เห็ดโคน
ก่อนที่จะไปถึงกระบวนการแปรรูปเห็ดโคนเงินล้าน ผู้เขียนขออนุญาตนำที่มาของการจัดตั้งสหกรณ์การเกษตรในโครงการ พัฒนาพื้นที่บริเวณหนองอึ่ง มาบอกเล่าสู่กันฟังก่อน โดยอ้างอิงข้อมูลจาก สำนักงานคณะกรรมการพิเศษเพื่อประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ (สำนักงาน กปร.) เดิมทีพื้นที่แห่งนี้ ได้รับผลกระทบจากภัยธรรมชาติ โดยมีน้ำท่วมหนักในฤดูฝน ฤดูร้อนหรือหน้าแล้งก็จะขาดแคลนน้ำอุปโภคบริโภค ซึ่งเป็นภัยที่เกิดขึ้นเป็นประจำทุกปี สร้างความเสียหายให้แก่ประชาชนในพื้นที่เป็นอย่างมาก ด้วยเหตุนี้เอง ฤดูที่ไม่สามารถเพาะปลูกทำกินได้ ชาวบ้านจึงจำเป็นต้องเลี้ยงชีพด้วยการบุกรุกแผ้วถางทำกินในป่าชุมชนผืนเดียวในพื้นที่คือ ป่าดงมัน ซึ่งกินพื้นที่ถึง 1,000 ไร่ ทั้งเพื่อสร้างที่อยู่อาศัย ทำไร่เลื่อนลอย หาของป่า ตัดไม้เพื่อมาทำฟืน ฯลฯ ส่งผลให้สภาพผืนป่าจึงเริ่มเสื่อมโทรมลง และรุนแรงขึ้นทุกปีๆ จนกระทั่งในวันที่ 28 พฤศจิกายน พ.ศ. 2543 สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เสด็จพระราชดำเนินพร้อมด้วย พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว (ขณะทรงดำรงพระราชอิสริยยศ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร) ไปท
ต้นฤดูฝนเป็นช่วงที่เห็ดธรรมชาติผลิดอกเบ่งบาน เห็ดที่มนุษย์ยังเพาะปลูกในโรงเรือนไม่ได้มักมีรสอร่อย อย่างเช่น เห็ดละโงก เห็ดรวก เห็ดเผาะ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง “เห็ดโคน” (termite mushroom) ซึ่งในเมืองไทยมีมากกว่า 16 สายพันธุ์ อย่างเช่น เห็ดปลวกใหญ่ เห็ดปลวกตาบ เห็ดโคนขาไก่ เห็ดโคนข้าวตอก เห็ดปลวกไฟ เห็ดปลวกไก่น้อย เห็ดปลวกจิก ฯลฯ นั้น เป็นที่ยอมรับกันถึงรสชาติหอมหวานอันแสนโอชะ เนื้อกรอบแน่นหนึบกรึบ ไม่เละ ทั้งมีกลิ่นดินอันโดดเด่น เห็ดโคนจึงยังคงยึดครองราคาขายสูงสุดกว่าเห็ดธรรมชาติอื่นๆ เป็นที่หมายปองของบรรดานักกินเห็ดเสมอมา แน่นอนว่า เห็ดโคนที่มีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักในเมืองไทยคือ เห็ดโคนเมืองกาญจนบุรี นักกินเห็ดส่วนใหญ่นิยมกันว่าเป็นเห็ดดอกโต หมวกเล็ก แต่ต้นอวบหนา รสชาติดี จึงอาจขายปลีกราคากิโลกรัมละกว่าหนึ่งพันบาท แถมมีการดองใส่โหลขายนอกฤดูกาลแพงกว่าเห็ดสดขึ้นไปอีก อย่างไรก็ดี เห็ดโคนเมืองกาญจน์ก็มีเรื่องเล่าซุบซิบคล้ายคลึงกับมะขามหวานเมืองเพชรบูรณ์ หรือมะนาวท่ายาง เช่น เพื่อนผมคนหนึ่งบอกว่า เมื่อเขาเก็บหาเห็ดโคนจากป่าในอำเภอพรานกระต่าย จังหวัดกำแพงเพชร ได้มากพอ ก็จะรีบเอาเห็ดใส่ท้ายรถยนต์บ
