แปรรูปเพิ่มมูลค่า
งานทางด้านการเกษตรเป็นอีกหนึ่งความสุขที่ทำให้ผู้ดำเนินงานทางด้านนี้ ได้ต่อยอดและพัฒนาองค์ความรู้อยู่เสมอ เพราะยิ่งเป็นยุคปัจจุบันด้วยแล้ว ในเรื่องของการทำตลาดค่อนข้างมีการแข่งขันสูง จึงทำให้เกษตรกรต้องมีการปรับตัวและพัฒนาสินค้าอยู่เสมอ อย่างน้อยก็ช่วยให้สินค้ามีมูลค่าเพิ่มและเป็นที่ต้องการของตลาด สามารถมีอำนาจต่อรองการทำตลาดได้หลายทิศทาง ไม่ต้องถูกกดในเรื่องของราคาหรือไม่มีทางเลือกในการค้าขาย คุณก่อศิม มายุดิน อยู่บ้านเลขที่ 96/1 ถนนท่าเสร็จ เทศบาลเมืองตะลุบัน อำเภอสายบุรี จังหวัดปัตตานี ได้ผันตัวจากนักธุรกิจมาทำอาชีพทางการเกษตร โดยเน้นปลูกผักสลัดบนโต๊ะด้วยระบบอินทรีย์ ทำให้ผักสลัดเป็นที่ต้องการของตลาด พร้อมทั้งปรับตัวอยู่เสมอด้วยการเพิ่มมูลค่าสินค้า นำมาทำเป็นสินค้าแปรรูปและอยู่ในรูปแบบของอาหาร จึงทำให้เพิ่มมูลค่ามีกำไรจากการขายผักสลัดที่ปลูกได้เป็นเท่าตัว จากทำธุรกิจส่วนตัว ผันตัวทำเกษตรอินทรีย์ คุณก่อศิม เล่าให้ฟังว่า เมื่อทำธุรกิจเกี่ยวกับการจำหน่ายจักรยานมาได้สักระยะ การค้าขายค่อนข้างมีปัญหาไม่เป็นผลดีมากนัก ด้วยความที่เขาเองเป็นครูและไม่มีประสบการณ์ในการจัดการเท่าที่ควร จึงทำให้ร
ปลากราย เป็นอีกหนึ่งปลาเศรษฐกิจที่มีเกษตรกรในหลายพื้นที่เลี้ยงเป็นอาชีพเสริม โดยการเลี้ยงส่วนใหญ่จะเน้นให้อาหารเม็ดสำเร็จรูปเป็นหลัก ช่วยให้ง่ายต่อการจัดการในการให้ปลากินในแต่ละมื้อ ซึ่งเนื้อปลากรายสามารถนำไปประกอบอาหารได้หลายเมนู ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของการนำมาแกงเขียวหวานที่เป็นเมนูยอดนิยม หรือเมนูอื่นๆ รสชาติอร่อยไม่แพ้กัน ปลากรายเป็นสัตว์น้ำจืดที่อาศัยอยู่ในแม่น้ำ ลำคลอง หนอง และบึง เกือบทั่วประเทศ และมีชื่อเรียกที่แตกต่างกันไปตามถิ่นนั้นๆ ภาคเหนือ เรียกว่า ปลาหางแบน ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เรียกว่า ปลาตองกราย เป็นต้น ปลากรายเป็นปลาประเภทกินเนื้อ ซึ่งอาหารที่หากินตามธรรมชาติ ได้แก่ ตัวอ่อนของแมลง กุ้งฝอย ลูกปลาขนาดเล็ก และสัตว์น้ำอื่นๆ โดยลักษณะทั่วไปของปลากรายมีลำตัวยาวบาง แบนข้าง ส่วนหัวมีขนาดที่เล็กเว้าเป็นสันโค้ง ลักษณะที่เด่นของปลากรายคือ เหนือครีบก้นจะมีจุดสีดำค่อนข้างใหญ่ ประมาณ 5-10 จุด เรียงเป็นแถว เมื่อเจริญเติบโตเต็มที่จะนิยมนำมาขูดเอาเนื้อเป็นการเพิ่มมูลค่า เพราะจำหน่ายได้ราคาที่แพงกว่าปลาที่จำหน่ายเป็นตัว การนำเนื้อปลากรายมาปรุงอาหารนั้น สามารถทำได้หลากหลายเมนู ทอดมันปลาก
กล้วยหอมทอง นับเป็นไม้ผลเศรษฐกิจที่สำคัญของประเทศไทย เพราะนอกจากบริโภคภายในประเทศแล้วยังมีการสร้างมาตรฐานส่งออกไปยังตลาดต่างประเทศด้วยเช่นกัน ซึ่งกล้วยหอมทองสามารถปลูกได้หลายภูมิภาคของประเทศ จึงช่วยให้เกษตรกรเกิดรายได้จากการจำหน่ายกล้วยหอมทอง เพราะมีการปลูกที่ได้มาตรฐานเป็นสินค้าที่มีความต้องการของตลาด หลังจากตัดเครือกล้วยหอมทองจำหน่ายแล้ว สิ่งที่หลงเหลือจากผลกล้วยที่เหลือภายในสวนอย่างต้นกล้วยและเครือกล้วย ปัจจุบันไม่ได้ปล่อยให้เป็นของเหลือทิ้งหรือปล่อยไปโดยเปล่าประโยชน์ แต่สามารถนำมาต่อยอดเพิ่มมูลค่าสร้างเป็นสินค้าหรือนวัตกรรม คือนำผลผลิตที่เหลือทิ้งอย่างเครือกล้วยและต้นกล้วยมาผลิตเป็นกระดาษที่ใช้ติดฝาผนัง และสามารถนำไปขึ้นรูปเป็นภาชนะใส่อาหารรักษ์โลก ซึ่งปัจจุบันเป็นที่นิยมใช้วัสดุจากธรรมชาติมากขึ้น ดร.