เห็ดโคนน้อย
ท่ามกลางสถานการณ์โลกในปัจจุบันที่ต้นทุนพลังงานและค่าครองชีพพุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ภาคครัวเรือนและเกษตรกรต้องแบกรับภาระหนัก การพึ่งพารายได้ทางเดียวหรือทำเกษตรแบบดั้งเดิมเริ่มไม่ตอบโจทย์ จึงมีความจำเป็นเร่งด่วนที่ต้องหาอาชีพทางเลือกใหม่ที่ลงทุนน้อย คืนทุนเร็ว และสามารถทำได้เองในระดับครัวเรือนเพื่อความอยู่รอด วันนี้หน่วยบริหารจัดการทุนด้านการพัฒนาพื้นที่ หรือ บพท. ชวนทำความรู้จักอาชีพหนึ่งในชุมชนอำเภอสารภี จังหวัดเชียงใหม่ ที่ทำง่าย ใช้ต้นทุนต่ำ ขอเพียงมีแรงกาย พลังใจที่เต็มเปี่ยม และจักรยานหรือมอเตอร์ไซค์คู่ใจก็สามารถเริ่มต้นได้ทันทีอย่าง “การปั่นจักรยานขายเห็ดโคนน้อย” ซึ่งเป็นการรวมตัวของ “ป้ออุ๊ย แม่อุ๊ย” หรือกลุ่มผู้สูงอายุที่อยากหารายได้เสริม มาปั่นจักรยานหรือขี่มอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าไปเก็บเห็ดโคนน้อยสดจากโรงเรือนเพาะเลี้ยงของผู้ประกอบการชุมชนหรือครัวเรือนเพาะเลี้ยงในราคาส่งประมาณ 100 บาทต่อกิโลกรัม แล้วนำไปแบ่งใส่ถุงเล็กๆ พ่วงกับรถตระเวนขายตามบ้านและตลาดชุมชน ซึ่งสร้างกำไรส่วนต่างได้ราว 20-30 บาทต่อกิโลกรัม แก๊งปั่นจักรยานเหล่านี้ คือ ผู้กระจายสินค้า (Distributor) รายย่อยที่สะท
“เห็ดโคนน้อย” เป็นหนึ่งในพืชเศรษฐกิจพื้นบ้านที่สำคัญของภาคเหนือ และเป็นทรัพยากรดั้งเดิมที่อยู่ในพื้นที่ แต่กลับเป็นพืชที่ไม่สามารถบริโภคได้ตลอดทั้งปี เนื่องจากต้องรอคอยผลผลิตตามฤดูกาล โดยเฉพาะฤดูฝนเท่านั้น ด้วยรสสัมผัสที่อร่อยกลมกล่อม จึงทำให้เห็ดโคนน้อยเป็นที่นิยมของผู้บริโภค และเป็นที่ต้องการของตลาดในสัดส่วนที่สูงหรือเรียกได้ว่ามีกำลังซื้อมากกว่ากำลังผลิต ด้วยบริบทดังกล่าว จึงจุดประกายให้ ดร.วุฒิพงษ์ ฉั่วตระกูล มหาวิทยาลัยแม่โจ้ ทำโครงการสร้างศูนย์สร้างงานและกระจายรายได้ให้แก่เศรษฐกิจฐานรากผ่านธุรกิจการเพาะเห็ดโคนน้อย โดยการสนับสนุนของหน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการพัฒนาระดับพื้นที่ (บพท.) เพื่อเพิ่มจำนวนผู้ประกอบการเพาะเห็ดโคนน้อยในพื้นที่ สามารถผลิตเห็ดโคนน้อยสดที่มีคุณภาพและเพียงพอต่อผู้บริโภค อีกทั้งยังเป็นการแก้ปัญหาความยากจนด้วยการสร้างงาน สร้างรายได้ให้กับประชาชนกลุ่มเป้าหมายผ่านการสร้างมูลค่าพืชเศรษฐกิจพื้นบ้าน โดยดำเนินงานในพื้นที่ 4 อำเภอในจังหวัดเชียงใหม่ คือ อำเภอสันทราย อำเภอดอยสะเก็ด อำเภอแม่แตง และอำเภอสารภี มีกลุ่มเป้าหมายในพื้นที่คือ กลุ่มเกษตรกรและกลุ่มเปราะบาง ได้แก
