เมล่อนญี่ปุ่น
“เมล่อน” จัดเป็นพืชอยู่ในตระกูลแตง คล้ายแคนตาลูป แต่มีความแตกต่างกันที่รสชาติ ความหอม กลิ่น เนื้อ และลวดลายที่สวยงามของผล ขึ้นกับสายพันธุ์ชนิดต่างๆ ปัจจุบัน ในเมืองไทยนิยมปลูกและรับประทานเมล่อนสายพันธุ์ญี่ปุ่น ซึ่งมีคุณสมบัติพิเศษคือ มีความหวาน หอม อร่อย และมีความเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว จนกลายเป็นผลไม้ทำเงินให้กับเกษตรกรในประเทศไทยได้มูลค่าไม่น้อย คุณสุดารัตน์ สุขนุ่ม หรือ คุณยุ้ย ลูกสาวเจ้าของฟาร์มเมล่อนญี่ปุ่น GAP ตั้งอยู่ที่วิสาหกิจชุมชนเมล่อนหมู่ใหญ่ร่วมใจพัฒนา หมู่ที่ 4 ตำบลคู้สลอด อำเภอลาดบัวหลวง จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ลูกหลานชาวนาพลิกฟื้นที่ดินทำกินให้เจริญงอกเงยยิ่งขึ้น ด้วยการปลูกเมล่อนญี่ปุ่น พร้อมสร้างมาตรฐาน GAP เพื่อขยายโอกาสทางการตลาดและเพิ่มมูลค่าสินค้าจนประสบผลสำเร็จ และยังเป็นเรี่ยวแรงสำคัญในการขับเคลื่อนวิสาหกิจชุมชนร่วมกับคุณพ่อในการสร้างมาตรฐานควบคุมผลผลิตเมล่อนจนสามารถส่งห้างได้ต่อเนื่องนานถึง 7 ปี ทำรายได้เข้ากลุ่มเดือนละไม่ต่ำกว่า 500,00-600,000 บาท คุณยุ้ย เล่าถึงจุดเริ่มต้นของการปลูกเมล่อนให้ฟังว่า ก่อนที่ครอบครัวของตนเองจะหันมาปลูกเมล่อนญี่ปุ่นเป็นอาชีพหลัก คุณพ
ฟาร์มเมล่อน สายพันธุ์หวานญี่ปุ่น จ.ลพบุรี ยอดจองแน่น ออเดอร์ล้นข้ามปี ทุกรอบการผลิต มีคนสั่งจองไว้หมด ตั้งแต่เมลอนติดลูกอ่อน ที่อรพรรณ เมลอนฟาร์ม จ.ลพบุรี ซึ่งอยู่ในพื้นที่ของกลุ่มเกษตรอินทรีย์ สุรัติกาล ฟาร์ม เลขที่ 75 หมู่ 5 ต.ป่าตาล อ.เมือง จ.ลพบุรี ปลูกเมลอน 2 สายพันธุ์ในโรงเรือนเดียวกัน คือ สายพันธุ์ แสนหวาน (Sanwan melon) เมลอนสไตล์ญี่ปุ่น ซึ่งมีผลสีเขียวลายตาข่าย เนื้อส้ม หวาน หอม นุ่ม และ เมลอนสายพันธุ์ไทเฮา (Thaihao melon) เป็นเมลอนอีกหนึ่งสายพันธุ์ที่มาจากประเทศจีน ผิวมีรอยแตก สีทอง เนื้อมีสีส้มฟูกรอบ รสชาติหวานกรอบ มีกลิ่นหอม โดยในแต่ละโรงเรือนเพาะปลูก จะมีขนาดกว้าง 6.5 เมตร ยาว 30 เมตร สามารถปลูกเมลอน 2 สายพันธุ์ได้เฉลี่ย 350 ต้น ถึง 380 ต้น ขึ้นอยู่กับช่วงฤดูกาล โดยที่ฟาร์มเมลอนแห่งนี้ มี 3 โรงปลูกแต่ละโรงเรือนจะมีการวางแผนการเพาะปลูก โดยจะมีวงรอบการเพาะปลูกในโรงเรือน 80-90 วัน หมุนเวียนกันไปแบบไม่ตรงกัน เพื่อให้ง่ายต่อการดูแล ทำให้มีผลผลิตออกสู่ตลาดเกือบทั้งปี ในทุก ๆ 2 เดือน และมีความหวานทะลุ 19 บริกซ์ ส่วนวัสดุปลูกของที่ฟาร์มแห่งนี้ จะใช้ทรายแทนดินในการเพราะปลูก
