แคบหมู
แคบหมู เป็นอาหารพื้นบ้านของคนไทยในภาคเหนือและภาคอีสาน เป็นผลิตภัณฑ์จากการนำหนังหมู มาทำเป็นอาหาร ผ่านกรรมวิธีการทอด จนได้ลักษณะกรอบ พอง มีกลิ่นหอม รสกลมกล่อม ถือเป็นอาหารที่เกิดจากภูมิปัญญาชาวบ้าน สืบทอดกันมาเป็นเวลาช้านาน การทำแคบหมูเป็นวิธีการแปรรูป และถนอมอาหารอย่างหนึ่ง ซึ่งแคบหมูเป็นได้ทั้งของกินเล่น หรือกินกับอาหารอื่นๆ ได้หลายชนิด เช่น แกงฮังเล น้ำพริกอ่อง น้ำพริก ส้มตำ และแกงคั่วต่างๆ นอกจากนี้ แคบหมูยังนิยมใช้เป็นของฝากที่มีคุณค่า ทั้งผู้ให้และผู้รับอีกด้วย ที่บ้านพงสว่าง หมู่ที่ 10 ตำบลโนนผึ้ง อำเภอวารินชำราบ จังหวัดอุบลราชธานี นอกจากชาวบ้านจะมีอาชีพทำนาแล้ว ยังพากันผลิตแคบหมูขาย สร้างรายได้อย่างงดงามกันทั้งปี แคบหมูที่นี่มีรสชาติอร่อย รสกลมกล่อม กลิ่นหอม กรอบพองทั้งชิ้น ชวนกินยิ่งนัก เมื่อก่อนชาวบ้านที่นี่จะรวมกลุ่มกันผลิตแคบหมู จนกลายเป็นสินค้าโอท็อป 4 ดาวของจังหวัดอุบลราชธานี ต่อมาแต่ละครอบครัวมีภารกิจเพิ่มขึ้น ไม่มีเวลาที่จะมารวมกลุ่มกัน ก็เลยแยกกันทำ คือต่างคนต่างทำ แต่คุณภาพยังเหมือนเดิมทุกประการ เพราะเป็นสูตรเดียวกัน ส่วนกรณีที่เรียกว่า แคบหมูสกายแล็บ เพราะว่า ช่วงที่ห
“แคบหมึก” เป็นผลิตภัณฑ์ใหม่ที่ได้จากการใช้วัตถุดิบหมึกกล้วย สามารถใช้เป็นผลิตภัณฑ์ขบเคี้ยวที่มีลักษณะคล้ายแคบหมู ดังนั้นในเบื้องต้น เรามาทราบเกร็ดความรู้เกี่ยวกับ “แคบหมู” มาตรฐานผลิตภัณฑ์ชุมชน (2553) ให้ความหมายของแคบหมูว่า เป็นผลิตภัณฑ์ที่ได้จากการนำหนังหมูที่อาจมีชั้นไขมันแข็งอยู่ด้วยก็ได้มาล้างให้สะอาด นำไปต้ม ขูดขน ตัดให้เป็นชิ้นให้ได้ขนาดตามต้องการ อาจปรุงรสด้วยเครื่องปรุงรส เช่น เกลือ ซีอิ๊วขาว ทำให้แห้งโดยใช้ความร้อนจากแสงอาทิตย์หรือแหล่งพลังงานอื่น แล้วนำไปทอด ผศ. มาลี หมวกกุล (2554) รายงานว่า แคบหมู เป็นอาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการสูง กล่าวคือ มีสารอาหารที่ร่างกายจะได้รับต่อแคบหมู 100 กรัม ดังนี้ มีโปรตีน 65 กรัม ไขมัน 30 กรัม รวมทั้งสารอาหารอื่นๆ เช่น ฟอสฟอรัส (40 มิลลิกรัม) แคลเซียม (17 มิลลิกรัม) นอกจากนั้น มีแร่ธาตุเหล็ก และวิตามิน บี 1 และ บี 2 ในสัดส่วน 2.0, 0.29 และ 0.05 ตามลำดับอีกด้วย จากการศึกษา พบว่า โปรตีนของหนังส่วนใหญ่เป็นสารคอลลาเจน ซึ่งเมื่อได้รับความร้อน เช่น นำไปต้ม หรือทอดให้พอง คอลลาเจนจะเปลี่ยนเป็นเจลลาติน (Gelatin) ซึ่งก็มีคุณค่าประ
เชียงใหม่ – ร.อ. ภูรีวรรธน์ โชคเกิด นายแพทย์สสจ.เชียงใหม เป็นประธานมอบป้ายตราสัญลักษณ์เชียงใหม่ช้อยส์ แก่ผู้ประกอบการ “ผลิตภัณฑ์แคบหมู” และเปิดการประชุมเชิงปฏิบัติการมาตรฐาน ร.พ.อาหารปลอดภัย จังหวัดเชียงใหม่ ที่ศูนย์ราชการจังหวัดเชียงใหม่ โดยกระทรวงสาธารณสุขได้มีนโยบายความปลอดภัยด้านอาหารแบบบูรณาการและมีประสิทธิภาพ หนึ่งในเป้าหมายสำคัญคือ การสนับสนุนให้ร.พ.ทุกแห่งเป็น “ร.พ.อาหารปลอดภัย” และตระหนักถึงพิษภัยของอาหารที่ปนเปื้อนสารพิษ การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการบริโภคของประชาชนและสร้างสุขภาวะที่ดีให้ประชาชน อีกทั้งหน่วยเคลื่อนที่เพื่อความปลอดภัยด้านอาหารฯ เขตสุขภาพที่ 1 จังหวัดเชียงใหม่ ยังได้ดำเนินกิจกรรมพัฒนาคุณภาพและมาตรฐานผลิตภัณฑ์แคบหมู ภายใต้โครงการคุ้มครองผู้บริโภคด้านผลิตภัณฑ์สุขภาพ และบริการสุขภาพจังหวัดเชียงใหม่ สำหรับผู้ประกอบการผลิตแคบหมูที่ผ่านเกณฑ์มาตรฐาน โครงการตราสัญลักษณ์เชียงใหม่ช้อยส์ ประกอบด้วย นายภัทระ ฉลาดแพทย์ (บริษัท แฮปปี้เนเจอร์ จำกัด) นางศรัณย์พร บุญเป็ง, นายนิรันดร์ ธรรมชัย, นางธัญญาพัทธ์ ขนุนงาม, นางจันทร์ฉาย การคนซื่อ, นางจิตอารีย์ ชัยกุล, นางพวงเพชร คันธา, นางพ