การมีธุรกิจส่วนตัว มีอาชีพอิสระที่เป็นนายตัวเอง คงเป็นอาชีพในฝันของใครหลายๆ คน แต่แน่นอนว่าการจะมายืนในจุดที่มีธุรกิจเป็นของตัวเอง อาชีพที่เป็นนายตัวเองได้นั้น หนทางในการไปสู่ความสำเร็จคงจะไม่เรียบง่ายอย่างแน่นอน ดั่งเช่น คุณศราวุธ จับใจ หรือ คุณต้อม (สามี) อายุ 31 ปี และ คุณอรพินท์ รินทรท้าว อายุ 34 ปี หรือ คุณโบว์ (ภรรยา) อาศัยอยู่บ้านเลขที่ 44 หมู่ที่ 8 ตำบลวังเงิน อำเภอแม่ทะ จังหวัดลำปาง ปัจจุบัน ทั้งคู่เป็นเจ้าของฟาร์มเห็ด คุณศราวุธ กล่าวว่า อดีตตนเองและภรรยาก็มีอาชีพเป็นพนักงานบริษัททั่วไปในจังหวัดฉะเชิงเทรา แต่แท้จริงแล้วตนเองเป็นคนจังหวัดสุโขทัย ส่วนคุณอรพินท์ ภรรยา เป็นคนจังหวัดลำปาง ทั้งคู่ทำงานบริษัทไปประมาณระยะเวลาหนึ่ง ต่างฝ่ายก็ต่างเริ่มรู้สึกอิ่มตัวกับอาชีพของการเป็นพนักงานบริษัท อยากกลับไปอยู่บ้านเกิด มีอาชีพอิสระเป็นของตนเอง และมีเวลาได้ดูแลคนในครอบครัวมากขึ้น คุณศราวุธ และคุณอรพินท์ จึงปรึกษากันว่า เรากลับบ้านไปทำอาชีพเกษตรกรกันดูไหม เนื่องจากคุณอรพินท์ และคุณศราวุธ เติบโตมาในครอบครัวเกษตรกร ซึ่งถือว่าเป็นอาชีพอิสระ สามารถสร้างธุรกิจของตนเองได้ มีสภาพแวดล้อมที่ดีอยู่ก
เกษตรกรหน้าใส บัณฑิตจบใหม่จากมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ คณะวิทยาศาสตร์ สาขาวิชาจุลชีววิทยา ที่ใช้ความรู้ที่เรียนมาพัฒนาฟาร์มเห็ดของพ่อ ที่ทำมานานกว่า 40 ปี ให้คงอยู่ คุณจิดาภา ทรงสิริอาชา เกษตรกรหน้าใส ชื่อเล่นว่า คุณชิตาเกะ ที่แปลว่า เห็ด อยู่บ้านเลขที่ 221 หมู่ที่ 3 ตำบลแม่สา อำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่ ที่หลังจากเรียนจบมหาวิทยาลัยแล้ว ก็กลับมาสานต่อธุรกิจฟาร์มเห็ดของพ่อ ที่ทำมานานกว่า 40 ปี ทันที โดยตั้งปณิธานว่า จะทำฟาร์มเห็ดที่พ่อสร้างมาให้ยังคงอยู่ และเป็นความตั้งใจที่จะต่อความฝันของตัวเองในวัยเด็ก ที่อยากจะพัฒนาอาชีพที่เลี้ยงตัวเธอมาให้ดีขึ้น อยากให้คนไทยได้กินเห็ดที่ดี มีคุณภาพ และอยากทำฟาร์มเห็ดให้เป็นที่รู้จัก และได้รับรู้ว่า จิดาภาฟาร์มเห็ด มีมาตรฐาน เห็ดทุกชนิดมีมาตรฐาน จีเอพี ทุกตัว “ตอนแรก เป้าหมายคือ เราอยากมุ่งเน้นให้คนกินเห็ดที่มีคุณภาพจากฟาร์มของเรา เพราะว่าอย่างปกติฟาร์มคนอื่นจะเน้นขายก้อน หรือแปรรูปเห็ดเป็นหลัก ซึ่งเมื่อก่อนก็เคยคิดแต่ว่าเรายังใหม่ จึงมุ่งเน้นไปที่การขายเห็ดสด และพ่อมีนโยบายว่า ถ้าเราแปรรูป คือขายของแห้ง ก็จะได้เงินแบบแห้งๆ ไม่มีรายได้มาทุกวัน แต่ถ้าขายข
