เลี้ยงปลาแรด
คุณนพดล ศรีพันธุ์ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตรที่ 12 นครสวรรค์ (สศท.12) สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) เปิดเผยว่า “ปลาแรดลุ่มน้ำสะแกกรังอุทัยธานี” เป็นสินค้าอัตลักษณ์พื้นถิ่นที่สร้างชื่อเสียงให้กับจังหวัดอุทัยธานีมาอย่างยาวนาน ซึ่งได้รับการขึ้นทะเบียนสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (Geographical Indications : GI) จากกรมทรัพย์สินทางปัญญา เมื่อปี 2555 ด้วยเอกลักษณ์ของเนื้อปลาที่นุ่ม แน่น และรสชาติหวานอร่อย นิยมนำไปทำเป็นเมนูรับประทานกันในงานเลี้ยงโต๊ะจีนและร้านอาหารในจังหวัด ประกอบกับการรวมตัวกันอย่างเหนียวแน่นของผู้ประกอบการในท้องถิ่น ยังเป็นส่วนสำคัญในการสร้างความเข้มแข็งทางธุรกิจและนำรายได้มาสู่ชุมชนอย่างต่อเนื่อง ซึ่งสามารถสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจให้กับจังหวัดปีละ 10 ล้านบาท ปัจจุบันจังหวัดอุทัยธานี (ข้อมูลจากสำนักงานพาณิชย์จังหวัดอุทัยธานี ณ วันที่ 28 ธันวาคม 2564) มีเกษตรกรผู้เลี้ยงปลาแรดลุ่มน้ำสะแกกรังอุทัยธานี (GI) จำนวน 148 ราย โดยเกษตรกรจะเลี้ยงเป็นอาชีพเสริม จากการทำเกษตรกรรมและประมงเป็นหลัก เกษตรกรเลี้ยงประมาณ 1-2 กระชังต่อครัวเรือน พื้นที่กระชังรวม 4.11 ไร่ หรือ 1,644.44 ตาราง
“กบ” เป็นเมนูอาหารหลายชนิดยอดนิยมของคนโบราณต่างจังหวัดที่อยู่ตามหัวไร่ปลายนามายาวนาน ทุกวันนี้มีคนเริ่มหันมาสนใจรับประทานกบมากขึ้น ทั้งตลาดในและต่างประเทศ เพราะต่างรู้ถึงคุณค่าทางโภชนาการของกบ จนทำให้ประชากรกบตามธรรมชาติไม่เพียงพอ หรือมีไม่พอกับความต้องการตลอดทั้งปี ด้วยเหตุนี้ หลายพื้นที่จึงหันมาเพาะ-เลี้ยงกบนอกฤดูกัน อีกทั้งการเลี้ยงกบยังทำได้ง่าย ขนาดพื้นที่ก็ไม่เป็นอุปสรรค จะเลี้ยงมาก-น้อย ขึ้นอยู่กับทุนเป็นตัวกำหนด ว่าจะยึดเป็นอาชีพหลักหรืออาชีพเสริม ฉะนั้น กบจึงจัดเป็นสัตว์เศรษฐกิจสำคัญอีกชนิด คุณวิชาญ ว่องกสิกรณ์ หรือ คุณชาญ อยู่บ้านเลขที่ 177/3 ตำบลอุทัยใหม่ อำเภอเมือง จังหวัดอุทัยธานี ยึดอาชีพเลี้ยงกบในกระชังน้ำบ่อดิน ช่วยให้ประหยัดเวลา ลดการทำงาน อีกทั้งในบ่อดินยังเต็มไปด้วยสารอาหารทางธรรมชาติ จึงช่วยให้กบมีความแข็งแรง ตัวใหญ่ เนื้อมาก เป็นที่ต้องการของตลาด อดีต คุณชาญ เคยรับราชการแล้วลาออกมาเปิดร้านเครื่องเขียนอยู่ในเมือง มักจะมีเวลาว่างตอนเช้าและเย็น จึงคิดจะออกกำลังกาย แต่ได้รับการแนะนำจากทางเจ้าหน้าที่ประมงให้ออกกำลังกายด้วยการเพาะ-เลี้ยงกบขาย เพราะไม่เพียงทำให้สุขภาพดี แ
