ดีให้แก่ชุมชน และโรงเรียนได้ต่อยอดเพิ่มมูลค่าผลผลิตของชุมชน เช่น อะโวกาโด ภายใต้แนวทางการเรียนรู้และพัฒนาตนเองตามธรรมชาติในเด็กและเยาวชนอย่างเต็มศักยภาพ โดยเรียนรู้จากประสบการณ์จริงฝึกทักษะให้ “ทำได้ คิดเป็น ทำเป็น และเกิดการใฝ่รู้อย่า
ในฐานะคนปลูกกาแฟ และคนดื่มกาแฟ ฉันว่าคุณูปการใหญ่หลวงของกาแฟ นอกจากมันเป็นเครื่องดื่มที่ดื่มแล้วชีวิตละมุนละไมแล้ว มันยังเป็นตัวช่วยไม่ให้ป่าหายไปจากโลก เพราะกาแฟเป็นพืชที่ต้องการร่มไม้ มันต้องอยู่ภายใต้แสงรำไรใต้ไม้ใหญ่เท่านั้นจึงจะออกดอกออกผลงดงามมีรสมีกลิ่นที่ดี เราจึงต้องปลูกมันใต้ต้นไม้ ปลูกมันในป่า ไม่ใช่ถางป่าให้เหี้ยนแล้วค่อยปลูกเหมือนพืชอื่น ตราบใดที่ยังมีกาแฟ ตราบนั้นยังมีป่า อันนี้ของแท้แน่นอน กาแฟของ ลี อายุ จือปา หนุ่มอาข่านักสู้วัย 39 ปี ปลูกบนดอยสูงที่อำเภอแม่สรวย จังหวัดเชียงราย เขาโตมาในหมู่บ้านชาวอาข่าบนดอยสูงที่ยากจน ทำเกษตรกันมาหลายชั่วคนและยากจนสม่ำเสมอ แม้จะพยายามขวนขวายหาพืชใหม่มาปลูกมาขาย แต่ก็ไม่เคยเงยหน้าอ้าปากได้ ปลูกกาแฟก็ถูกกดรับซื้อเมล็ดกาแฟราคาจากพ่อค้าคนกลาง จนลีซึ่งมีโอกาสได้ร่ำเรียนถึงขั้นมหาวิทยาลัย ตัดสินใจนำผลผลิตของแม่ มาขายด้วยตนเอง “มันเริ่มจากสงสารแม่ เขาทำงานหนักมาก แต่เงินไม่เคยพอกินพออยู่ อยากให้เขาสบาย ผมบอกเขาว่าผมจะขายกาแฟของเขา กับของพี่น้องบนดอยให้ได้ราคาคุ้มกับที่เขาเหนื่อย” ลีตัดสินใจไม่ขายเมล็ดกาแฟดิบราคาถูกอย่างที่เคยทำ แต่นำมาตาก มา