เห็ดโคน หรือ เห็ดปลวก คนละชนิดกับเห็ดโคนน้อย ความจริงเห็ดโคนน้อยคือเห็ดถั่ว โดยทั่วไปมักพบขึ้นอยู่ตามกองซากถั่วเหลือง หรือถั่วเขียว ส่วนเห็ดโคนหรือเห็ดปลวกนั้น วงจรชีวิตของมันต้องพึ่งพาปลวกเข้ามาช่วย จากข้อมูลทางวิทยาศาสตร์ระบุว่า ปลวกงานจะนำเอาสปอร์ ซึ่งเป็นหน่วยขยายพันธุ์ที่มีขนาดเล็กมาก ทำหน้าที่เช่นเดียวกับเมล็ดพืชอื่นๆ ไปปลูกในรังให้เป็นอาหารของปลวกวัยอ่อน ส่วนสปอร์ที่หลงเหลือ เมื่อได้รับความชื้นในฤดูฝนก็จะเติบโตโผล่พ้นผิวดินขึ้นมาปรากฏให้เห็น และเป็นอาหารอันโอชะของมนุษย์เรา วิธีเพาะหรือปลูกเห็ดโคน ด้วยภูมิปัญญาชาวบ้าน เริ่มจากนำจาวปลวก ที่อยู่ภายในจอมปลวก มีขนาดใกล้เคียงกับกะลามะพร้าวผ่าซีก จอมปลวกหนึ่งรังจะมีจาวปลวกหลายอัน มีลักษณะเบา โปร่ง ซุย มีรอยทางเดิน ซอกแซก ทะลุถึงกันได้ จาวปลวกน่าจะเป็นสวนปลูกเห็ดอ่อน เพราะมีเส้นใยขาวเต็มไปหมด สามารถพัฒนาเป็นดอกเห็ดต่อไป เกษตรกรจะนำส่วนนี้ออกมาถู หรือขยี้ ให้เป็นฝุ่นโปรยลงบนข้าวเหนียวนึ่งสุก ทิ้งให้เย็น เติมน้ำเล็กน้อยแล้วคลุกให้เข้ากัน คล้ายกับการทำสาโท นำไปหมักในถังพลาสติก ปิดปากถังด้วยผ้าขาวบาง เกษตรกรบางท่านอาจฉีกหมวกเห็ดโคนผสมลงไปด้
ยังอยู่กันที่นี่ หมู่บ้านชายแดนไทย-เขมร ที่มีผู้คนหลากหลาย หมู่บ้านนี้มีชื่อเสียงด้านการทำงานช่าง งานไม้ ทำเฟอร์นิเจอร์ ของที่ระลึก ควบคู่ไปกับงานด้านการเกษตร ชื่อหมู่บ้านสวนส้ม บ้านสวนส้มในวันนี้ เป็นหมู่บ้านกล้วยไข่ มีการปลูกกล้วยไข่ถึงสามสี่พันไร่ ส่งออกประเทศจีนเป็นพืชเศรษฐกิจ กล้วยไข่ ที่นี่ลูกใหญ่มาก จนพูดได้ว่าไม่เคยเห็นกล้วยไข่ที่ไหนลูกใหญ่ได้เท่านี้ ใครมาที่นี่ได้กินกล้วยไข่ หรือได้กล้วยไข่เป็นของฝาก เห็นกล้วยไข่ที่นี่แล้วอยากกลับไปปลูกกล้วยไข่ที่บ้าน เพราะราคาดีมากด้วย กล้วยไข่ จะให้ผลผลิตในช่วงแปดเดือน นานถึงสามปี คือหน่อมันจะขึ้นมาเรื่อยๆ และตัดแต่งหน่อ สามปีก็ปลูกใหม่คัดเลือกหน่อพันธุ์ ดินที่นี่เหมาะกับการปลูกกล้วยไข่และทำการเกษตร “ราคากล้วยไข่หน้าสวนกิโลละ 70 บาท ตัดส่งไปตอนเขียวๆ เกือบจะสุก ถ้ารอให้สุกมันจะแตก เราจะตัดกล้วยแบบ 80 เปอร์เซ็นต์” แม่บ้านบอก “แรงงานส่วนหนึ่งมาจากเพื่อนบ้าน ชายแดนกัมพูชา เป็นเพื่อนบ้าน เป็นแรงงาน และทำธุรกิจกันด้วย” แม่บ้านอีกคนเล่า บ้านสวนส้ม สอยดาว จันทบุรี เป็นอีกหมู่บ้านหนึ่งที่พร้อมเปิดประตูสู่การท่องเที่ยวในวิถีชุมชน ทั้งเส้นทางท่องเที่ย
