เลี้ยงควาย
จากสถานการณ์วิกฤตราคาน้ำมันในประเทศไทยที่ปรับตัวสูงขึ้นต่อเนื่อง ส่งผลกระทบเป็นวงกว้าง ทั้งภาคธุรกิจ ภาคขนส่ง รวมถึงประชาชนทั่วไปที่ต้องแบกรับภาระค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้น หลายพื้นที่เริ่มปรับตัวเพื่อความอยู่รอด โดยเฉพาะภาคเกษตรที่ได้รับผลกระทบโดยตรงจากต้นทุนเชื้อเพลิงที่สูงขึ้น ล่าสุด พื้นที่หมู่ที่ 6 ตำบลคลองหลวงแพ่ง อำเภอเมือง จังหวัดฉะเชิงเทรา นางวรรณณี เปลี่ยมสมบูรณ์ อายุ 51 ปี ชาวบ้านในพื้นที่ กำลังต้อนฝูงควายเลี้ยงอยู่ในทุ่งข้างบ้าน ซึ่งกำลังเป็นที่สนใจหลังเปิดให้เช่าควายนำไปไถนา นางวรรณณีเผยว่า ประกอบอาชีพเลี้ยงควายสืบทอดมาตั้งแต่รุ่นพ่อแม่ ปู่ย่า ตายาย ในช่วงนี้มีผู้สนใจติดต่อสอบถามค่าเช่าควายเพื่อนำไปใช้ทำนาแทนเครื่องจักร เนื่องจากต้องการลดค่าใช้จ่ายด้านน้ำมัน อัตราค่าเช่าอยู่ที่เดือนละ 5,000-6,000 บาท ขึ้นอยู่กับขนาดพื้นที่ ส่วนค่าขนส่งต้องตกลงเพิ่มเติมกับผู้เช่า เจ้าของควายเล่าต่อว่า ควายที่ใช้งานไถนาได้ต้องอายุประมาณ 3-5 ปี เช่น “เจ้าปลายฟ้า” ควายตัวใหญ่สูงเกือบ 2 เมตร สามารถลงแรงไถนาได้อย่างมีประสิทธิภาพ จากภาวะราคาน้ำมันที่พุ่งสูงต่อเนื่องทำให้ประชาชนจำนวนมากหันมาใช้วิธีประหยั
เกษตรกรสาวสวยบึงกาฬ ที่ชาวโซเชียลรู้จักในนาม “เด็กเลี้ยงควาย by ใบเตย” จากเด็กเลี้ยงควายไล่ทุ่งเริ่มจากเลี้ยงแก้เหงากลายมาเป็นความชอบ ทำรายได้สูงสุดหลักล้านต่อปี เพื่อที่จะพัฒนาให้เป็นควายงามส่งเข้าประกวด โดยเริ่มพัฒนาจากแม่พันธุ์ควายเนื้อ เป็นควายงาม แรงบันดาลใจที่ทำให้เปลี่ยนความคิดและมุมมองเกิดขึ้นตอนไปเห็นควายในสนามประกวด คุณสริฏา เดชา หรือ คุณใบเตย เจ้าของโขงนทีฟาร์มควายไทย ตั้งอยู่ที่ หมู่ 10 ตำบลโพธิ์หมาแข้ง อำเภอบึงโขงหลง จังหวัดบึงกาฬ เรียกได้ว่าเป็นวัยรุ่นสาวดีกรีปริญญาตรี จบจากมหาวิทยาลัยแม่โจ้ สาขาสัตวศาสตร์ เอกการผลิตสุกร ถึงแม้ว่าจะไม่ได้จบเอกสายโคกระบือโดยตรง คุณใบเตย เล่าว่า ยังไงก็สามารถพัฒนาได้เหมือนหมู หลังจากนั้นก็ได้ศึกษาและเลี้ยงพัฒนาให้เป็นควายงามที่ดี นิสัยความน่ารักของควาย เขาพูดไม่ได้แต่สามารถแสดงพฤติกรรมให้เห็น ความยากของการเลี้ยงควายที่พัฒนา คือ ความอดทน และระยะเวลา เนื่องจากควายที่พัฒนาจะใช้ระยะเวลาในการตั้งท้องเกือบปี กว่าจะได้แม่พันธุ์ต้องใช้ระยะเวลา 2-3 ปี เรื่องของความอดทนจึงมาก่อน จุดเริ่มต้นที่สนใจ เกิดจากการที่เราจะซื้อควายงามมาเลี้ยงแต่ไม่รู้ประวัติ