คุณอรัญญา บุญมีมาพาสุข โบรกเกอร์สาวคนเก่ง ได้ควบจากสาวออฟฟิศหันมาทำการเกษตรอย่างจริงจัง ชนิดที่ว่าต้องไม่มีตกเทรนด์ ต้องไม่ลำบาก ให้ทุกคนได้เห็นว่าการทำเกษตรไม่ใช่เรื่องยาก แม้ไม่ได้เรียนทางสายเกษตรแต่ก็สามารถประสบผลสำเร็จได้เช่นกัน โดยคุณอรัญญาได้ทดลองปลูกเมล่อน และเมื่อได้ผลผลิตมาแล้วสามารถขายจนเป็นสินค้าที่ติดตลาด คุณอรัญญา เล่าว่า เมื่อมีโอกาสจึงได้นึกถึงการปลูกพืชแบบแนวใหม่ เพื่อให้ทุกคนไม่ว่าจะเป็นครอบครัวหรือลูกค้าที่เข้ามาซื้อสินค้าภายในสวน ได้เห็นว่าการทำเกษตรไม่ได้ยากเหมือนเช่นสมัยก่อน และการเลือกปลูกเมล่อนญี่ปุ่นเป็นเพราะตลาดมีความต้องการ คุณอรัญญาจึงได้ศึกษาการปลูกอย่างเป็นจริงจัง และนำมาปฏิบัติจริงภายในสวน เมื่อต้องการขยายพื้นที่ จากนั้นจึงมาลงทุนทำโรงเรือนและสร้างเป็นสินค้าที่ขายดีในเวลานี้ “ช่วงที่ศึกษาได้ความรู้ว่าเมล่อนญี่ปุ่น ไม่่ว่าจะผ่านไปกี่ปียังขายได้ เพราะว่ารสชาติดี การขายก็ง่ายเน้นขายออนไลน์กัน เพราะเมล่อนสามารถขายตลาดออนไลน์ได้ดี เน้นการขายด้วยการวาดลวดลาย เพื่อที่จะทำให้มีความน่าสนใจ และลูกค้าสามารถสั่งทำเพื่อมอบเป็นสินค้า มอบให้กันในช่วงวันพิเศษต่างๆ ได้” คุ
“เมล่อน” เป็นพืชในตระกูลแตงที่นิยมปลูกเพื่อการค้าชนิดหนึ่ง เนื่องจากมีราคาต่อผลค่อนข้างสูง อุดมไปด้วยวิตามินซี วิตามินอี เบต้าแคโรทีน แคลเซียม ฟอสฟอรัส และธาตุเหล็ก ล้วนแล้วให้ประโยชน์แก่ร่างกายทั้งนั้น ซึ่งนอกจากประโยชน์ที่มากมายแล้ว เมล่อนยังเป็นผลไม้ที่รับประทานแล้วให้ความสดชื่น ด้วยรสชาติที่หวาน กรอบ และมีกลิ่นหอมเฉพาะตามแต่ละสายพันธุ์ คุณภัทราภรณ์ ทรัพย์นิตย์ หรือ คุณอ้อ เจ้าของลูกอ้อฟาร์มเมล่อน ตั้งอยู่บ้านเลขที่ 38 หมู่ที่ 5 ตำบลบ้านม้า อำเภอบางไทร จังหวัดพระนครศรีอยุธยา อบต. สาวสวย ผู้หลงใหลเมล่อนเป็นชีวิตจิตใจ นำไปสู่การพัฒนาสร้างอาชีพเสริม ใช้พื้นที่ข้างบ้านปลูกเมล่อน เน้นผลิตตามออร์เดอร์ พร้อมได้รับรองมาตรฐาน GAP ยึดสโลแกน “ลูกไหนไม่ดีเราไม่ขาย” ฟันรายได้เกือบ 40,000 บาทต่อรอบการผลิต คุณอ้อ เล่าให้ฟังว่า ปัจจุบันเป็นพนักงานประจำอยู่ที่ อบต. ส่วนการปลูกเมล่อนสร้างรายได้เสริมนั้นมีจุดเริ่มต้นมาจากความชื่นชอบการทำเกษตรอยู่แล้วเป็นชีวิตจิตใจ ซึ่งถ้าหากย้อนไปเมื่อประมาณ 8 ปีที่แล้ว เมล่อนยังเป็นผลไม้ที่ค่อนข้างมีราคาสูง และเกิดความสงสัยขึ้นว่า “ทำไมผลไม้ชนิดนี้ถึงมีราคาแพง” จึงเร