คุณเปรม สุวรรณรัตน์ ผู้ใหญ่บ้าน หมู่ที่ 6 บ้านไร่ตก ตำบลสำนักขาม อำเภอสะเดา จังหวัดสงขลา รวมตัวกับชาวบ้านในพื้นที่ จัดตั้งกลุ่มเพาะเห็ดโคนน้อยตามโครงการสัมมาชีพชุมชนตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง เพื่อเสริมสร้างรายได้ และลดค่าใช้จ่ายในครอบครัว ทั้งนี้ได้รับงบฯ สนับสนุนงบประมาณจำนวน 16,000 บาท จากหน่วยงานภาครัฐ เพื่อนำมาใช้หมุนเวียนเพาะเห็ดโคนน้อย เช่น ซื้ออุปกรณ์ และปัจจัยการผลิต และมีผู้เชี่ยวชาญในการเพาะเห็ดโคนน้อย มาแนะนำเทคนิคการเพาะ ผู้ใหญ่เปรม ในฐานะประธานกลุ่ม เปิดเผยว่า การเพาะเห็ดโคนน้อย จะใช้วัสดุหลักเป็นขี้เลื่อยจากไม้ยางพารา ซึ่งจะเจริญเติบโต และให้ผลผลิตได้ดีกว่าขี้เลื่อยจากไม้อื่นๆ สูตรการทำก้อนเห็ด ใช้ขี้เลื่อย 100 กิโลกรัม รำข้าว 8 กิโลกรัม ยิปซัม ปูนขาว ภูไมท์ ยูเรีย อย่างละ 1 กิโลกรัม ดีเกลือ 200 กรัม โดยนำน้ำมาผสมกับดีเกลือและยูเรียคนให้ละลาย ส่วนขี้เลื่อย รำข้าว ยิปซัม ภูไมท์ ผสมให้เข้ากัน แล้วนำน้ำที่ผสมดีเกลือกับยูเรียค่อยๆ รดลงไป คนให้เป็นเนื้อเดียวกัน ทิ้งไว้ 1-2 วัน จากนั้นนำส่วนผสมที่ได้มาใส่ถุงพลาสติกอัดให้แน่น น้ำหนัก ถุงละ 1 กิโลกรัม มัดปากถุง โดยใช้จุกพลา
เมื่อวันที่ 28 มิถุนายน ชาวบ้านไร่ตก หมู่ 6 ต.สำนักขาม อ.สะเดา จ.สงขลา หมู่บ้านชายแดนไทยมาเลเซีย รวมตัวกันตั้งกลุ่มเพาะเห็ดโคนน้อยตามโครงการ “สัมมาชีพชุมชนตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง” เพื่อเสริมสร้างรายได้ และลดค่าใช้จ่ายในครอบครัว ได้รับงบสนับสนุนงบประมาณ 16,000 บาท เพื่อนำมาใช้หมุนเวียนเพาะเห็ดโคนน้อย เช่นซื้ออุปกรณ์และปัจจัยการผลิตต่างๆ และมีผู้เชี่ยวชาญในการเพาะเห็ดโคนน้อยมาแนะนำเทคนิคการเพาะเห็ดโคนน้อย นายเปรม สุวรรณรัตน์ ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 6 ประธานกลุ่มกล่าวว่า การเพาะเห็ดโคนน้อยจะใช้วัสดุหลักเป็นขี้เลื่อยจากไม้ยางพารา ซึ่งจะเจริญเติบโตและให้ผลผลิตได้ดีกว่าขี้เลื่อยจากไม้อื่น “สูตรการทำใช้ขี้เลื่อย 100 กิโลกรัม รำข้าว 8 กิโลกรัม ยิปซั่ม ปูนขาว ภูไมท์ ยูเรีย อย่างละ 1 กิโลกรัม ดีเกลือ 200 กรัม นำน้ำมาผสมกับดีเกลือและยูเรียคนให้ละลาย ผสมให้เข้ากัน แล้วนำน้ำที่ผสมดีเกลือกับยูเรียค่อยๆ รดลงไป คนให้เป็นเนื้อเดียวกัน ทิ้งไว้ 1-2 วัน นำส่วนผสมที่ได้มาใส่ถุงพลาสติกอัดให้แน่นน้ำหนักถุงละ 1 กิโลกรัม มัดปากถุง โดยใช้จุกพลาสติก อัตราส่วนที่ผสมกันจะได้ 120 ถุง” นายเปรมกล่าวว่า นำไปนึ่งในถังเ
