เลี้ยงปลาผสมผสาน
ท่ามกลางพื้นที่ชายฝั่งของจังหวัดจันทบุรี มีฟาร์มเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำแบบผสมผสานขนาดเล็กเพียง 1 ไร่ และบ่อดิน 8 ไร่ ที่ค่อยๆ เติบโตขึ้นจากแรงรัก ความตั้งใจ และประสบการณ์กว่า 30 ปี ของคุณอำนวย วงศ์วารี ผู้ที่ใช้ความรู้จากการทำงานในศูนย์ศึกษาการพัฒนาอ่าวคุ้งกระเบนอันเนื่องมาจากพระราชดำริ มาต่อยอดจนกลายเป็นแหล่งเรียนรู้สำคัญของชุมชน สร้างรายได้ควบคู่กับการอนุรักษ์ทรัพยากรชายฝั่งได้อย่างงดงาม จากชีวิตราชการ สู่เส้นทางเกษตรกรที่ใช้ความรู้เป็นทุน คุณอำนวย เล่าว่า เริ่มทำงานที่ศูนย์ศึกษาการพัฒนาอ่าวคุ้งกระเบนอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ฝ่ายผลิตพันธุ์สัตว์น้ำชายฝั่ง ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2538 ทำงานต่อเนื่องยาวนานมากกว่า 30 ปี คลุกคลีอยู่กับการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่ง การสร้างอาหารมีชีวิต แพลงก์ตอนพืช-แพลงก์ตอนสัตว์ และการอนุบาลสัตว์น้ำวัยอ่อน ความรู้ที่สั่งสมทำให้เขาเข้าใจระบบนิเวศและการจัดการแบบธรรมชาติเป็นอย่างดี ด้วยความรักในงานเพาะเลี้ยงเป็นทุนเดิม หรือที่เขาเรียกว่าระเบิดจากข้างใน จึงตัดสินใจเริ่มทำฟาร์มเล็กๆ เป็นรายได้เสริม โดยนำความรู้ทั้งหมดมาประยุกต์ในพื้นที่ของตนเอง ทั้งระบบบ่อ การเลี้ยง การอนุบา
การส่งเสริมการเลี้ยงปลาแบบพัฒนา ให้อาหารเม็ดสำเร็จรูปตั้งแต่เริ่มอนุบาลไปจนถึงจับขาย เป็นวิธีการเลี้ยงแบบพัฒนาที่ต้องใช้ต้นทุนสูง ส่งผลต่อเกษตรกรผู้เลี้ยงปลาที่มีต้นทุนน้อย ดังนั้น เกษตรกรผู้เลี้ยงจึงต้องหันมาปรับเปลี่ยนวิธีการเพาะเลี้ยงใหม่โดยอาศัยธรรมชาติผสมผสานกับวิธีการเลี้ยงแบบพัฒนา เพื่อช่วยลดต้นทุนการผลิตแต่ยังคงคุณภาพและปริมาณ การเลี้ยงปลาในบ่อดินเป็นการเลี้ยงปลาที่คล้ายกับการเลี้ยงปลาปล่อยตามธรรมชาติ ปลาสามารถหาอาหารตามธรรมชาติภายในบ่อเลี้ยงกินได้ ซึ่งมีทั้งวัชพืช ธาตุอาหาร และแพลงตอนมากมายที่เกิดขึ้นอยู่ภายในบ่อ ซึ่งสิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นปัจจัยต่อการเติบโตของปลาเป็นอย่างดี พี่บุญส่ง วงศ์คำภู เป็นหนึ่งในเกษตรกรที่หันมาทำอาชีพประมงเพาะเลี้ยงปลาเบญจพรรณบ่อดิน ควบคู่กับการเพาะเลี้ยงกุ้งขาวทั้งระบบปิดและเลี้ยงตามธรรมชาติ เป็นอาชีพหลัก ในพื้นที่ตำบลบางปลาร้า อำเภอบ้านสร้าง จังหวัดปราจีนบุรี กล้าคิด กล้าทำ กล้าเปลี่ยน พี่บุญส่ง เล่าให้ฟังว่า เดิมตนเองและครอบครัวประกอบอาชีพเกษตรกรรม เลี้ยงไก่ไข่ เลี้ยงหมู ปลูกพืช โดยอาศัยใต้ถุนบ้านและพื้นที่รอบๆ บริเวณบ้านเป็นสถานที่ทำกิจกรรมทั้งหมด ทำ
