เสือดาว
นายศักดิ์สิทธิ์ ซิ้มเจริญ หัวหน้ากลุ่มงานวิชาการ สำนักอนุรักษ์สัตว์ป่า ผู้เชี่ยวชาญเรื่องเสือ กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช กล่าวว่า จากการสำรวจปริมาณเสือดาวและเสือดำพื้นที่ป่าในประเทศไทย พบว่า ป่าเกือบทุกพื้นที่จะพบทั้งเสือดำและเสือดาว โดยภาพรวมในประเทศไทยจะมีปริมาณเสือดาวมากกว่าเสือดำ เสือดำมักจะเจอในป่าดิบแล้ง และป่าดิบชื้น โดยในพื้นที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้งเป็นพื้นที่ที่ค่อนข้างมีเสือดาวจำนวนมาก ซึ่งนักวิจัยก็ได้ศึกษาพฤติกรรมของทั้งเสือดำและเสือดาวควบคู่ไปกับเสือโคร่ง โดยพบว่า ช่วง 10 ปีที่ผ่านมานั้น ปริมาณของเสือดำ เสือดาว และเสือโคร่ง เพิ่มมากขึ้นอย่างน่าพอใจ เพราะพื้นที่อยู่อาศัย และเหยื่อของสัตว์ดังกล่าวมีมากเพียงพอ ประกอบกับการดูแลลาดตระเวนพื้นที่ป่าของเจ้าหน้าที่อุทยานมีความเข้มแข็งเข้มข้นมากขึ้น “หลายคนอาจจะยังไม่รู้ว่า เสือดาวกับเสือดำเป็นเสือชนิดเดียวกัน โดยที่เสือดาวมีพื้นบนลำตัวเป็นสีเหลืองและมีลายบนลำตัวเป็นสีดำ แต่เสือดำมีพื้นบนลำตัวเป็นสีดำและมีลายสีดำจึงมองเห็นเป็นสีดำทั้งตัว แต่ถ้ามองใกล้จะเห็นลาย แต่เมื่อเสือดำแก่ตัวลงพื้นสีดำจะจางลงจะเห็นลายสีดำช
นายศักดิ์สิทธิ์ ซิ้มเจริญ หัวหน้ากลุ่มงานวิชาการ สำนักอนุรักษ์สัตว์ป่า กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช และผู้เชี่ยวชาญเรื่องเสือ กล่าวว่า ไม่น่าเชื่อว่า เม่น จะเป็นสัตว์อีกชนิดหนึ่งที่ทั้งเสือดาว และเสือโคร่งกินเป็นจำนวนมากถึง จากการสำรวจโดยการเก็บมูลเสือดาวพบขนเม่นถึง 13.83% และพบขนเม่นในมูลเสือโคร่ง 6.76% ถือว่าเยอะมากในทางทฤษฎี “หลายคนอาจสงสัยว่าเสือกินเม่นได้อย่างไร ผมไม่เคยเห็นเสือกินเม่นกับตา เพียงแต่เห็นจากร่องรอยการกิน หรือเห็นภาพถ่ายขนเม่นตำบริเวณตีนและแก้มของเสือโคร่ง รวมทั้งพบรอยเลือดเป็นหย่อมๆบริเวณที่เสือกินเม่น คาดว่าน่าจะเป็นเลือดจากบริเวณตีน หรือแก้มเสือ ที่ถูกหนามเม่นตำ เป็นเรื่องที่น่าศึกษาต่อไปว่า ทำไมทั้งเสือดาว และเสือโคร่งจึงชอบกินเม่น ทั้งๆที่ตัวเม่นเนื้อไม่เยอะ และค่อนข้างลำบากพอสมควรกว่าจะกินได้”นายศักดิ์สิทธิ์ กล่าว นายศักดิ์สิทธิ์ กล่าวว่า เม่นไม่ใช่อาหารหลักของเสือดาว และเสือโคร่ง แต่สันนิษฐานเบื้องต้นว่า น่าจะเป็นอาหารว่าง หรือของกินเล่นสำหรับบางอารมณ์ ซึ่งก็เป็นเรื่องที่จะต้องศึกษาเพิ่มต่อต่อไป ภาพโดย ปริญญา ผดุงถิ่น
