เลี้ยงแกะ
เมื่อไม่กี่ปีที่ผ่านมา จากการที่ได้สัมภาษณ์องค์ความรู้กับเกษตรกรในสายปศุสัตว์หลายๆ ท่าน การทำปศุสัตว์ที่ครอบคลุมในเรื่องของการปลูกหญ้าอาหารสัตว์เอง เป็นอีกหนึ่งช่องทางที่เกษตรกรให้ความสำคัญ เพื่อลดต้นทุนการผลิตได้ดีไม่น้อยทีเดียว เพราะจากเดิมที่เคยทำเกษตรเชิงเดี่ยวในพื้นที่ เมื่อเจอราคาสินค้าทางการเกษตรลดลง ทำให้การจำหน่ายไม่ได้ผลกำไรเท่าที่ควร ส่งผลให้เกษตรกรมีการปรับตัวการทำเกษตรมากขึ้น โดยแบ่งพื้นที่มาทำการเลี้ยงสัตว์ พร้อมทั้งแบ่งพื้นที่ปลูกหญ้าอาหารสัตว์เอง จึงช่วยให้สัตว์ที่เลี้ยงมีอาหารกินตลอดทั้งปี คุณอนุชิต ทรงฐาน อยู่บ้านเลขที่ 120 หมู่ที่ 2 ตำบลบ้านด่าน อำเภอบ้านด่าน จังหวัดบุรีรัมย์ เป็นอีกหนึ่งเกษตรกรที่ได้มีการปรับตัว ด้วยการปรับเปลี่ยนพื้นที่การทำเกษตรของครอบครัวมาแบ่งเป็นพื้นที่เลี้ยงสัตว์ ซึ่งเขาได้นำองค์ความรู้ที่ได้จากการสำเร็จการศึกษาทางด้าน ปวส. สัตวศาสตร์ จากวิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีบุรีรัมย์ มาปรับใช้กับการทำเกษตรของครอบครัว โดยแบ่งพื้นที่ทำปศุสัตว์แบบครบวงจร มีการแบ่งพื้นที่ปลูกหญ้าอาหารสัตว์ชัดเจน ช่วยให้การทำปศุสัตว์มีความสะดวก สามารถทำเป็นอาชีพเสริมควบคู่กั
การทำเกษตรแบบผสมผสานคือการนำทุกอย่างที่ทำภายในฟาร์ม มาช่วยต่อยอดในหลายๆ เรื่อง โดยเฉพาะการลดต้นทุนการผลิตเป็นอีกสิ่งที่เกษตรกรหลายพื้นที่ทำ จึงทำให้มีการวางแผนการทำงานอย่างเป็นระบบมากขึ้น เป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่สำคัญไม่เพียงช่วยลดต้นทุน แต่สามารถมีผลผลิตเพิ่มขึ้นตามไปด้วย อย่างเช่นการทำปศุสัตว์ นอกจากจะจำหน่ายสัตว์ได้แล้ว ยังสามารถนำมูลสัตว์ที่ได้มาใส่ให้พืชที่ปลูก ส่งผลให้ไม่ต้องซื้อปุ๋ย แต่ยังได้ผลผลิตที่ดีจากการปลูกพืชตามไปด้วย คุณนิรันดร พันธุ์โยศรี หรือ คุณน้อย อยู่บ้านเลขที่ 26/1 หมู่ที่ 11 ตำบลจรเข้มาก อำเภอประโคนชัย จังหวัดบุรีรัมย์ เป็นสมาชิกกลุ่มผลิตข้าวหอมอินทรีย์ลาวา เซราะตลุง และเป็นสมาชิกสหกรณ์ผู้เลี้ยงแพะแกะจังหวัดบุรีรัมย์ (2017) จำกัด ได้นำแกะมาเลี้ยงภายในพื้นที่ และสิ่งที่ได้จากการเลี้ยงแกะของคุณน้อยก็คือ มูลแกะที่ได้นำมาใส่ในแปลงนาข้าวที่ปลูก นอกจากจะช่วยในเรื่องของการประหยัดต้นทุนปุ๋ยแล้ว ผลผลิตข้าวที่ได้ต่อไร่มีจำนวนสูงขึ้นตามไปด้วย ต้นทุนปุ๋ยแพง เลี้ยงสัตว์เอามูลคือคำตอบ คุณน้อย เล่าให้ฟังว่า สาเหตุที่มาเลือกเลี้ยงแกะเกิดจากที่ราคาปุ๋ยมีราคาที่แพงขึ้น ทำให้เวลาต
คุณอารีคาน ปาทาน หรือ คุณอาลี เจ้าของฟาร์ม AKD แจงงามฟาร์มแกะ ตั้งอยู่หมู่ที่ 6 ตำบลแจงงาม อำเภอหนองหญ้าไซ จังหวัดสุพรรณบุรี สนใจเลี้ยงแกะแบบกึ่งไล่ทุ่งคือปล่อยเลี้ยงในแปลงหญ้าที่มีทั้งหญ้าธรรมชาติ และแปลงหญ้าพันธุ์ดีที่ปลูกเสริมไว้ ทำให้ประหยัดต้นทุนในเรื่องการเลี้ยงมากขึ้น พร้อมทั้งศึกษาในเรื่องของการเลี้ยงอยู่เสมอ ทำให้ทุกขั้นตอนการเลี้ยงมีความเข้าใจอุปนิสัยของแกะอย่างท่องแท้ ส่งผลให้แกะโตดีได้น้ำหนัก มีคุณภาพ มีพ่อค้าติดต่อขอซื้อตลอดทั้งปี คุณอาลี