กรุงเทพฯ 21 กุมภาพันธ์ 2565 – เจียไต๋ฟาร์ม โดยกลุ่มบริษัทเจียไต๋ เปิดตัวสุดยอดเมล่อนญี่ปุ่นเกรดพรีเมี่ยม 2 สายพันธุ์ใหม่ล่าสุด “เมล่อนไอโกะ” และ”เมล่อนโมริซัง” คุณภาพคับลูก บรรจงปลูกด้วยความพิถีพิถัน ผสานเทคนิคเฉพาะของเจียไต๋ฟาร์มโดยผู้เชี่ยวชาญด้านเมล่อนตัวจริงเสียงจริง พร้อมเปิดศักราชใหม่ขึ้นแท่นผู้นำที่บุกเบิกตลาดเมล่อนญี่ปุ่นพรีเมี่ยม หรือ King of Melon ในประเทศไทย เจียไต๋ฟาร์ม ไม่หยุดนิ่งที่จะพัฒนาและส่งมอบผลิตผลทางการเกษตรใหม่ๆ สู่ตลาด เพื่อเพิ่มคุณค่าให้ผลิตผลและผลักดันวงการเกษตรของไทย ให้ผู้บริโภคได้ลิ้มรสชาติแห่งความมุ่งมั่น (Taste our Passion) จากการใส่ใจในทุกขั้นตอน ตั้งแต่การคัดสรรและการปรับปรุงสายพันธุ์ การเพาะปลูก เพื่อให้ได้ผลิตผลที่สดใหม่ สะอาด และปลอดภัย ล่าสุดได้เปิดตัวเมล่อนไอโกะและโมริซัง ที่พร้อมวางตลาดให้ผู้บริโภคได้ลิ้มรสชาติความอร่อยแล้ววันนี้ นายมนัส เจียรวนนท์ ประธานคณะผู้บริหาร บริษัท เจียไต๋ จำกัด กล่าวว่า “เจียไต๋ ไม่เป็นเพียงผู้นำด้านนวัตกรรมการเกษตรที่ส่งมอบปัจจัยการผลิตเท่านั้น เรายังเป็นผู้ส่งมอบโซลูชั่นทางการเกษตรที่ครอบคลุมตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ สู่ปลา
ในสถานการณ์ที่เรียกได้ว่าต้องปากกัดตีนถีบ ใครที่จะเริ่มต้นประกอบอาชีพหรือกิจการต่างๆ ก็ยิ่งยากขึ้น แม้แต่คนที่มีงานประจำอยู่แล้วก็ต้องเกาะไว้ให้แน่น ซึ่งในตอนนี้เกาะให้แน่นอย่างเดียวเห็นทีคงจะไม่พอ สำคัญอยู่ที่ต้องรู้จักการปรับตัวตามยุค ตามเศรษฐกิจ ที่เปลี่ยนแปลงเพื่อหาทางรอด 1 คน ต่อ 1 อาชีพ คงไม่อาจอยู่ได้อย่างมั่นคงได้ในยุคนี้ คุณสุทธิวัฒน์ วียะศรี หรือ พี่เวส เจ้าของไร่วียะศรี พ่วงด้วยตำแหน่งประธานเครือข่ายยังสมาร์ทฟาร์มเมอร์ เชียงใหม่ อยู่ที่ 287 หมู่ที่ 4 ตำบลยุหว่า อำเภอสันป่าตอง จังหวัดเชียงใหม่ เกษตรกรรุ่นใหม่ผู้ปรับตัวให้ทันยุคสถานการณ์ในปัจจุบัน ที่จากเดิมเป็นเกษตรกรปลูกพืชเชิงเดียว คือ การปลูกเมล่อนญี่ปุ่น มานานกว่า 8 ปี แต่ในตอนนี้ต้องเพิ่มเติมปรับเปลี่ยนปลูกพืชผสมผสาน เพื่อให้สอดคล้องกับยุคสมัย