แกงคั่วเห็ดเผาะ
มีกับข้าวของคนไทยหลายอย่าง ที่มีเฉพาะฤดูกาล เนื่องมาจากฤดูกาลจะเป็นตัวกำหนดวัตถุดิบที่เป็นส่วนประกอบสำคัญของอาหารชนิดนั้นๆ ตัวอย่างเช่น สะเดา น้ำปลาหวานกับกุ้งเผา ซึ่งจะมีดอกสะเดาและยอดอ่อนของสะเดาจะออกต้นฤดูหนาวราวปลายเดือนพฤศจิกายน เรื่อยไปจนถึงมีนาคม หรือสะตอ ก็มีช่วงเดือนกรกฎาคมถึงตุลาคม ถึงแม้ว่าจะมีการทำสะตอนอกฤดูบ้างก็ตาม แต่สะตอก็มีราคาแพงมากกว่าสะตอในฤดูกาล ทำนองเดียวกันกับเห็ดเผาะ ก็เป็นเห็ดที่มีเฉพาะต้นฤดูฝนในระยะเวลาไม่ถึง 2 เดือน ที่สำคัญ เห็ดเผาะเกิดขึ้นเองตามธรรมชาติในระบบนิเวศที่เอื้ออำนวย เป็นเห็ดที่นำมาประกอบอาหารได้หลายรายการ หากินยากมาก ราคาแพง แกงคั่วเห็ดเผาะก็เป็นเมนูอาหารไทยๆ อีกรายการหนึ่งที่มีเฉพาะต้นฤดูฝน เท่าที่รู้ แกงคั่วเห็ดเผาะไม่มีขาย อยากกินต้องหาซี้อเห็ดเผาะสดๆ มาแกงกินกันเอง เผื่อใครหาซื้อมาได้ลองทำดูตามที่นำเสนอมานี้ครับ เห็ดเผาะ เห็ดที่อยู่ในป่าเขตร้อนชื้น อยู่ในจำพวกราชนิดหนึ่ง อยู่ในวงศ์ Diplocystaceae มีลักษณะเป็นเห็ดรา อยู่ในหมวด Basidiomycota มีลักษณะเป็นเม็ดทรงกลมแบนเมื่อโตขึ้น และเติบโตได้ดีร่วมกับต้นไม้ใหญ่หลายชนิดที่มีดินปนทรายในป่าดิบแล้ง ป
กับข้าวไทยโบราณอย่างหนึ่ง ที่สับสนกันอยู่โดยเฉพาะในข่ายสื่อสังคม ใคร่นำมาแจกแจงให้หายข้องใจ เพราะเป็นส่วนประกอบสำคัญในการจัดสำรับกับข้าว ซึ่งนับวันจะรู้ทำกันน้อยลงทุกที สำรับไทยนั้น ตั้งอยู่รอบกับข้าวจานหลัก แต่โบราณกาลเป็นพริกกับเกลือ วิวัฒนาเรื่อยมาจนเป็นน้ำพริก เติมน้ำหรือกะทิเข้าไปกลายเป็นแกง แต่ไม่ถูกครอบงำโดยอิทธิพลครัวเปอร์เซียจากตะวันออกกลาง หรืออินเดีย ซึ่งเข้ามาสมัยกรุงศรีอยุธยา ยังคงตำรายึดมั่นยั่งยืนมาจนวันนี้ แกงคั่ว แกงพื้นบ้านไทยรสเผ็ดร้อน ถือเป็นหนึ่งในบรรดาจานหลัก อยู่ในประเภทแกงเผ็ดเข้ากะทิทั้งหลาย น้ำพริกแกงคั่วดั้งเดิม ใช้ของไทยล้วนๆ ไม่กี่อย่าง พริกแห้ง หอมแดง กระเทียม ข่า ตะไคร้ เกลือ แล้วก็ กะปิ ต่อมาก็เพิ่มรากผักชี ใบมะกรูด ผิวมะกรูด อย่างอื่น เช่น ลูกผักชี ยี่หร่า ลูกกระวาน ฯลฯ นั้นเป็นของต่างประเทศที่รับเอาเข้ามาทีหลัง จึงเรียกว่า “เครื่องเทศ” ไม่ใส่ในแกงคั่ว ส่วนที่เรียกว่า แกงคั่ว มาจากการนำเครื่องแกงที่ตำละเอียดแล้ว มาคั่วความร้อนในน้ำมันหรือหัวกะทิ ก่อนจะเติมเนื้อ ผัก และหางกะทิ ซึ่งทางอินเดียเขาก็ทำแบบเดียวกัน ไม่ว่าจะคั่วด้วย ฆี (เนยละลาย) หรือน้ำมันพืช
