เลี้ยงตั๊กแตนปาทังก้า
ตั๊กแตนปาทังก้า ถือเป็นศัตรูพืชที่เป็นปัญหาของเกษตรกรทั่วโลก รวมถึงประเทศไทยของเราก็เช่นกัน ในอดีตมีแผนปูพรมกวาดล้างฉีดพ่นยาฆ่าแมลงเพื่อกำจัดตั๊กแตนปาทังก้า แต่ในวิกฤตยังมีโอกาสเสมอ เกษตรกรไทยได้เรียนรู้ว่าแท้จริงแล้วอาวุธที่ดีที่สุด ในการจัดการกับตั๊กแตนตัวร้ายก็คือน้ำมันร้อนๆ ซอสปรุงรสนั่นเอง จึงเกิดอาชีพให้เกษตรกรหลายคน จากการจับตั๊กแตนปาทังก้า มีทั้งการเก็บขายผ่านพ่อค้าคนกลาง และทอดขายร้อนๆ เป็นอาหารว่างหรือกับแกล้มรสโอชะ โปรตีนสูง ยิ่งเคี้ยวยิ่งเพลินจนตั๊กแตนทอดกลายเป็นสตรีตฟู้ดยอดนิยม เมื่อได้รับความนิยมมากขึ้น ตั๊กแตนปาทังก้าก็มีราคาสูงขึ้น จนชาวบ้านสามารถสร้างรายได้จากการจับตั๊กแตนขายได้มากกว่าการปลูกพืชบางชนิดเสียอีก คุณสมเกียรติ แก้วเกลียว อยู่หมู่ที่ 12 ตำบลตาอ็อง อำเภอเมืองสุรินทร์ จังหวัดสุรินทร์ ประกอบอาชีพเสริมเพาะเลี้ยงตั๊กแตนปาทังก้า คุณสมเกียรติ เล่าว่า อาชีพหลักของตนเองนั้นเป็นช่างซ่อมโทรศัพท์มือถือ แต่ด้วยเป็นคนที่ชื่นชอบในการกินตั๊กแตน และมีพี่สาวเพาะเลี้ยงจำหน่ายตั๊กแตนปาทังก้า จึงได้ศึกษาหาข้อมูลจากพี่สาว และทดลองเลี้ยงตั๊กแตนปาทังก้า เริ่มจากการซื้อไข่ตั๊กแตนปาท
ออเดอร์เข้ารัวๆ ยายวัย 72 สู้ภัยแล้ง เลี้ยง ตั๊กแตนปาทังก้าขาย รายได้ดีแบบเป็นตัวกิโลกรัมละ 250 บาท ส่วนไข่กิโลละ1 หมื่นบาท มีเท่าไหร่ก็ไม่พอขาย คุณยายวงเดือน ไชยสูงเนิน อายุ 72 ปี ชาวบ้าน บ้านทองหลาง ตำบลในเมือง อำเภอพิมาย จังหวัดนครราชสีมา สู้วิกฤติภัยแล้ง หันมาเลี้ยงตั๊กแตนปาทังก้าขายสร้างรายได้ โดยเริ่มจากซื้อไข่ตั๊กแตนมา 1 ขีดหรือ 100 กรัม นำมาเพาะขายได้ 500 ตัว จากนั้นให้ตั๊กแตนเพาะผสมพันธุ์กันเอง จนได้ไข่รุ่นใหม่ แล้วนำมาขยายพันธุ์ต่อ ซึ่งได้ผลดี จึงเริ่มเพาะขายเอง ซึ่งขั้นตอนของการเลี้ยงตั๊กแตน เริ่มจากการเตรียมสถานที่เลี้ยงต้องเป็นระบบปิด ใช้มุ้งตาข่ายเขียวขนาดเล็กมาเย็บต่อกัน ให้เป็นโรงเรือนเพาะเลี้ยงรูปทรงสี่เหลี่ยม กว้าง 3 เมตร ยาว 4 เมตร จากนั้น นำไข่ตั๊กแตนมาเพาะเลี้ยง เมื่อตั๊กแตนฟักออกจากไข่ ก็เริ่มให้อาหารด้วยใบกล้วยหรือหญ้า ฉีดพรมน้ำเช้า-เย็น รอให้ตั๊กแตนมีอายุ 45 วัน ก็จะเริ่มผสมพันธุ์กันเอง และออกไข่ในกระบะทราย แล้วทยอยเขี่ยเอาไข่ตั๊กแตนเก็บไว้ โดยเว้นระยะห่าง 2 วัน จึงค่อยเก็บใหม่ เมื่อตั๊กแตนอายุได้ 60 วัน ก็จะเริ่มทยอยจับตัวส่งขายได้ ซึ่งมีออร์เดอร์สั่งซื้อตั๊กแต