เห็ดโคน หรือ เห็ดปลวก คนละชนิดกับเห็ดโคนน้อย ความจริงเห็ดโคนน้อยคือ เห็ดถั่ว โดยทั่วไปมักพบขึ้นอยู่ตามกองซากถั่วเหลือง หรือถั่วเขียว วงจรชีวิตของเห็ดโคนหรือเห็ดปลวกนั้น ต้องพึ่งพาปลวกเข้ามาช่วย จากข้อมูลทางวิทยาศาสตร์ระบุว่า ปลวกงานจะนำเอาสปอร์ ซึ่งเป็นหน่วยขยายพันธุ์ที่มีขนาดเล็กมาก ทำหน้าที่เช่นเดียวกับเมล็ดพืชอื่นๆ ไปปลูกในรังให้เป็นอาหารของปลวกวัยอ่อน ส่วนสปอร์ที่หลงเหลือ เมื่อได้รับความชื้นในฤดูฝนก็จะเติบโตโผล่พ้นผิวดินขึ้นมาปรากฏให้เห็น และเป็นอาหารอันโอชะของมนุษย์เรา วิธีเพาะหรือปลูกเห็ดโคน ด้วยภูมิปัญญาชาวบ้าน เริ่มจากนำจาวปลวก ที่อยู่ภายในจอมปลวก มีขนาดใกล้เคียงกับกะลามะพร้าวผ่าซีก จอมปลวกหนึ่งรังจะมีจาวปลวกหลายอัน มีลักษณะเบา โปร่ง ซุย มีรอยทางเดิน ซอกแซก ทะลุถึงกันได้ จาวปลวกน่าจะเป็นสวนปลูกเห็ดอ่อน เพราะมีเส้นใยขาวเต็มไปหมด สามารถพัฒนาเป็นดอกเห็ดต่อไป เกษตรกรจะนำส่วนนี้ออกมาถู หรือขยี้ ให้เป็นฝุ่นโปรยลงบนข้าวเหนียวนึ่งสุก ทิ้งให้เย็น เติมน้ำเล็กน้อยแล้วคลุกให้เข้ากัน คล้ายกับการทำสาโท นำไปหมักในถังพลาสติก ปิดปากถังด้วยผ้าขาวบาง เกษตรกรบางท่านอาจฉีกหมวกเห็ดโคนผสมลงไปด้วยก็มี
เห็ดโคนญี่ปุ่น หรือ เห็ดยานางิ (Yanagi Matsutake) มีชื่อสากลว่า Agrocybe cylindracea Maire ดอกมีสีน้ำตาลถึงน้ำตาลเข้ม ขึ้นอยู่กับอุณหภูมิที่เห็ดออกดอก ถ้าอุณหภูมิยิ่งเย็นสีจะยิ่งเข้ม ก้านดอกสีขาว เนื้อแน่น และมีเนื้อเยื่อยาว ทำให้ไม่เปราะหรือหักง่าย รสชาติคล้ายกับเห็ดโคนไทย เห็ดโคนญี่ปุ่น เป็นเห็ดที่เริ่มนิยมรับประทานกันอย่างแพร่หลายและมีราคาแพง โดยราคาขายส่งเฉลี่ยอยู่ที่ 160 บาท ต่อกิโลกรัม (ตลาดกลางผักและผลไม้จังหวัดราชบุรี, 2558) เนื่องจากรสชาติที่อร่อย เมื่อนำมาประกอบอาหาร หมวกดอกจะเหนียวนุ่มเหมือนเห็ดหอม ก้านดอกจะกรอบเหมือนเห็ดโคนป่า นอกจากนี้ ยังสามารถเก็บรักษาไว้ในตู้เย็นได้นานกว่า 1 สัปดาห์ โดยยังมีความสด รูปร่าง ขนาด และน้ำหนักไม่เปลี่ยนแปลง การเพาะเลี้ยงสามารถกระทำได้ง่ายเหมือนการเพาะเห็ดถุงทั่วไป และยังเพาะเลี้ยงได้ตลอดปี จึงมีแนวโน้มว่าจะเป็นเห็ดเศรษฐกิจที่มีอนาคต ในปัจจุบันเห็ดโคนญี่ปุ่นและเห็ดเขตร้อนต่างๆ มีปริมาณไม่เพียงพอต่อความต้องการของตลาด ทั้งนี้ เนื่องจากในบางสภาพอากาศ เช่น อากาศร้อนจัด เห็ดจะเจริญเติบโตทางด้านเส้นใยมากกว่าเกิดดอก ผลผลิตที่ได้จึงลดลง ส่วนคุณภาพและค