เล่าให้ฟังว่า หลังจากจบการศึกษาได้ไปสมัครงานในบริษัทจัดสวนดูแลสวน อยู่ในพื้นที่กรุงเทพมหานครราวๆ 8 ปี จากนั้นสู้ค่าครองชีพในเมืองใหญ่ไม่ไหว จึงตัดสินใจลาออกจากงานมาหางานที่บ้านเกิดทำ โดยช่วยงานของครอบครัว (ระบบกุงสี) ช่วงเวลาว่างมีความคิดที่อยากจะเลี้ยงสัตว์ จึงได้ศึกษาข้อมูลรอบด้านจึงตกลงปลงใจที่จะเลี้ยงแกะ ซื้อเข้ามาเลี้ยงครั้งแรกจำนวน 4 ตัว เมื่อปี 2553 ขณะที่เลี้ยงแกะในช่วงเป็นการทดลองอยู่นี้เอง เขาทำการศึกษาไปด้วยตั้งแต่การดูงานและอบรมทางด้านปศุสัตว์เพิ่มเติมอย่างสม่ำเสมอ จึงพบปะเกษตรกรผู้เลี้ยงแกะด้วยกัน และปรึกษาหารือกันในการรวมกลุ
แกะเป็นอีกหนึ่งสัตว์เลี้ยงเศรษฐกิจที่กำลังได้รับความนิยม เพราะตลาดผู้บริโภคในบ้านเราเริ่มให้ความสนใจเป็นอย่างมาก ซึ่งแกะนอกจากจะเลี้ยงดูเพื่อความสวยงามแล้ว ยังสามารถนำมาประกอบอาหารได้หลากหลายเมนู ส่งผลให้เมื่อความต้องการมีมากขึ้น การเลี้ยงเพื่อตอบสนองกลุ่มลูกค้าจึงเกิดขึ้นตามไปด้วย โดยมีการเลี้ยงแกะในหลายพื้นที่ของประเทศ พร้อมกับเกิดการรวมกลุ่มที่เข้มแข็งสร้างรายได้อย่างยั่งยืน คุณสุรีพร เซ็นกลาง อยู่บ้านเลขที่ 8 หมู่ที่ 15 ตำบลวังตะเคียน อำเภอกบินทร์บุรี จังหวัดปราจีนบุรี ได้เห็นถึงการสร้างรายได้จากการเลี้ยงแกะ จึงได้นำมาเลี้ยงเพื่อสร้างรายได้ในพื้นที่ของเธอเอง โดยจัดสรรพื้นที่ให้มีความเหมาะสมคือ แบ่งพื้นที่โรงเรือน แปลงหญ้าสำหรับเดินเล่น และที่ขาดเสียไม่ได้นั้นก็คือการปลูกหญ้าอาหารสัตว์สำหรับเลี้ยงสัตว์ภายในฟาร์ม ช่วยให้การเลี้ยงแกะมีต้นทุนการผลิตที่ลดลง เกิดผลกำไร มีเงินเก็บจากการเลี้ยงมากขึ้น คุณสุรีพร เล่าพื้นเพเบื้องหลังของชีวิตเมื่ออดีตให้ฟังว่า กว่าจะมาเป็นเกษตรกรเหมือนเช่นทุกวันนี้ ได้ทำงานเป็นพนักงานโรงแรมมาก่อน โดยในระหว่างนั้นมีความสนใจในเรื่องของการทำเกษตรอยู่
หลายคนอาจจะเคยได้ยิน บ้านห้วยห้อม ที่ตั้งอยู่ในจังหวัดแม่ฮ่องสอน เพราะเกือบ 30 ปีมาแล้ว บ้านห้วยห้อมแห่งนี้เป็นแหล่งปลูกกาแฟขึ้นชื่อ ส่งให้กับร้านกาแฟแบรนด์ระดับบน ทั้งยังเป็นต้นตำรับกาแฟอาราบิก้าส่งให้กับโครงการหลวง นับตั้งแต่ยังไม่มีเครื่องกะเทาะเปลือกเมล็ดกาแฟ รวมถึงเครื่องคั่วบดเมล็ดกาแฟ เพื่อให้ได้กาแฟผงอย่างในปัจจุบัน การเดินทางค่อนข้างลำบาก แม้กระทั่งปัจจุบันจากตัวอำเภอแม่ลาน้อยเข้าไปยังหมู่บ้านห้วยห้อม ก็ต้องใช้เวลานานชั่วโมงเศษ ผ่านเส้นทางที่นักท่องเที่ยวมุ่งมั่นไปในช่วงฤดูหนาว คือ ทุ่งดอกบัวตอง เลยเข้าไปอีกระยะหนึ่ง ตลอดเส้นทางไม่มี คำว่า พื้นราบ มีแต่ทางลาดชันและเขา คุณมะลิวัลย์ นักรบไพร หญิงแกร่งที่ริเริ่มกิจกรรมทางการเกษตรหลายอย่างของหมู่บ้าน ให้การต้อนรับด้วยกาแฟอาราบิก้ารสชาติดี ชักชวนนั่งคุยบนชั้น 2 ของบ้าน ที่เทียบได้กับความสูงของตึก 5-6 ชั้น เพราะตั้งอยู่บนจุดสูงสุดของภูเขาลูกเล็กๆ ใกล้ๆ หุบเขาใหญ่บริเวณนั้น คุณมะลิวัลย์ เล่าย้อนให้ฟังถึงอดีตที่มาของการทำไร่กาแฟ ของชาวเขาเผ่ากะเหรี่ยง ปักหลักฐานที่ทำกินอยู่บริเวณนี้มากว่า 200 ปี คุณพ่อของคุณมะลิวัลย์ เป็นคนริเริ่มการท
