เอทานอล
จากสถานการณ์ความผันผวนของราคาพลังงานโลกของความขัดแย้งในตะวันออกกลาง กระทรวงพลังงานออกนโยบายการเพิ่มสัดส่วนเชื้อเพลิงชีวภาพ และระงับการนำเข้าเชื้อเพลิงพื้นฐาน รวมถึงการรณรงค์ให้ประชาชนหันมาใช้น้ำมัน E20 มากขึ้น เพื่อส่งเสริมการใช้วัตถุดิบทางการเกษตรของไทย เช่น มันสำปะหลัง อ้อย และกากน้ำตาล ในการผลิตพลังงานภายในประเทศ ด้านภาคเกษตรไทยสมาคมชาวไร่มันสำปะหลังแห่งประเทศไทย และสมาคมชาวไร่อ้อยภาคอีสาน พร้อมสนับสนุนแนวทางของภาครัฐในการส่งเสริมการใช้เอทานอล ซึ่งเป็นพลังงานชีวภาพที่ผลิตได้ในประเทศและมีบทบาทสำคัญต่อความมั่นคงด้านพลังงาน นายรังษี ไผ่สอาด นายกสมาคมชาวไร่มันสำปะหลังแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า วิกฤตราคาน้ำมันโลกในขณะนี้สะท้อนให้เห็นอย่างชัดเจนว่าประเทศไทยจำเป็นต้องเร่งพัฒนาพลังงานทางเลือกภายในประเทศ โดยเฉพาะ “เอทานอล” ซึ่งผลิตจากวัตถุดิบทางการเกษตรของไทย ได้แก่ มันสำปะหลัง อ้อย และกากน้ำตาล ที่มีศักยภาพสูงและเกี่ยวข้องกับเกษตรกรไทยจำนวนมาก โดยกล่าวว่า “เอทานอลไม่ใช่เพียงพลังงานทดแทนแต่เป็นโครงสร้างเศรษฐกิจของเกษตรกรไทย หากรัฐบาลผลักดันการใช้เอทานอลอย่างจริงจัง จะช่วยดูดซับผลผลิตทางการเกษต
ตามที่ นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ได้เปิดเผยภายหลังประชุม ครม. ถึงประเด็นการปรับลดราคาน้ำมันแก๊สโซฮอล์ 91 ลงให้ได้ 2.50 บาทต่อลิตร โดยระบุว่า การปรับลดราคาน้ำมันจะต้องได้รับการสนับสนุนจากกระทรวงการคลังและกลุ่มสรรพสามิต แต่หลังจากที่ได้ศึกษารายละเอียดกระทรวงการคลังแจ้งว่า ภาษีสรรพสามิตน้ำมันเบนซิน หากจะปรับลดก็ต้องลดทั้งหมด แต่กระทรวงการคลังไม่สามารถที่จะลดภาษีสรรพาสามิตน้ำมันเบนซินทุกประเภทได้ถึง 2.50 บาทต่อลิตร และเสนอให้ลดภาษีน้ำมันสรรพสามิตทุกชนิดลง 1 บาทต่อลิตร และเพื่อให้ลดราคาน้ำมันเบนซินแก๊สโซฮอล์ 91 ลงให้ได้ 2.50 บาทต่อลิตร จะต้องบริหารจัดการเงินกองทุนน้ำมันเพิ่ม อีก 1.50 บาทต่อลิตร ให้เป็น 2.50 บาทต่อลิตร ตามที่ตั้งเป้าไว้ โดยจะให้มีผล ตั้งแต่ 7 พฤศจิกายน ระยะเวลา 3 เดือนนั้น นางสาวรสนา โตสิตระกูล อนุกรรมการด้านบริการสาธารณะ พลังงาน และสิ่งแวดล้อม สภาผู้บริโภคให้ความเห็นว่า แนวทางการลดราคาน้ำมันเบนซินด้วยการลดภาษีสรรพสามิตน้ำมันนั้น เป็นแนวทางที่สภาผู้บริโภคได้ยื่นเสนอต่อนายพีระพันธุ์ไว้แล้วเมื่อวันที่ 17 ตุลาคมที่ผ่านมา โดยเสนอให