เห็ดโคน งอกกลางจอมปลวก เจ้าของที่ดินเผยปีนี้ออกดอกครั้งที่ 3 แล้ว คาดว่าอีก 7 วัน จะออกอีกครั้ง เตรียมเก็บขายสร้างรายได้ ผู้สื่อข่าวรายงาน ที่บ้านนายสุเทพ และนางทองสุก ผัดอ่อนอ้าย เจ้าของบ้านเลขที่ 64 หมู่ที่ 8 ต.แม่ปะ อ.แม่สอด จ.ตาก มีเห็ดโคนที่ออกกลางจอมปลวกในสวนหลังบ้าน ซึ่งเห็ดโคนดังกล่าวจะออกเป็นประจำในช่วงปลายเดือน ก.ย. และต้นเดือน ต.ค. ของทุกปี แต่ปีนี้ออกช้าและมีจำนวนน้อย และออกที่เดิมคือกลางจอมปลวกหลังบ้านเท่านั้น อ่านข่าว ฮือฮา! เห็ดโคนงอกบนจอมปลวก สร้างความตะลึง งอกเยอะกว่าทุกปี เรื่องนี้มีสาเหตุ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ปีนี้เห็ดโคนออกครั้งแรกเมื่อวันที่ 23 ก.ย.ที่ผ่านมา จำนวนประมาณ 10 กิโลกรัม ครั้งที่ 2 เมื่อวันที่ 29 ก.ย. เก็บได้ 5 กิโลกรัม และวันนี้เก็บได้อีกจำนวน 6 กิโลกรัม และคาดว่าอีกประมาณ 6-7 วัน น่าจะออกมาอีกครั้งหนึ่ง เพราะยังพบว่ามีเห็ดโคนอีกรุ่นกำลังจะออกดอกด้วย นายสุเทพ กล่าวว่า วันนี้เห็ดโคนก็ออกกลางจอมปลวกเพียงเล็กน้อยเท่านั้น คาดว่าประมาณ 6 กิโลกรัม เท่านั้น เมื่อเปรียบเทียบปีที่แล้วช่วงเดือนก.ย.-ต.ค.60 เก็บเห็ดโคนที่จอมปลวก และออกอีกที่ด้านในสวนหลังบ้านรวมจำนว
คุณเปรม สุวรรณรัตน์ ผู้ใหญ่บ้าน หมู่ที่ 6 บ้านไร่ตก ตำบลสำนักขาม อำเภอสะเดา จังหวัดสงขลา รวมตัวกับชาวบ้านในพื้นที่ จัดตั้งกลุ่มเพาะเห็ดโคนน้อยตามโครงการสัมมาชีพชุมชนตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง เพื่อเสริมสร้างรายได้ และลดค่าใช้จ่ายในครอบครัว ทั้งนี้ได้รับงบฯ สนับสนุนงบประมาณจำนวน 16,000 บาท จากหน่วยงานภาครัฐ เพื่อนำมาใช้หมุนเวียนเพาะเห็ดโคนน้อย เช่น ซื้ออุปกรณ์ และปัจจัยการผลิต และมีผู้เชี่ยวชาญในการเพาะเห็ดโคนน้อย มาแนะนำเทคนิคการเพาะ ผู้ใหญ่เปรม ในฐานะประธานกลุ่ม เปิดเผยว่า การเพาะเห็ดโคนน้อย จะใช้วัสดุหลักเป็นขี้เลื่อยจากไม้ยางพารา ซึ่งจะเจริญเติบโต และให้ผลผลิตได้ดีกว่าขี้เลื่อยจากไม้อื่นๆ สูตรการทำก้อนเห็ด ใช้ขี้เลื่อย 100 กิโลกรัม รำข้าว 8 กิโลกรัม ยิปซัม ปูนขาว ภูไมท์ ยูเรีย อย่างละ 1 กิโลกรัม ดีเกลือ 200 กรัม โดยนำน้ำมาผสมกับดีเกลือและยูเรียคนให้ละลาย ส่วนขี้เลื่อย รำข้าว ยิปซัม ภูไมท์ ผสมให้เข้ากัน แล้วนำน้ำที่ผสมดีเกลือกับยูเรียค่อยๆ รดลงไป คนให้เป็นเนื้อเดียวกัน ทิ้งไว้ 1-2 วัน จากนั้นนำส่วนผสมที่ได้มาใส่ถุงพลาสติกอัดให้แน่น น้ำหนัก ถุงละ 1 กิโลกรัม มัดปากถุง โดยใช้จุกพลา