และเป็นทางรอดให้กับครอบครัว พี่เวส เล่าถึงที่มาของจุดเริ่มต้นการทำเกษตรและการเปลี่ยนภายในสวนว่า ตนเรียนจบปริญญาตรี คณะอุตสาหกรรมเกษตร และปริญญาโท คณะเศรษฐศาสตร์ จากมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ซึ่งจุดเริ่มต้นของการจะทำเกษตรกรรมเกิดขึ้นในตอนสมัยกำลังเรียนปริญญาโทเศรษฐศาสตร์ ไปสะดุดกับคำที่อ
“อำเภอหนองหญ้าไซ” จังหวัดสุพรรณบุรี ถูกเรียกขานเชิงประชดประชันว่า เป็นพื้นที่ “อีสานสุพรรณ” เนื่องจากพื้นที่แห่งนี้ ไม่มีแม่น้ำสายหลักและอยู่ห่างไกลจากแหล่งน้ำชลประทาน จึงขาดแคลนน้ำสำหรับใช้ในการเพาะปลูกมาโดยตลอด ยุคนี้จะพึ่งพาน้ำฝนเพื่อใช้ในการทำนาเหมือนในอดีตคงจะไม่ไหว เกษตรกรในท้องถิ่นแห่งนี้จึงเปลี่ยนอาชีพจากการทำนามาปลูกเมล่อนญี่ปุ่น จนประสบความสำเร็จทั้งหมู่บ้าน วิสาหกิจชุมชนกลุ่มผู้ปลูกเมล่อนบ้านหนองคาง เมื่อ ปี 2549 กลุ่มเกษตรกรผู้ปลูกเมล่อนญี่ปุ่นในท้องถิ่น ได้รวมตัวกันจัดตั้ง “วิสาหกิจชุมชนกลุ่มผู้ปลูกเมล่อนบ้านหนองคาง” ภายใต้การนำของ คุณอำนาจ แตงโสภา นายกองค์การบริหารส่วนตำบลแจงงาม (อบต. แจงงาม) ปัจจุบันวิสาหกิจชุมชนแห่งนี้ มีชื่อเสียงเป็นที่ยอมรับในวงกว้าง ว่าเป็นผู้ผลิตเมล่อนญี่ปุ่นในรูปแบบโรงเรือนปิด ปลอดสารพิษตกค้างตามมาตฐาน GAP ที่มีคุณภาพรสชาติความหวานเป็นที่ 1 วิสาหกิจชุมชนกลุ่มผู้ปลูกเมล่อนบ้านหนองคาง มีการจัดการผลิตที่เป็นระบบ โดยกำหนดรอบเวรให้สมาชิกแต่ละรายปลูกห่างกัน 4 วัน เพื่อให้มีผลผลิตป้อนเข้าสู่ตลาดตลอดทั้งปี กลุ่มวิสาหกิจชุมชนต้นแบบแห่งนี้ตั้งใจทำงานด้วยคว
บริษัท สยามแม็คโคร จำกัด (มหาชน) โดย นางจุฑารัตน์ พัฒนาทร (ที่ 2 จากซ้าย) รองผู้อำนวยการฝ่ายประกันคุณภาพ เป็นตัวแทนรับใบประกาศเกียรติคุณ ในฐานะที่เป็นองค์กรที่สนับสนุนกิจกรรมลดก๊าซเรือนกระจก (Low Emission Support Scheme) ด้วยโครงการลดการใช้ปุ๋ยเคมีของผลิตภัณฑ์เมล่อนญี่ปุ่น MQP ภายในงาน “ร้อยดวงใจ ร่วมใจลดโลกร้อน ประจำปี 2561” ซึ่งจัดโดยองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) โดยมี พลเอกสุรศักดิ์ กาญจนรัตน (ที่ 3 จากขวา) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ให้เกียรติเป็นประธานในพิธีมอบ ณ โรงแรมเซ็นทารา แกรนด์ แอท เซ็นทรัลพลาซา ลาดพร้าว เมื่อเร็วๆ นี้