ดร. ชุติมา เอี่ยมโชติชวลิต ผู้ว่าการสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) นายจำรูญ ชินธรรมนิตย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท น้ำตาลขอนแก่น จำกัด (มหาชน) หรือ KSL ร่วมลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ “การส่งเสริมและพัฒนางานวิจัยวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรม” มีกรอบระยะเวลา 3 ปี โอกาสนี้ ดร. อาภารัตน์ มหาขันธ์ รองผู้ว่าการกลุ่มวิจัยและพัฒนาด้านพัฒนาอย่างยั่งยืน วว. พร้อมด้วยผู้บริหาร พนักงาน ของทั้งสองหน่วยงานร่วมเป็นเกียรติและประชุมหารือเพื่อหาแนวทางด้านงานวิจัยร่วมกันในอนาคต ทั้งนี้ KSL ดำเนินกิจการโรงงานน้ำตาล 5 แห่งในประเทศไทย และอีก 2 แห่งในประเทศลาว และกัมพูชา บริษัทสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจจากผลพลอยได้จากกระบวนการผลิตน้ำตาล ตามแนวคิดการใช้ประโยชน์จากวัตถุดิบอ้อยให้ได้มากที่สุดควบคู่ไปกับการรักษาสิ่งแวดล้อม ซึ่งสอดคล้องกับการดำเนินงานของ วว. ที่มุ่งขับเคลื่อนเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) นำทรัพยากรที่ถูกใช้แล้วกลับมาแปรรูปและนำกลับมาใช้ใหม่ เน้นการใช้ทรัพยากรให้เกิดประโยชน์สูงสุด เพื
แก่นตะวัน เป็นพืชสมุนไพรสายพันธุ์ต่างประเทศ ทั่วโลกรู้จักกันดีในชื่อ “เยรูซาเล็ม อาร์ติโชค” แก่นตะวันอยู่ในวงศ์เดียวกับเบญจมาศและเก๊กฮวย ถูกจัดไว้ในสกุลเดียวกับทานตะวัน มีถิ่นกำเนิดอยู่ในอเมริกาตอนเหนือ ในระยะแรกชาวอินเดียแดงรู้จักนำหัวของแก่นตะวันมาบริโภคเป็นอาหาร แม้ว่าพืชชนิดนี้มีถิ่นกำเนิดอยู่ในเขตอากาศหนาวเย็นแต่สามารถปรับตัวได้ดีในเขตอบอุ่นและเขตร้อน รู้ไหม ทำไมชื่อ “ แก่นตะวัน” แก่นตะวันนำเข้ามาปลูกครั้งแรกในประเทศไทยเมื่อปี พ.ศ. 2515 หรือเมื่อ 46 ปีก่อน คำว่า “ แก่นตะวัน ” มาจากคำว่า “แก่น” หมายถึง ความทรหดอดทน ส่วนคำว่า “ตะวัน” นำมาจาก ทานตะวัน เนื่องจากอยู่ในสกุลเดียวกัน แก่นตะวันเป็นพืชล้มลุก มีรากสะสมอาหารคล้ายหัวข่าหรือขิง ลักษณะตะปุ่มตะป่ำ ผิวไม่เรียบ ยาวประมาณ 7.50-10.00 เซนติเมตร เนื้อในของหัวมีทั้งสีขาวและเหลือง ลำต้นสูง 1.5-3.0 เมตร มีกิ่งก้านเรียวเล็ก มีขนที่ลำต้นและใบ ใบเรียวยาวรูปไข่ ขอบใบหยักแบบฟันปลา ผิวใบมีขนขึ้นปกคลุมเมื่อสัมผัส จะรู้สึกสากมือ จุดเด่นของแก่นตะวัน ข้อดีของแก่นตะวันอีกประการหนึ่งคือ เป็นพืชอายุสั้น สามารถเก็บเกี่ยวผลผลิตได้ภายใน 90-120 วัน ผ
