เมล่อนดาดฟ้า
จังหวัดไหนๆ ก็ต้องมีไม้ผลของดีประจำจังหวัด ผลผลิตคุณภาพโดดเด่น สร้างงานและเงินให้กับเกษตรกรในจังหวัดอย่างน้อย 2-3 ชนิด จังหวัดมหาสารคามเอง เป็นจังหวัดในพื้นที่ภาคอีสาน ที่อาจมองไม่เห็นความเด่นของไม้ผลชัดมากนัก เพราะความเหมาะสมของพื้นที่ปลูก สภาพภูมิอากาศไม่เอื้ออำนวยเท่าไหร่ เมื่อหากย้อนรอยไป 2 ปีที่ผ่านมา “เมล่อน” ไม้ผลตระกูลแตง เริ่มมีเสียงกล่าวถึงเข้มข้นขึ้นเรื่อยๆ พื้นที่ 14 ไร่ ไม่นับว่ามาก หากใช้เป็นโรงเรือน โรงปรับปรุงพันธุ์ ของไม้ผลสักชนิด แต่ก็ถือว่าเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีของ เทพมงคล ฟาร์ม หรือ บริษัท เทพมงคลเมล็ดพันธุ์ จำกัด ที่เพิ่งเปิดตัวทำฟาร์มเมล่อน ติดตั้งโรงเรือนและระบบน้ำหยด ให้เมล่อนคุณภาพดี เมื่อปี 2555 ที่ผ่านมา เพราะนับตั้งแต่ผลผลิตเมล่อนรุ่นแรกที่ได้ ก็ขึ้นห้างวางขายในราคากิโลกรัมละไม่ต่ำกว่า 100 บาท คุณมงคล ธราดลธนสาร กรรมการผู้จัดการ บริษัท เทพมงคลเมล็ดพันธุ์ จำกัด หนุ่มไฟแรงที่เพิ่งผ่านการศึกษาจากสาขาพืชผัก ภาควิชาพืชสวน คณะผลิตกรรมการเกษตร มหาวิทยาลัยแม่โจ้ มาเมื่อ 10 ปีที่แล้ว หลังจบการศึกษาก็เข้าทำงานตำแหน่งนักส่งเสริมเมล็ดพันธุ์ ของบริษัทจำหน่ายเมล็ดพันธุ์ชื่อ
ในช่วงเศรษฐกิจแบบนี้ หลายคนหันมาทำอาชีพเสริม เช่นเดียว กับคุณมานพ เปรมปรีดิ์ซึ่งอาชีพหลักเป็นวิศวกร แต่วันหยุดแปลงร่างมาเป็นเกษตรกร มาปลูกเมล่อนบนดาดฟ้าใช้พื้นที่เพียง 50 ตรม. ก็สร้างรายได้ไปพร้อมกับความสุข เมล่อน” ถือเป็นราชินีแห่งพืชตระกูลแตง สามารถแบ่งชนิดออกเป็น 3 กลุ่มใหญ่ ตามลักษณะของผลครับ โดยรูปแบบการปลูกที่นิยมปลูกในบ้านเรานั้นมี 3 แบบ คือ ปลูกในแปลงแบบมีค้าง ปลูกบนดิน และปลูกในถุง พี่มานพ เล่าให้ฟังว่า เริ่มปลูกครั้งแรก 20 ต้น โดยเผยแพร่ผ่านเฟสบุ๊คโดยไม่ได้หวังทำการตลาดอะไรมากมาย จนกระทั่งมีเพื่อนในโซเชียลให้ความสนใจ ติดต่อสอบถามเข้ามาอย่างต่อเนื่อง จึงเริ่มเพิ่มจำนวนขึ้น สำหรับสายพันธุ์เมล่อน จะเป็นสายพันธุ์ญี่ปุ่น คือ ฮันนี่ นัตสึ (เนื้อเขียว) และ ออรินจิ (เนื้อส้ม) เป็นสายพันธุ์ที่อายุเก็บเกี่ยวเท่ากัน สามารถปลูกในโรงเรือนเดียวกันได้ พี่มานพ บอกว่า การปลูกเมล่อนบนดานฟ้า ต่างจากการปลูกทั่วไป คือ วัสดุปลูก และพื้นที่ โดยการปลูกเมล่อนบนดาดฟ้าของพี่มานพ ใช้พื้นที่ 50 ตรม. ใช้เงินลงทุนแบ่งเป็น 2 ส่วน คือ 1. สร้างโรงเรือนพร้อมระบบน้ำ ใช้เงินประมาณ 40,000 – 50,000 บาท 2. ค่าเมล็ด