การเพาะเลี้ยงปลาปัจจุบัน มีหลากหลายรูปแบบ ซึ่งที่เห็นและนิยมกันคือ การเพาะเลี้ยงในบ่อดินขนาดใหญ่ ในกระชังริมแม่น้ำ บ่อซีเมนซ์ และอื่นๆ (เชิงพาณิชย์) ซึ่งการเพาะเลี้ยงตามที่กล่าวมา สามารถควบคุมปริมาณ น้ำหนัก อีกทั้งยังสามารถเร่งการเจริญเติบโต ใช้ระยะเวลาเลี้ยงเพียง 4-5 เดือน ก็สามารถจับไปจำหน่ายทำเงินไว้กว่าการเลี้ยงปล่อยตามธรรมชาติ แต่อย่างไรก็ตาม การเพาะเลี้ยงปลาในเชิงพาณิชย์ แต่ละรอบการผลิตต้องใช้ต้นทุนสูง ทั้งเรื่องของอาหาร วิตามินเสริมต่างๆ ตลอดจนค่าจ้างแรงงานในการจับปลาไปจำหน่าย ทำให้เกษตรกรหลายรายหันมาปรับสูตรการเพาะเลี้ยงปลา หันมาพึ่งพิงธรรมชาติ เพื่อต้องการลดต้นทุนการผลิต คุณพรปวีร์ แสงฉาย เป็นเกษตรกรผู้ปลูกข้าวที่หันมาให้ความสนใจกับอาชีพเพาะเลี้ยงปลาเบญจพรรณควบคู่กับการทำนาในพื้นที่ตำบลบางเสด็จ อำเภอป่าโมก จังหวัดอ่างทอง “พื้นที่บริเวณนี้เป็นพื้นที่ลุ่ม เหมาะที่จะเพาะเลี้ยงปลามากว่าอาชีพอื่นๆ เนื่องจากมีระบบชลประทานที่พร้อม เพียงเปิดน้ำเข้าบ่อก็สามารถเพาะเลี้ยงปลาได้แล้ว ประจวบเหมาะในช่วงนั้นทางญาติฝ่ายแม่เลี้ยงกันอยู่ ทำให้เราได้เห็นได้สัมผัสและศึกษาวิธีการเลี้ยงจนเกิดความชำน
คุณวิรัตน์ คงหวัง อยู่บ้านเลขที่ 108 หมู่ที่ 2 ตำบลลานข่อย อำเภอป่าพยอม จังหวัดพัทลุง เป็นเกษตรกรผู้เห็นช่องทางการสร้างรายได้ โดยที่ไม่ยึดติดกับการทำเกษตรเชิงเดี่ยวมากเกินไป โดยได้มีการแบ่งพื้นที่บางส่วนมาปรับเปลี่ยนทำประมง เพื่อให้มีรายได้หลากหลายช่องทาง จึงทำให้สิ่งที่ทำจากที่คิดจะทำเป็นอาชีพเสริมกลับมีรายได้ให้กับเขาได้อย่างดี เมื่อเทียบกับการทำงานประจำกันเลยทีเดียว ทำประมงเสริมรายได้ คุณวิรัตน์ คงหวัง เล่าให้ฟังว่า เดิมมีอาชีพเกี่ยวกับการเกษตรอยู่แล้ว คือปลูกหญ้าเนเปียร์เพื่อส่งขายให้กับเกษตรกรที่เลี้ยงโค แพะ และแกะ พร้อมทั้งมีรายได้บางส่วนเกิดจากการค้าขายทั่วไป ต่อมาจึงรู้สึกว่าอยากแบ่งพื้นที่บางส่วนบริเวณบ้านให้เกิดประโยชน์ โดยที่ไม่ยึดติดการเกษตรแบบเชิงเดี่ยวมากเกินไป จึงได้มีแนวความคิดแบ่งพื้นที่บางส่วนขุดเป็นบ่อเพื่อเลี้ยงสัตว์น้ำเสริมรายได้เข้ามาอีกหนึ่งช่องทาง “ผมมองไปถึงอนาคตข้างหน้าว่า ถ้าเราทำอาชีพเกษตรกรรม ที่เป็นเชิงเดี่ยวมากเกินไป ก็จะทำให้เรามีโอกาสเสี่ยงมากในเรื่องราคา ก็เลยมองว่าน่าจะหาอย่างอื่นทำควบคู่ไปด้วย ทีนี้เราก็มองว่าน่าจะทำประมง เพราะจะเป็นสิ่งที่เราคิดไว้แ