นายสุวัฒน์ จันทร์สุข นายอำเภอพรานกระต่าย เปิดเผย “ข่าวสด” ว่า ได้รับแจ้งจากพระครูวิศาลวชิรกิจ เจ้าคณะตำบลหนองหัววัว เจ้าอาวาสวัดเทพสโมสร อ.พรานกระต่าย จ.กำแพงเพชร ว่า มีเห็ดโคนขึ้นภายในวัดให้รีบมาเก็บ จึงพร้อมด้วย จ.ส.อ.สันติ อินลา รองหัวหน้าชุดรักษาความสงบเรียบร้อย อ.พรานกระต่าย นายไพฑูรย์ ทองมี กำนันตำบลพรานกระต่าย และนายทองเลี่ยม ถาวร ผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 6 บ้านหนองน้ำใส ร่วมเดินทางไปเก็บเห็ดโคน พบว่าที่วัดเทพสโมสร หมู่ 6 บ้านหนองน้ำใส ต.พรานกระต่าย บริเวณข้างๆศาลาการเปรียญ และหลังกุฏิเจ้าอาวาส ซึ่งเป็นป่าไม้เบญจพรรณ มีเห็ดโคนขึ้นงบานขาวสะพรั่ง โดยเป็นเห็ดโคนราม จึงช่วยกันเก็บโดยใช้มีดปลายแหลมแทงดินให้ชิดกับดอกเห็ดและงัดเห็ดขึ้นมา เมื่อนำไปชั่งได้ประมาณ 2 กิโลกรัม สำหรับเห็ดโคนของอำเภอพรานกระต่าย เป็นเห็ดชนิดหนึ่งที่ขึ้นตามธรรมชาติประจำฤดูกาลตามกำหนดและเวลา ยังไม่มีใครสามารถนำมาปรับปรุง คือเพาะปลูกให้ขึ้นนอกฤดูกาลได้มีหลายชนิด เช่น เห็ดโคนไฟ จะมีสีน้ำตาลอ่อน ไม่ค่อยนิยมนำมารับประทานเพราะรสชาติไม่ค่อยหวาน เมื่อนำมาปรุงแล้วจะมีเมือกมาก เห็ดโคนเล็ก (เห็ดโคนหัวดำ) เป็นเห็ดขนาดเล็กดอกมีสีข
เมื่อวันที่ 19 มิถุนายน ผู้สื่อข่าวรายงานว่าบรรดาพ่อค้า-แม่ค้าชาวลาวจำนวนมาก นำเห็ดโคนและเห็ดเผาะมาวางจำหน่ายให้กับนักท่องเที่ยวบริเวณจุดแลกเปลี่ยนสินค้าไทย-ลาว ลานดอกจานริมฝั่งแม่น้ำโขง หน้าเทศบาลตำบลเขมราฐ อำเภอเขมราฐ จังหวัดอุบลราชธานี ซึ่งได้รับความสนใจจากนักท่องเที่ยวชาวไทยที่ไปเลือกซื้อมาไว้ปรุงอาหารรับประทานกันอย่างคึกคัก เนื่องจากเห็ดโคน เห็ดเผาะ เป็นเห็ดป่าที่สามารถหาเก็บได้ในช่วงนี้ ซึ่งมักจะชอบออกในช่วงปลายฤดูร้อนเข้าต้นฤดูฝน ช่วงเดียวเท่านั้น ประกอบกับตัวเห็ดมีรสชาติดี เหนียวนุ่มกรอบอร่อย นำไปประกอบอาหารได้หลากหลายอย่าง ไม่ว่าจะต้มจิ้มกับน้ำพริก ผัด และแกงได้อีกมากมาย แล้วแต่ใครจะนำไปทำเมนูไหนที่ตนเองชอบ สำหรับราคาจำหน่ายเห็ดโคนจำหน่ายกิโลกรัมละ 100 บาทถึง 230 บาทในขณะที่ เห็ดเผาะจำหน่ายกิโลกรัมละ 300 บาท ฃ นางอ้อมใจ แจ้งสนาม อายุ 38 ปีกล่าวว่า หลังฝนตกลงมาต่อเนื่องตลอดช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ส่งผลให้เห็ดป่าหลายชนิดเริ่มขึ้นเองตามธรรมชาติ โดยเฉพาะเห็ดเผาะ หนึ่งในอาหารยอดนิยมของคนอีสานที่มักนำมาทำเป็นเมนูต่างๆ ทั้งต้ม แกง ผัด ซึ่งชาวบ้านจะออกหาเก็บได้เฉพาะในช่วงต้นฤดูฝนของทุกปี