“ อำเภอหนองหญ้าไซ ” จังหวัดสุพรรณบุรี ถูกเรียกขานเชิงประชดประชันว่า เป็นพื้นที่ “ อีสานสุพรรณ” เนื่องจากพื้นที่แห่งนี้ ไม่มีแม่น้ำสายหลักและอยู่ห่างไกลจากแหล่งน้ำชลประทานจึงขาดแคลนน้ำสำหรับใช้ในการเพาะปลูกมาโดยตลอด ยุคนี้จะพึ่งพาน้ำฝนเพื่อใช้ในการทำนาเหมือนในอดีต คงจะไม่ไหว เกษตรกรในท้องถิ่นแห่งนี้จึงเปลี่ยนอาชีพจากการทำนามาปลูกเมล่อนญี่ปุ่น จนประสบความสำเร็จทั้งหมู่บ้าน วิสาหกิจชุมชนกลุ่มผู้ปลูกเมล่อนบ้านหนองคาง เมื่อปี 2549 กลุ่มเกษตรกรผู้ปลูกเมล่อนญี่ปุ่นในท้องถิ่น ได้รวมตัวกันจัดตั้ง “ วิสาหกิจชุมชนกลุ่มผู้ปลูกเมล่อนบ้านหนองคาง ” ภายใต้การนำของ คุณอำนาจ แตงโสภา นายกองค์การบริหารส่วนตำบลแจงงาม ( อบต.แจงงาม ) ปัจจุบันวิสาหกิจชุมชนแห่งนี้ มีชื่อเสียงเป็นที่ยอมรับในวงกว้างว่าเป็น ผู้ผลิตเมล่อนญี่ปุ่นในรูปแบบโรงเรือนปิดปลอดสารพิษตกค้างตามมาตฐานGAP ที่มีคุณภาพรสชาติความหวานเป็นที่ 1 วิสาหกิจชุมชนกลุ่มผู้ปลูกเมล่อนบ้านหนองคาง มีการจัดการผลิตที่เป็นระบบโดยกำหนดรอบเวรให้สมาชิกแต่ละรายปลูกห่างกัน 4 วัน เพื่อให้มีผลผลิตป้อนเข้าสู่ตลาดตลอดทั้งปี กลุ่มวิสาหกิจชุมชนต้นแบบแห่งนี้ตั้งใจทำงา
ในการทำเกษตรปัจจุบันนั้น หากจะให้มีเงินเหลือเก็บเหลือใช้ ประการแรกต้องเลือกพืชผักผลไม้ที่ได้ราคาดีและเป็นที่ต้องการของตลาด มีคุณภาพมาตรฐานในระดับสากล พร้อมกันนั้นต้องมีปัจจัยเรื่องการตลาดมารองรับด้วย ซึ่งมีความสำคัญไม่น้อยกว่าการผลิตเลย จะเห็นว่าช่วงไม่กี่ปีมานี้ เกษตรกรกลุ่มหนึ่งในหลายจังหวัดหันมาปลูกเมล่อน อย่างสุโขทัย กาญจนบุรี สุพรรณบุรี ฯลฯ เพราะได้ราคาดีมีตลาดรองรับ สามารถส่งขายทั้งในและต่างประเทศ ควบคุมผลผลิตได้ด้วยเทคโนโลยี เรียกว่าเป็นผลไม้ที่มาแรงในเวลานี้จริงๆ ซึ่งแม้การลงทุนจะสูงในช่วงเริ่มต้น แต่ผลตอบแทนที่ได้นับว่าคุ้มค่าทีเดียว 2 ปี ปลูกได้ 7 รอบ อย่างเกษตรกรที่อำเภอหนองหญ้าไซ จังหวัดสุพรรณบุรี ซึ่งพื้นที่นี้ไม่มีแม่น้ำหรือแหล่งน้ำทางธรรมชาติไหลผ่าน แต่ก็สามารถปลูกเมล่อนในโรงเรือนได้ โดยมีการขุดแหล่งน้ำในพื้นที่ของตัวเอง ทางบริษัท สยามแม็คโคร จำกัด (มหาชน) พาไปดูแปลงปลูกเมล่อนของ “วิสาหกิจชุมชนกลุ่มผู้ปลูกเมล่อนบ้านหนองคาง” ภายใต้การนำของ “คุณอำนาจ แตงโสภา” นายกองค์การบริหารส่วนตำบลแจงงาม ที่ส่งขายในแม็คโคร เพื่อให้เห็นว่าที่นี่ปลูกเมล่อนกันอย่างไรถึงประสบความสำเร็จ ประเ