เลี้ยงควายที่เกาะช้าง ดูเป็นเรื่องแปลกไม่น่าเชื่อจะมีวีถีชีวิตเช่นนี้ เพราะเกาะช้างได้ชื่อว่าเป็นแหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติที่สวยงามติดอันดับต้นๆ ของภาคตะวันออก แต่ในสภาพพื้นที่เกาะช้างด้านในหรือด้านทิศตะวันออกหรือมักจะเรียกว่า “เกาะช้างเลี้ยวซ้าย” ยังมีพื้นที่เกษตรกรรมเพาะปลูกผลไม้ ทุเรียนชะนี GI ส้มโอ รวมทั้งสวนมะพร้าวที่มาตั้งแต่ดั้งเดิม แต่ 8-10 ปีที่ผ่านมาพื้นที่ได้มีการเปลี่ยนมือไปเพื่อการลงทุนทางธุรกิจท่องเที่ยวค่อนข้างมาก เช่นเดียวกับ นาวาโท สมบัติ บุญเกิดพานิชย์ หรือ “เสธบัติ” ชาวเกาะช้าง ลาออกจากราชการและกลับมาใช้ชีวิตที่บ้านเกิดทำธุรกิจสนามยิงปืน “บ้านลูกช้าง เกาะช้าง” (Koh Chang Shooting Range) พร้อมกับ คุณจารุวรรณ จินตกานนท์ ภรรยา แต่ที่แปลกต่างไปคือ การนำควายมาเลี้ยงในพื้นที่สนามยิงปืน เป็นที่เดียวบนเกาะช้างและมีแนวทางที่จะพัฒนาเป็นการท่องเที่ยวที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ไอเดียจากปัญหาการกำจัดหญ้า ไม่ใช้สารเคมี นาวาโท สมบัติ ครอบครัวทำเกษตรกรรมและประมงที่เกาะช้าง แม้ชีวิตราชการจะรุ่งโรจน์ แต่กลับตัดสินใจลาออกมาใช้ชีวิตที่เงียบสงบที่บ้านเกิดและสร้างธุรกิจสนามยิงปืน เล่าถึงที่ม
กระบือ หรือ ควาย ในสมัยก่อนนั้นนำมาเป็นสัตว์ที่ช่วยในเรื่องของการทำเกษตร หรือที่คุ้นเคยกันดีคือการไถนา นอกจากจะช่วยงานแล้ว กระบือยังเป็นสัตว์เลี้ยงที่สร้างความผูกพันให้กับผู้เลี้ยงไม่น้อยทีเดียว ซึ่งกระบือไทยในสมัยก่อนมีโครงสร้างตัวที่ยังไม่ใหญ่มากเหมือนเช่นทุกวันนี้ ซึ่งปัจจุบันกระบือไทยได้มีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง คือการนำมาปรับปรุงสายพันธุ์ให้ได้โครงสร้างที่ใหญ่กว่าแต่ก่อน เพราะมองไปถึงอนาคตว่านอกจากการอนุรักษ์แล้ว ยังสามารถมุ่งเป้าการพัฒนาไปสู่การเป็นกระบือเนื้อเพื่อการบริโภค คุณบุณยนุช เรืองเพชร หรือ คุณอ้อ เจ้าของคณาภัณฑ์ ฟาร์ม ตั้งอยู่เลขที่ 195 หมู่ที่ 2 ตำบลนาคู อำเภอนาคู จังหวัดกาฬสินธุ์ ได้นำกระบือเข้ามาเลี้ยงโดยมีความมุ่งหวังที่จะพัฒนาสายพันธุ์กระบือให้มีคุณภาพ ตั้งแต่โครงสร้างตัวที่ใหญ่และศักยภาพหลายๆ ด้าน ซึ่งเธอคาดหวังว่าจากจุดเริ่มต้นเหล่านี้ จะเป็นการสร้างทิศทางให้กระบือไทยได้มีช่องทางตลาดในวงกว้าง ไม่ใช่เป็นการเลี้ยงเพื่ออนุรักษ์หรือประกวดเพียงอย่างเดียว กระบือ สัตว์เลี้ยงให้ความสุข คุณอ้อ เล่าให้ฟังว่า เดิมทีครอบครัวของเธอเลี้ยงโคเนื้อสร้างรายได้มาก่อน ต่อมามีโอกาสน