ภานุ พัฒนปณิธิพงศ์ สาขาวิชาการออกแบบแฟชั่นและสินค้าไลฟ์สไตล์ คณะศิลปกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา กล่าวว่า สินค้าอย่างกล้วยหอมทองถือว่าเป็นผลผลิตทางการเกษตรที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก เพราะสามารถทำตลาดได้ทั้งในและต่างประเทศ ซึ่งถ้าหากผลผลิตจำหน่ายออกจากสวนได้หมดจึงถือเป็นการ
มันแกว (yam bean หรือ jicama) เป็นพืชผักตระกูลถั่ว ประเภทรากสะสมอาหาร มีถิ่นกำเนิดจาก Mexican peninsula มันแกว เป็นพืชอาหารที่สำคัญของผู้คนที่อาศัยอยู่ในแถบอเมริกากลางและอเมริกาใต้ แถบแคริบเบียน และหลายพื้นที่ของทวีปเอเชียมาเป็นเวลาหลายพันปี หัวมันแกวสดมีความฉ่ำ กรอบ สดชื่นเหมือนเนื้อผลไม้ ทั้งช่วยดับร้อนในร่างกายได้เป็นอย่างดี เพราะในเนื้อมันแกว 100 กรัม ประกอบด้วยน้ำถึง 90.5 กรัม สำหรับในประเทศไทย มันแกว เป็นพืชที่ราคาถูกเมื่อเทียบกับหัวแก่นตะวัน ตลอดจนรูปแบบการนำมาแปรรูปใช้ประโยชน์เพื่อการบริโภคยังมีน้อย ซึ่งคนไทยส่วนใหญ่รู้จักบริโภคหัวมันแกวแบบสดมากกว่า คือนำมาประกอบเป็นอาหาร และนิยมบริโภคหัวมันแกวสดเช่นเดียวกับการบริโภคผลไม้อื่นๆ โดยหัวมันแกวประกอบไปด้วย ความชื้น 82.38% โปรตีน 1.47% ไขมัน 0.09% แป้ง 9.72% น้ำตาล 2.17% วิตามิน บี1 0.5 มิลลิกรัม วิตามิน บี2 0.02 มิลลิกรัม วิตามินซี 14 มิลลิกรัม แคลเซียม 16 มิลลิกรัม และธาตุเหล็ก 1.13 มิลลิกรัม (ต่อ 100 กรัม) จากประโยชน์ของมันแกวจะเห็นได้ว่า มันแกว เป็นพืชอีกกลุ่มหนึ่งที่น่าสนใจ ในประเทศไทยการบริโภคมันแกวในลักษณะของเครื่องดื่มยังน้อย
ศาสตราจารย์ ดร.สุวัจน์ ธัญรส อธิการบดี มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลศรีวิชัย พร้อมด้วย ผู้ช่วยศาสตราจารย์สุเทพ ชูกลิ่น รองอธิการบดี และคณะผู้บริหาร คณาจารย์ ร่วมงานพัฒนากำลังคนด้วยเทคโนโลยีและนวัตกรรม รองรับอุตสาหกรรมท่องเที่ยวชายฝั่งวิถีใหม่ โดยมี ผู้ช่วยศาสตราจารย์ชัยนันท์ ปัญญาวุสโส กล่าวรายงานถึงวัตถุประสงค์ในการจัดงาน ผู้ประกอบการและกลุ่มวิสาหกิจ บริเวณลุ่มน้ำชายฝั่งทะเลสาบสงขลา จำนวนกว่า 10 ราย นำผลผลิตและผลิตภัณฑ์จากการแปรรูปเพิ่มมูลค่า จัดแสดงในกิจกรรม พัฒนาผู้ประกอบการ หนึ่งในกิจกรรมย่อยจากโครงการ พัฒนากำลังคนด้วยเทคโนโลยีและนวัตกรรม เพื่อรองรับอุตสาหกรรม การท่องเที่ยวชายฝั่งวิถีใหม่ โดยมีประชาชนและผู้ประกอบการที่สนใจเข้าร่วมกิจกรรม ที่บริเวณลานกิจกรรม ชั้น 3 ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเฟสติวัลหาดใหญ่ กิจกรรมการพัฒนาผู้ประกอบการ มีกลุ่มเป้าหมายเพื่อยกระดับเป็นผู้ประกอบการ เป็นบุคคลทั่วไป 20 ราย และนักศึกษารวมถึงศิษย์เก่า 20 ราย เป็นกิจกรรมที่ คณะบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลศรีวิชัยจัดขึ้น ภายใต้กรอบ งบประมาณโครงการการพลิกโฉมมหาวิทยาลัย เป้าหมายเพื่อต้องการพลิกโฉมประเทศ ด้วยม