เกษตรกรสาวสวยบึงกาฬ ที่ชาวโซเชียลรู้จักในนาม “เด็กเลี้ยงควาย by ใบเตย” จากเด็กเลี้ยงควายไล่ทุ่งเริ่มจากเลี้ยงแก้เหงากลายมาเป็นความชอบ ทำรายได้สูงสุดหลักล้านต่อปี เพื่อที่จะพัฒนาให้เป็นควายงามส่งเข้าประกวด โดยเริ่มพัฒนาจากแม่พันธุ์ควายเนื้อ เป็นควายงาม แรงบันดาลใจที่ทำให้เปลี่ยนความคิดและมุมมองเกิดขึ้นตอนไปเห็นควายในสนามประกวด คุณสริฏา เดชา หรือ คุณใบเตย เจ้าของโขงนทีฟาร์มควายไทย ตั้งอยู่ที่ หมู่ 10 ตำบลโพธิ์หมาแข้ง อำเภอบึงโขงหลง จังหวัดบึงกาฬ เรียกได้ว่าเป็นวัยรุ่นสาวดีกรีปริญญาตรี จบจากมหาวิทยาลัยแม่โจ้ สาขาสัตวศาสตร์ เอกการผลิตสุกร ถึงแม้ว่าจะไม่ได้จบเอกสายโคกระบือโดยตรง คุณใบเตย เล่าว่า ยังไงก็สามารถพัฒนาได้เหมือนหมู หลังจากนั้นก็ได้ศึกษาและเลี้ยงพัฒนาให้เป็นควายงามที่ดี นิสัยความน่ารักของควาย เขาพูดไม่ได้แต่สามารถแสดงพฤติกรรมให้เห็น ความยากของการเลี้ยงควายที่พัฒนา คือ ความอดทน และระยะเวลา เนื่องจากควายที่พัฒนาจะใช้ระยะเวลาในการตั้งท้องเกือบปี กว่าจะได้แม่พันธุ์ต้องใช้ระยะเวลา 2-3 ปี เรื่องของความอดทนจึงมาก่อน จุดเริ่มต้นที่สนใจ เกิดจากการที่เราจะซื้อควายงามมาเลี้ยงแต่ไม่รู้ประวัติ
มีชาวบ้านในพื้นที่ตำบลชะอม อำเภอแก่งคอย จังหวัดสระบุรี หลายครัวเรือนประสบปัญหาการทำนาไม่ได้ผลแล้วส่งผลต่อรายได้ จึงเปลี่ยนมาเลี้ยงกระบือหรือควายขุนเนื้อขายแทน เนื่องจากมีต้นทุนต่ำ เลี้ยงง่าย ทนทาน แล้วขายได้ราคา มีรายได้ดีกว่าทำนาเสียด้วย!! เมื่อเป็นเช่นนี้แล้ว จึงต้องลงพื้นที่ไปพูดคุยกับชาวบ้านและผู้เกี่ยวข้องกับการเลี้ยงควายกันสักหน่อย ผู้ใหญ่ไพฑูรย์ แพทย์เจริญ อยู่บ้านเลขที่ 30 หมู่ที่ 6 ตำบลชะอม อำเภอแก่งคอย จังหวัดสระบุรี โทรศัพท์ (081) 762-6957 บอกว่า ลูกบ้านในชุมชนที่ดูแลอยู่ มีจำนวน 125 ครัวเรือน ทำเกษตรกรรมหลายชนิด ไม่ว่าจะเป็นอาชีพไม้ขุดล้อมที่มีชื่อเสียงแห่งหนึ่งของประเทศ แล้วยังทำนา ทำไร่ และเลี้ยงกระบือขาย พร้อมกับบอกถึงเหตุผลที่ชาวบ้านต้องเปลี่ยนแนวทางการเลี้ยงควายจากเดิมที่ใช้ทำนาทำไร่แล้วมาเลี้ยงขายเนื้อ เพราะในระยะหลังพื้นที่ทำนาลดน้อยลงมาก ประกอบกับมีหลายปัจจัยที่ชาวบ้านเลิกทำนา ไม่ว่าจะเป็นสภาพดินฟ้าอากาศ ราคาปุ๋ยยา ค่าแรงที่สูงขึ้น ราคาข้าวไม่คงที่ ประกอบกับการที่เครื่องจักรเกษตรตอบสนองความต้องการได้ดีกว่าควาย ฉะนั้น ควายที่มีอยู่จึงต้องหาวิธีอื่นที่สร้างประโยชน์แท
